สำหรับคนที่ ไม่ชอบความเสี่ยงเลย
https://www.facebook.com/share/p/17cK9baTNg/?mibextid=wwXIfr
พี่ทุยลองเทียบให้ดูแบบง่าย ๆ ถ้านำเงิน 2,000,000 บาท ไปพักไว้ในบัญชีเงินฝากดิจิทัลยอดนิยม เป็นเวลา 1 ปี แต่ละบัญชีจะได้ดอกเบี้ยประมาณเท่าไหร่ และจ่ายดอกเบี้ยบ่อยแค่ไหน
สิ่งที่น่าสนใจคือ บัญชีที่ให้ดอกสูง ไม่ได้ดูแค่ “ตัวเลขดอกเบี้ย” อย่างเดียว แต่ต้องดูด้วยว่า
ได้ดอกสูงทั้งก้อนมั้ย ?
มีเงื่อนไขอะไรบ้าง ?
จ่ายดอกเบี้ยบ่อยแค่ไหน ?
และเหมาะกับพฤติกรรมการใช้เงินจริงหรือเปล่า ?
ถ้าเอาแบบ “ดอกเบี้ยเยอะสุด” จากตารางนี้คือ ttb ME Save ที่ให้ดอกเบี้ยรวมโบนัสสูงสุด 1.50% ต่อปี สำหรับเงินฝากตั้งแต่บาทแรกถึง 2 ล้านบาท แต่ต้องทำตามเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง เช่น มียอดเงินลงทุนรวมตามที่กำหนดหรือลงทุนแบบ DCA ต่อเดือน หรือมีสถานะลูกค้า ttb privilege ตามเงื่อนไข
จุดที่น่าสนใจคือ เงื่อนไขของบัญชีนี้ไม่ได้จบแค่การฝากเงินอย่างเดียว แต่เป็นการเชื่อม “การออม” กับ “การลงทุนอย่างเป็นระบบ” เข้าด้วยกัน
พูดง่าย ๆ คือ สำหรับคนที่ตั้งใจออมเงินอยู่แล้ว และมีแผนลงทุนเป็นประจำ เงินก้อนเดียวกันอาจทำงานได้มากกว่าแค่รับดอกเบี้ยเงินฝาก เพราะนอกจากมีโอกาสได้รับดอกเบี้ยโบนัสตามเงื่อนไขแล้ว การลงทุนผ่านกองทุนก็ยังมีโอกาสสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติมในระยะยาว
และถ้าเป็นกองทุนที่ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ เช่น SSF / RMF / ThaiESG ก็อาจได้ประโยชน์เพิ่มในมุมภาษีด้วย แต่ต้องไม่ลืมว่า “กองทุนมีความเสี่ยง” ผลตอบแทนไม่ได้การันตี และควรเลือกให้เหมาะกับเป้าหมาย ระยะเวลา และระดับความเสี่ยงที่รับได้
สำหรับบัญชีเงินฝากดิจิทัลอื่น ๆ ก็มีทางเลือกที่น่าสนใจแตกต่างกันไป ทั้งในแง่อัตราดอกเบี้ย ความถี่ในการจ่ายดอกเบี้ย และเงื่อนไขการรับผลตอบแทน
สุดท้ายแล้ว การเลือกบัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูง ไม่ได้มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคน บางคนอาจเหมาะกับบัญชีที่ให้ดอกสูงสุดแต่มีเงื่อนไขเพิ่มเติม บางคนอาจเหมาะกับบัญชีที่เงื่อนไขน้อยกว่า ใช้ง่ายกว่า และบริหารเงินสะดวกกว่า
ก่อนตัดสินใจฝากจริง พี่ทุยแนะนำว่าอย่าลืมเช็กอัตราดอกเบี้ย เงื่อนไขโบนัส วงเงินที่ได้ดอกเบี้ยสูง และรายละเอียดล่าสุดกับแต่ละธนาคารอีกครั้ง
เพราะเงินก้อนเดียวกัน ถ้าเลือกบัญชีให้เหมาะกับพฤติกรรมการเงินของเรา ดอกเบี้ยและประโยชน์ที่ได้ อาจต่างกันเป็นหลักหมื่นบาทต่อปีอยู่เหมือนกันนะ
มีเงิน 2,000,000 บาท ฝาก 1 ปี ที่ไหนคุ้มที่สุด ? | Money Buffalo
https://www.facebook.com/share/p/17cK9baTNg/?mibextid=wwXIfr
พี่ทุยลองเทียบให้ดูแบบง่าย ๆ ถ้านำเงิน 2,000,000 บาท ไปพักไว้ในบัญชีเงินฝากดิจิทัลยอดนิยม เป็นเวลา 1 ปี แต่ละบัญชีจะได้ดอกเบี้ยประมาณเท่าไหร่ และจ่ายดอกเบี้ยบ่อยแค่ไหน
สิ่งที่น่าสนใจคือ บัญชีที่ให้ดอกสูง ไม่ได้ดูแค่ “ตัวเลขดอกเบี้ย” อย่างเดียว แต่ต้องดูด้วยว่า
ได้ดอกสูงทั้งก้อนมั้ย ?
มีเงื่อนไขอะไรบ้าง ?
จ่ายดอกเบี้ยบ่อยแค่ไหน ?
และเหมาะกับพฤติกรรมการใช้เงินจริงหรือเปล่า ?
ถ้าเอาแบบ “ดอกเบี้ยเยอะสุด” จากตารางนี้คือ ttb ME Save ที่ให้ดอกเบี้ยรวมโบนัสสูงสุด 1.50% ต่อปี สำหรับเงินฝากตั้งแต่บาทแรกถึง 2 ล้านบาท แต่ต้องทำตามเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง เช่น มียอดเงินลงทุนรวมตามที่กำหนดหรือลงทุนแบบ DCA ต่อเดือน หรือมีสถานะลูกค้า ttb privilege ตามเงื่อนไข
จุดที่น่าสนใจคือ เงื่อนไขของบัญชีนี้ไม่ได้จบแค่การฝากเงินอย่างเดียว แต่เป็นการเชื่อม “การออม” กับ “การลงทุนอย่างเป็นระบบ” เข้าด้วยกัน
พูดง่าย ๆ คือ สำหรับคนที่ตั้งใจออมเงินอยู่แล้ว และมีแผนลงทุนเป็นประจำ เงินก้อนเดียวกันอาจทำงานได้มากกว่าแค่รับดอกเบี้ยเงินฝาก เพราะนอกจากมีโอกาสได้รับดอกเบี้ยโบนัสตามเงื่อนไขแล้ว การลงทุนผ่านกองทุนก็ยังมีโอกาสสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติมในระยะยาว
และถ้าเป็นกองทุนที่ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ เช่น SSF / RMF / ThaiESG ก็อาจได้ประโยชน์เพิ่มในมุมภาษีด้วย แต่ต้องไม่ลืมว่า “กองทุนมีความเสี่ยง” ผลตอบแทนไม่ได้การันตี และควรเลือกให้เหมาะกับเป้าหมาย ระยะเวลา และระดับความเสี่ยงที่รับได้
สำหรับบัญชีเงินฝากดิจิทัลอื่น ๆ ก็มีทางเลือกที่น่าสนใจแตกต่างกันไป ทั้งในแง่อัตราดอกเบี้ย ความถี่ในการจ่ายดอกเบี้ย และเงื่อนไขการรับผลตอบแทน
สุดท้ายแล้ว การเลือกบัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูง ไม่ได้มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคน บางคนอาจเหมาะกับบัญชีที่ให้ดอกสูงสุดแต่มีเงื่อนไขเพิ่มเติม บางคนอาจเหมาะกับบัญชีที่เงื่อนไขน้อยกว่า ใช้ง่ายกว่า และบริหารเงินสะดวกกว่า
ก่อนตัดสินใจฝากจริง พี่ทุยแนะนำว่าอย่าลืมเช็กอัตราดอกเบี้ย เงื่อนไขโบนัส วงเงินที่ได้ดอกเบี้ยสูง และรายละเอียดล่าสุดกับแต่ละธนาคารอีกครั้ง
เพราะเงินก้อนเดียวกัน ถ้าเลือกบัญชีให้เหมาะกับพฤติกรรมการเงินของเรา ดอกเบี้ยและประโยชน์ที่ได้ อาจต่างกันเป็นหลักหมื่นบาทต่อปีอยู่เหมือนกันนะ