แบงก์รับบอนด์ยีลด์ขาขึ้น หนุนรายได้-จับตาสินเชื่อ

กระทู้ข่าว


#BANK #ทันหุ้น – แบงก์รับเต็มบอนด์ยิลด์ขึ้น หนุนรายได้ดอกเบี้ยจากเงินลงทุน ชี้การลดเพดานค่าฟีของ ธปท. กระทบรายได้จำกัด มองสินเชื่อมีโอกาสสูงกว่าคาด หลัง 4 เดือนแรกโต 1.7% ใกล้เป้าทั้งปีที่ 1.8% จากความต้องการสินเชื่อภาคธุรกิจขนาดใหญ่ ด้านคุณภาพสินทรัพย์ยังแข็งแกร่ง การตั้งสำรองมีแนวโน้มชะลอ จุดเด่นปันผลสูง 5-8% เลือก BBL, KTB และ SCB เด่น

นางสาวอุษณีย์ ลิ่วรัตน์  นักวิเคราะห์  บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุนเอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ประเมินว่า การที่อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐอเมริกาที่ปรับตัวขึ้น ส่งผลต่ออัตราดอกเบี้ยพันธบัตรในหลายประเทศ รวมถึงอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลไทยที่ปรับตัวขึ้นตาม เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ดอกเบี้ยจากเงินลงทุน เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น พันธบัตรทั้งในและต่างประเทศ เมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้น ธนาคารจึงได้รับประโยชน์โดยตรง ทำให้คาดว่ารายได้ในส่วนนี้ของธนาคารในไตรมาสที่ 2 ยังเป็นโมเมนตัมที่ดี

ส่วนการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดค่าบริการและการให้บริการให้เป็นมาตรฐาน และปรับลดค่าธรรมเนียมหลายรายการลง 4 ประเภท รวม 19 รายการ นั้น เบื้องต้นประเมินว่าจะกระทบรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ในกรอบจำกัด เนื่องจากธปท.เปิดโอกาสให้ธนาคารพาณิชย์ และผู้ประกอบการที่มีส่วนได้รับผลกระทบ อาทิ KTC, AEONTS ปรับตัวมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับธนาคารพาณิชย์เองได้ พัฒนาศักยภาพการให้บริการ สู่แพลตฟอร์ม และระบบดิจิทัลหลายรูปแบบ  ส่งผลให้อัตราค่าบริการหลายรายการยังไม่ชนเพดานที่ ธปท. กำหนด

“การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ปรับลดเพดานค่าธรรมเนียมบางรายการ เช่น ค่าธรรมเนียมการเบิกถอนเงินสดล่วงหน้า จาก 3% เหลือ 2.5% ส่งผลกระทบต่อธนาคารน้อยมาก เนื่องจากธนาคารส่วนใหญ่ได้เปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบดิจิทัลและยกเว้นค่าธรรมเนียมในหลายส่วนไปก่อนหน้านี้แล้ว อีกทั้งยังมีการหารือกับ ธปท. และปรับตัวล่วงหน้ามาเป็นระยะ”

มองสินเชื่อโต YoY

นางสาวอุษณีย์ ระบุ ภาพรวมการเติบโตของสินเชื่อกลุ่มธนาคารพาณิชย์ งวด 4 เดือนแรกของปี 2569 (ม.ค.-เม.ย.2569) เติบโตแล้วประมาณ 1.7% โดยหลักมาจากสินเชื่อกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ (Corporate Loan) หนุนจากความต้องการสินเชื่อเพิ่มขึ้นจากราคาวัตถุดิบและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น กระตุ้นให้ผู้ประกอบการต้องการเงินทุนหมุนเวียนมากขึ้น รวมถึงมีการลงทุนที่เพิ่มขึ้นจากการขอ BOI โดยความต้องการสินเชื่อกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ ยังมีแนวโน้มเติบโตได้ต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เนื่องจากราคาน้ำมันที่ยังคงอยู่ในระดับสูง  ดังนั้นจึงมีโอกาสที่ผลประกอบการจริงจะทำได้ดีกว่าตัวเลขที่ประมาณการไว้ที่ 1.8% โดยจะรอดูผลงานไตรมาส 2/2569 ก่อนพิจารณาว่าปรับขึ้นได้ไหม

ทั้งนี้ ความน่าสนใจของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ เปลี่ยนจากหุ้นที่เน้นการเติบโตเชิงรุก มาเป็นหุ้นที่เน้นเงินปันผล โดยมีอัตราการจ่ายปันผลเฉลี่ยอยู่ที่ 5-7% ซึ่งยังดึงดูดกระแสเงินลงทุนในระยะยาว ปัจจุบัน มูลค่าหุ้น มีค่า P/E ประมาณ 10 เท่า และ Price to Book ประมาณ 1 เท่า  นอกจากนี้ หากธนาคารสามารถปรับค่า ROE ให้สูงขึ้นได้ ก็จะช่วยเพิ่มมูลค่าของกลุ่มให้สูงกว่าปัจจุบัน จึงแนะนำให้มองเป็นการลงทุนในระยะยาวเพื่อรับเงินปันผลหุ้นเด่นที่แนะนำ BBL  KTB

คุณภาพสินทรัพย์ดี

นายตฤณ สิทธิสวัสดิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย)  จำกัด ระบุ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ยังสามารถควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ได้อย่างมีคุณภาพ เนื่องจากสินเชื่อใหม่ที่ธนาคารปล่อยส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ และกลุ่มลูกค้ารายย่อยที่มีคุณภาพดี  นอกจากนี้ ธนาคารยังสามารถควบคุมหนี้เสียได้ดีในช่วงที่ผ่านมา จึงคาดว่าการตั้งสำรองอาจเริ่มรชะลอตัวลงในช่วงที่เหลือของปี 2569 เนื่องจากหลายธนาคารได้ตั้งสำรองส่วนเกินล่วงหน้าไปแล้วตั้งแต่ไตรมาส 1/2569

“หลังช่วงโควิด ธนาคารระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อใหม่ในกลุ่มรายย่อยที่ไม่มีหลักประกัน ซึ่งเป็นกลุ่มที่อ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ โดยหันไปเน้นกลุ่มที่มีรายได้ประจำระดับกลางถึงสูง และเน้นสินเชื่อที่มีหลักประกัน เช่น สินเชื่อบ้านและสินเชื่อรถยนต์ เพื่อคุมความเสี่ยง อีกทั้งมาตรการคุณสู้เราช่วย มีส่วนช่วยอย่างมากในการสนับสนุนให้ธนาคารสามารถผ่อนปรนหรือเลื่อนการชำระหนี้ให้กับลูกหนี้ที่ยังไม่พร้อม  ส่งผลให้ธนาคารไม่ต้องเร่งตั้งสำรองเพิ่มอย่างรวดเร็วในช่วงที่เศรษฐกิจยังมีความเปราะบางในบางจุด”

สำหรับการเข้ามากำหนดรายได้ค่าธรรมเนียมให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน คาดว่าจะกระทบต่อรายได้ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไม่ถึง 1-2% ประกอบกับธนาคารพาณิชย์สามารถหารายได้จากธุรกรรมอื่นที่สูงกว่า อาทิ Wealth Management, การขายประกัน รวมถึงธุรกิจตลาดทุน เป็นอีกส่วนที่ช่วยหนุนรายได้ค่าธรรมเนียมให้เติบโตได้ดีกว่าธุรกรรมแบบเดิม

เป้าเงินทุนไหลเข้า

นายตฤณ ระบุ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ ยังมีเสน่ห์เฉพาะตัว จากความคาดหวังอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ประมาณ 8% ขณะที่ผลกระทบจาก Virtual Bank จะยังไม่ส่งผลกระทบต่อธนาคารพาณิชย์ดั้งเดิมอย่างมีนัยสำคัญ แต่จะไปกระทบกลุ่ม Non-Bank และกลุ่มหนี้นอกระบบมากกว่า จึงคงน้ำหนัก “เท่าตลาด” และเลือก SCB เป็นหุ้นเด่น

เพี้ยนแช๊ะพาพันขอบคุณเม่าออกรถ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่