ช่วงนี้รถไฟฟ้าป้า่ยแดงออกมากันเยอะขึ้น ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น และสังเกตุเห็นว่า หลายคนอาจยังสับสนเรื่องการชาร์จไฟ วันนี้จึงรวบรวม 5 เรื่องสำคัญที่ผมไดเรียนรู้มาบ้าง มาเล่าให้เพื่อนๆฟังถึงข้อควรรู้ก่อนนำรถ EV ไปชาร์จ เพื่อให้ใช้งานได้อย่างสะดวกและประหยัดมากขึ้นนะครับ ผิดถูกประการใดช่วยชี้แนะกันมาได้นะครับ
1. ระบบชาร์จมี 2 แบบ คือ AC และ DC
การชาร์จรถ EV แบ่งออกเป็น 2 ระบบหลัก ได้แก่
AC (Alternating Current) หรือไฟฟ้ากระแสสลับ เป็นไฟประเภทเดียวกับไฟบ้านและไฟในคอนโดส่วนใหญ่ การชาร์จแบบ AC จะใช้เวลาค่อนข้างนาน โดยทั่วไปอาจใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่ารถจะเต็ม เหมาะสำหรับชาร์จทิ้งไว้ตอนกลางคืนหรือช่วงจอดรถนานๆ
DC (Direct Current) หรือไฟฟ้ากระแสตรง เป็นระบบชาร์จเร็วที่พบได้ตามสถานีชาร์จในปั๊มน้ำมัน ห้างสรรพสินค้า และศูนย์บริการต่างๆ สามารถชาร์จจากแบตเตอรี่ต่ำจนเกือบเต็มได้ภายในประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับกำลังของหัวชาร์จและรุ่นของรถ
2. ค่าไฟแต่ละสถานีชาร์จไม่เท่ากัน
หลายคนเข้าใจว่าค่าไฟชาร์จ EV เท่ากันทุกที่ แต่ในความเป็นจริง แต่ละผู้ให้บริการคิดราคาต่างกัน
บางสถานีอาจคิดค่าไฟเพียงหน่วยละ 6-7 บาท ขณะที่บางแห่งอาจสูงกว่า 10 บาทต่อหน่วย นอกจากนี้บางค่ายยังมีการคิดราคาตามช่วงเวลา (Time of Use)
ช่วงเวลาที่มีการใช้ไฟฟ้าสูง เช่น วันทำงานหรือเวลาราชการ ราคามักจะแพงกว่า
ช่วงกลางคืน วันหยุดราชการ หรือช่วงที่มีการใช้ไฟน้อย ราคามักถูกกว่า
ดังนั้นก่อนชาร์จ ควรตรวจสอบอัตราค่าบริการผ่านแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการก่อนเสมอ
3. ต้องติดตั้งแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการหัวชาร์จ
สถานีชาร์จแต่ละค่ายมักมีระบบบริหารจัดการของตัวเอง ผู้ใช้งานจึงต้องดาวน์โหลดและสมัครสมาชิกแอปพลิเคชันของเจ้าของเครือข่ายนั้นๆ ก่อนใช้งาน
แอปพลิเคชันจะใช้สำหรับ
- เริ่มและหยุดการชาร์จ
- ตรวจสอบสถานะหัวชาร์จ
- ดูอัตราค่าบริการ
- ชำระเงิน
แนะนำให้ติดตั้งแอปยอดนิยมไว้ล่วงหน้า เพื่อความสะดวกเมื่อต้องเดินทางไกล
4. หัวชาร์จส่วนใหญ่ไม่ต้องจองล่วงหน้า
โดยทั่วไป หากไปถึงสถานีแล้วพบว่าหัวชาร์จว่าง ก็สามารถเสียบชาร์จได้ทันทีโดยไม่ต้องจอง
อย่างไรก็ตาม บางเครือข่ายอาจมีระบบจองคิวผ่านแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะสถานีที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก หรือมีจำนวนหัวชาร์จจำกัด
ดังนั้นควรศึกษาระบบของแต่ละผู้ให้บริการไว้ล่วงหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนหน้างาน
5. สถานี EV Charger ของ ปตท. ควรจองคิวล่วงหน้า เป็นเครื่องชาร์จทีมักจะมีดราม่าบ่อยๆในช่วงเทศกาลที่คนเดินทางเยอะ
สำหรับผู้ใช้งานสถานี EV Charger ของ ปตท. การจองคิวผ่านแอปพลิเคชันก่อนเข้าชาร์จถือเป็นทางเลือกที่ดี
แม้ว่าหลายสถานีจะสามารถเข้าใช้งานได้ทันทีเมื่อหัวชาร์จว่าง แต่การจองคิวล่วงหน้าจะช่วยลดปัญหาการแทรกคิวหรือข้อโต้แย้งระหว่างผู้ใช้งาน โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดหรือช่วงที่มีรถเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก
สรุป
การใช้รถ EV ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่หลายคนคิด เพียงเข้าใจความแตกต่างระหว่างระบบชาร์จ AC และ DC ตรวจสอบค่าไฟผ่านแอปพลิเคชัน เตรียมแอปของผู้ให้บริการให้พร้อม และศึกษาระบบจองคิวของแต่ละเครือข่าย ก็จะช่วยให้การเดินทางด้วยรถยนต์ไฟฟ้าเป็นเรื่องง่าย สะดวก และคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น
5 ข้อควรรู้ก่อนชาร์จรถ EV สำหรับมือใหม่
1. ระบบชาร์จมี 2 แบบ คือ AC และ DC
การชาร์จรถ EV แบ่งออกเป็น 2 ระบบหลัก ได้แก่
AC (Alternating Current) หรือไฟฟ้ากระแสสลับ เป็นไฟประเภทเดียวกับไฟบ้านและไฟในคอนโดส่วนใหญ่ การชาร์จแบบ AC จะใช้เวลาค่อนข้างนาน โดยทั่วไปอาจใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่ารถจะเต็ม เหมาะสำหรับชาร์จทิ้งไว้ตอนกลางคืนหรือช่วงจอดรถนานๆ
DC (Direct Current) หรือไฟฟ้ากระแสตรง เป็นระบบชาร์จเร็วที่พบได้ตามสถานีชาร์จในปั๊มน้ำมัน ห้างสรรพสินค้า และศูนย์บริการต่างๆ สามารถชาร์จจากแบตเตอรี่ต่ำจนเกือบเต็มได้ภายในประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับกำลังของหัวชาร์จและรุ่นของรถ
2. ค่าไฟแต่ละสถานีชาร์จไม่เท่ากัน
หลายคนเข้าใจว่าค่าไฟชาร์จ EV เท่ากันทุกที่ แต่ในความเป็นจริง แต่ละผู้ให้บริการคิดราคาต่างกัน
บางสถานีอาจคิดค่าไฟเพียงหน่วยละ 6-7 บาท ขณะที่บางแห่งอาจสูงกว่า 10 บาทต่อหน่วย นอกจากนี้บางค่ายยังมีการคิดราคาตามช่วงเวลา (Time of Use)
ช่วงเวลาที่มีการใช้ไฟฟ้าสูง เช่น วันทำงานหรือเวลาราชการ ราคามักจะแพงกว่า
ช่วงกลางคืน วันหยุดราชการ หรือช่วงที่มีการใช้ไฟน้อย ราคามักถูกกว่า
ดังนั้นก่อนชาร์จ ควรตรวจสอบอัตราค่าบริการผ่านแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการก่อนเสมอ
3. ต้องติดตั้งแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการหัวชาร์จ
- เริ่มและหยุดการชาร์จ