🚗⚡🔌🔋ถนอมแบต EV ให้ใช้ได้ยาวขึ้น แนะ 4 เคล็ดลับชาร์จแบบถูกวิธีที่คนขับรถไฟฟ้าต้องรู้
อยากให้รถ EV คู่ใจอยู่กับเราไปนานๆ แบตเตอรี่คือหัวใจสำคัญ เปิดสูตรลับการชาร์จและการดูแลที่ช่วยยืดอายุการใช้งานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
ตั้งแต่กฎการรักษาแรงดันไฟ 20-80% ไปจนถึงการเลือกตู้ชาร์จที่ใช่ และการดูแลระบบหล่อเย็นที่หลายคนอาจมองข้าม
ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปรู้จัก 4 วิธีดูแลแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าฉบับมือโปร โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. รักษาสมดุล 20-80%: อย่าปล่อยให้แบตเตอรี่หิวจนโซต่ำกว่า 20% และชาร์จแค่พอดีที่ 80% คือระดับที่แบตเตอรี่มีความสุขที่สุดและเสื่อมช้าที่สุด
2. พักรถให้เย็นก่อนเสียบปลั๊ก: หลังจากขับมาไกลๆ ไม่ควรชาร์จทันที หลีกเลี่ยงการชาร์จตอนแบตเตอรี่ร้อนจัด
เพื่อป้องกันความร้อนสะสมที่อาจทำร้ายเซลล์แบต
3. เลือกที่ร่มดีกว่าตากแดด: ความร้อนคือศัตรูตัวร้าย การเลือกจอดในที่ร่มหรืออาคาร ช่วยถนอมสุขภาพแบตเตอรี่ได้มากกว่า
การจอดตากแดดจัดเป็นเวลานาน
4. เลือกตู้ชาร์จให้เหมาะกับการใช้งาน: DC Charge (Fast Charge): แม้จะเร็วทันใจ (30-60 นาที) แต่ความร้อนสูงอาจทำให้แบตเสื่อมไวขึ้น
หากใช้บ่อยเกินไป
AC Charge (Normal Charge): ใช้เวลา 4-6 ชม. แม้จะช้ากว่าแต่ไฟฟ้ากระแสสลับช่วยถนอมอายุแบตเตอรี่ได้ดีเยี่ยมในระยะยาว
ถ้าไม่รีบไปไหน การชาร์จแบบ AC ที่บ้านตอนกลางคืน คือวิธีที่ถนอมรถได้ดีที่สุด
ที่สำคัญเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดึงความร้อนออกจากแบตเตอรี่ อย่าลืม เช็คและเปลี่ยนน้ำหล่อเย็นตามรอบอยู่เสมอ
เพื่อให้แบตเตอรี่ของเราอยู่กับเราไปได้อีกยาว ๆ
ที่มา : 🚗⚡🔌🔋
(ขอบคุณข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบก)
🚗⚡🔌🔋ถนอมแบต EV ให้ใช้ได้ยาวขึ้น แนะ 4 เคล็ดลับชาร์จแบบถูกวิธีที่คนขับรถไฟฟ้าต้องรู้
อยากให้รถ EV คู่ใจอยู่กับเราไปนานๆ แบตเตอรี่คือหัวใจสำคัญ เปิดสูตรลับการชาร์จและการดูแลที่ช่วยยืดอายุการใช้งานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
ตั้งแต่กฎการรักษาแรงดันไฟ 20-80% ไปจนถึงการเลือกตู้ชาร์จที่ใช่ และการดูแลระบบหล่อเย็นที่หลายคนอาจมองข้าม
ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปรู้จัก 4 วิธีดูแลแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าฉบับมือโปร โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. รักษาสมดุล 20-80%: อย่าปล่อยให้แบตเตอรี่หิวจนโซต่ำกว่า 20% และชาร์จแค่พอดีที่ 80% คือระดับที่แบตเตอรี่มีความสุขที่สุดและเสื่อมช้าที่สุด
2. พักรถให้เย็นก่อนเสียบปลั๊ก: หลังจากขับมาไกลๆ ไม่ควรชาร์จทันที หลีกเลี่ยงการชาร์จตอนแบตเตอรี่ร้อนจัด
เพื่อป้องกันความร้อนสะสมที่อาจทำร้ายเซลล์แบต
3. เลือกที่ร่มดีกว่าตากแดด: ความร้อนคือศัตรูตัวร้าย การเลือกจอดในที่ร่มหรืออาคาร ช่วยถนอมสุขภาพแบตเตอรี่ได้มากกว่า
การจอดตากแดดจัดเป็นเวลานาน
4. เลือกตู้ชาร์จให้เหมาะกับการใช้งาน: DC Charge (Fast Charge): แม้จะเร็วทันใจ (30-60 นาที) แต่ความร้อนสูงอาจทำให้แบตเสื่อมไวขึ้น
หากใช้บ่อยเกินไป
AC Charge (Normal Charge): ใช้เวลา 4-6 ชม. แม้จะช้ากว่าแต่ไฟฟ้ากระแสสลับช่วยถนอมอายุแบตเตอรี่ได้ดีเยี่ยมในระยะยาว
ถ้าไม่รีบไปไหน การชาร์จแบบ AC ที่บ้านตอนกลางคืน คือวิธีที่ถนอมรถได้ดีที่สุด
ที่สำคัญเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดึงความร้อนออกจากแบตเตอรี่ อย่าลืม เช็คและเปลี่ยนน้ำหล่อเย็นตามรอบอยู่เสมอ
เพื่อให้แบตเตอรี่ของเราอยู่กับเราไปได้อีกยาว ๆ
ที่มา : 🚗⚡🔌🔋
(ขอบคุณข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบก)