SCB เพิ่มเป้าเป็น 151 บาท แนวโน้มสินเชื่อฟื้นตัว

กระทู้ข่าว


บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) ปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้น บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB เป็น “ถือ” จากเดิม “ขาย” พร้อมปรับราคาเป้าหมายปี 2569 ขึ้นเป็น 151 บาท จาก 122 บาท สะท้อนมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อแนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อและรายได้ค่าธรรมเนียมในระยะข้างหน้า

KGI มองว่า SCB จะเป็นหนึ่งในธนาคารที่ได้รับประโยชน์สูงสุดหากวัฏจักรการลงทุนของประเทศกลับมาฟื้นตัว เนื่องจากโครงสร้างการเติบโตของสินเชื่อมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับการลงทุนในระบบเศรษฐกิจค่อนข้างสูง โดยปัจจุบันธนาคารมีอัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก (Loan-to-Deposit Ratio: LDR) อยู่ที่ประมาณ 80% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปีที่ 86% สะท้อนระดับสภาพคล่องส่วนเกินที่ยังอยู่ในระดับสูง

ฝ่ายวิจัยประเมินว่า LDR ในระดับปัจจุบันเปิดโอกาสให้ SCB สามารถขยายสินเชื่อได้อีกประมาณ 6% โดยไม่จำเป็นต้องเร่งระดมเงินฝากเพิ่มเติม ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ย (Margin) และประสิทธิภาพการทำกำไร แม้อัตราดอกเบี้ยในระบบจะทรงตัวก็ตาม

ข้อมูลล่าสุด ณ สิ้นเดือนเมษายน 2569 แสดงให้เห็นว่าสินเชื่อของ SCB เติบโต 3.5% ตั้งแต่ต้นปี ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่ 1.6%

KGI ระบุว่า ในช่วงไตรมาส 1/2569 SCB ได้ปรับโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อให้มีความระมัดระวังมากขึ้น โดยลดสัดส่วนสินเชื่อรายย่อยที่ให้ผลตอบแทนสูง และหันไปเน้นการปล่อยสินเชื่อแก่ลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า เพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในประเทศ ทั้งนี้ หากการลงทุนภาคเอกชนกลับมาฟื้นตัว สินเชื่อใหม่ส่วนใหญ่ของธนาคารจะมาจากกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่เป็นหลัก

นอกจากรายได้ดอกเบี้ยแล้ว รายได้ค่าธรรมเนียมยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนสำคัญ โดยรายได้ค่าธรรมเนียมของ SCB เติบโตโดดเด่นต่อเนื่องตลอด 3 ไตรมาสที่ผ่านมา จากธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) และค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อ ซึ่งรวมกันคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 40% ของรายได้ค่าธรรมเนียมทั้งหมด

ค่าธรรมเนียมจากทั้งสองธุรกิจดังกล่าวเติบโตประมาณ 30% YoY ส่งผลให้รายได้ค่าธรรมเนียมรวมในไตรมาส 1/2569 เพิ่มขึ้นถึง 17% YoY โดย KGI มองว่าการฟื้นตัวของตลาดทุนและบรรยากาศการลงทุนที่ดีขึ้นจะช่วยสนับสนุนโมเมนตัมการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมในระยะต่อไป

แม้ SCB จะรายงานกำไรไตรมาส 1/2569 ต่ำกว่าที่ตลาดคาด เนื่องจากแรงกดดันจากการหดตัวของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) แต่ฝ่ายบริหารเชื่อว่า NIM ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาสดังกล่าว และคาดว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการเติบโตของสินเชื่อจะช่วยให้แนวโน้มผลประกอบการดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไป

จากมุมมองที่ดีขึ้นต่อแนวโน้มการเติบโต KGI จึงปรับเพิ่มสมมติฐานมูลค่าหุ้นจาก PBV 0.8 เท่า เป็น 1.0 เท่า ซึ่งใกล้เคียงกับระดับการประเมินมูลค่าของธนาคารกสิกรไทย ส่งผลให้ราคาเป้าหมายใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 151 บาทต่อหุ้น หรือมีอัพไซด์ประมาณ 7.9% จากราคาปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามยังคงเป็นคุณภาพสินทรัพย์ โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) และต้นทุนความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Cost) ในกลุ่มสินเชื่อผู้บริโภค หากภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัวช้ากว่าคาด

เพี้ยนแช๊ะเม่าออกรถ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่