JJNY : ดรามาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ!│แฉประตูกฎหมายอภินิหาร 3 บาน│ผวากุ้งใต้ทะลักชนตะวันออก│ยูเครนโจมตีเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

ดรามาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ! พ่อแม่โกรธลูก หลังถูกนำชื่อไปใช้ลดหย่อนภาษี
.

.
Drama-addict เผยเสียงสะท้อนประชาชน หลังเกณฑ์ใหม่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐทำผู้ถูกนำชื่อไปลดหย่อนภาษีอาจหมดสิทธิ์ ส่งผลหลายครอบครัวเกิดความกังวลและสับสนเรื่องสิทธิและภาษี.
.
เฟซบุ๊กเพจดัง Drama-addict โพสต์ข้อความสะท้อนเสียงจากประชาชน หลังรัฐบาลกำหนดเงื่อนไขคัดกรองผู้มีสิทธิรับ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” รอบใหม่ ซึ่งส่งผลให้ผู้ที่ถูกบุตรหลานนำชื่อไปใช้ลดหย่อนภาษี อาจไม่เข้าหลักเกณฑ์รับสิทธิ์ดังกล่าว โดยเพจได้เผยข้อความจากลูกเพจรายหนึ่งที่ระบุว่า
.
“ล่าสุดแม่หนูโกรธที่หนูเอาแม่ไปลดหย่อนภาษีแล้วค่ะ ทั้ง ๆ ที่หนูใช้คุณแม่ลดหย่อนทุกปี เงินหนูก็ส่งให้แม่ต่อเดือนไม่ได้เยอะเลยค่ะ ฝากเป็นกระบอกเสียงให้ทีนะคะ คนแก่ที่บ้านไม่มาทำความเข้าใจอะไรแบบนี้หรอกค่ะ
 .
พร้อมกันนี้ Drama-addict ยังชี้แจงว่า ภาพแชทที่นำมาเผยแพร่ได้มีการดัดแปลงด้วย AI เพื่อลบชื่อของทั้งคุณแม่และลูกเพจที่ส่งข้อมูลเข้ามา รวมถึงมีการปรับเปลี่ยนข้อความบางส่วน เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าของเรื่องทราบและเกิดปัญหาภายในครอบครัว
.
นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งกรณีจากลูกเพจที่สะท้อนผลกระทบในลักษณะใกล้เคียงกัน โดยระบุว่า
.
เรื่องบัตรคนจน ไม่ได้มีแค่พ่อแม่ลูกมีปัญหากันนะ ที่บ้านนี่ลูกเครียด กลัวโดนภาษี เพราะแม่ไม่รู้ เพิ่งไปสมัครบัตรคนจนรอบใหม่มา ตอนนี้แกเครียดรู้สึกผิด กลัวลูกโดนภาษีย้อนหลัง ทำเอาปั่นป่วนกันไปหมด
.
ทั้งนี้ Drama-addict ระบุเพิ่มเติมว่า ได้สอบถามเจ้าของเรื่องดังกล่าวแล้วว่า มีการชำระภาษีถูกต้องทุกปีหรือไม่ ซึ่งได้รับคำตอบว่าเสียภาษีถูกต้องตามกฎหมายทุกปี แต่ยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ส่งผลให้เกิดความสับสนและความเครียดภายในครอบครัว
.
โพสต์ดังกล่าวจุดกระแสถกเถียงในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง เกี่ยวกับเงื่อนไขการคัดกรองผู้มีสิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
.
.

.
วิสุทธิ์ แฉประตูกฎหมายอภินิหาร 3 บาน เปิดช่องผู้ทำปฏิทินประกันสังคม ไม่ต้องแข่งราคา
https://www.matichon.co.th/politics/news_5750790
.
วิสุทธิ์ แฉประตูกฎหมายอภินิหาร 3 บาน เปิดช่องผู้ทำปฏิทินประกันสังคม ไม่ต้องแข่งราคา
.
เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน นายวิสุทธิ์ ตันตินันท์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานอนุคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการปฎิรูปการจัดซื้อจัดจ้าง สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงช่องโหว่กฎหมายการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐกรณีปฎิทินสังคม ว่า ตนมีข้อสงสัยว่าเหตุใดบางคนยืนกรานต้องจัดพิมพ์ปฏิทินประกันสังคมให้ได้ ทั้งที่สังคมตั้งคำถามถึงความจำเป็น และเมื่อย้อนดูข้อมูลในอดีต จึงพบว่าคำถามอาจไม่ใช่แค่จำเป็นหรือไม่ แต่ต้องถามด้วยว่าได้ปฏิทินมาอย่างไร
.
นายวิสุทธิ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ จากฐานข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และสื่อมวลชวนต่างๆ พบว่า มีการใช้งบจัดทำปฏิทินประกันสังคมตลอด 10 ปีที่ผ่านมาราว 630 ล้านบาท และเป็นการเลือกผู้ผลิตแบบเฉพาะเจาะจง 10 สัญญาจาก 11 สัญญา ฉะนั้นหากจะเรียกว่าได้ปฏิทินกับการประกวดราคาที่โปร่งใสนั้น ถือว่าไม่ถูก ซึ่งปฎิทินยืนหยัดใช้วิธีเฉพาะเจาะจงอยู่ได้ด้วยประตูทางกฎหมายสามบาน ได้แก่ บานแรกคือพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดซื้อจัดจ้างฯ พ.ศ.2560 มาตรา 56 ที่เปิดช่องให้ออกกฎกระทรวงใช้วิธีเฉพาะเจาะจงเพิ่มเติม ซึ่งจริงๆ แล้ว การใช้วิธีเฉพาะเจาะจงไม่ได้ผิดอะไร หากเป็นกรณีฉุกเฉินหรือมูลค่าต่ำมากๆ แต่ปัญหาคือการเพิ่มกรณีพิเศษต่างๆ ตามสะดวก
.
นายวิสุทธิ์ กล่าวด้วยว่า ประตูบานที่สองคือ กฎกระทรวง พ.ศ.2563 ที่ออกมารองรับกฎหมายที่ระบุให้ซื้อแบบเจาะจงได้ หากเป็นพัสดุส่งเสริมและพัฒนาด้านการเกษตรจากร้านสหกรณ์ที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีใครสักคนใช้ประตูบานนี้ เพื่อเจาะจงเลือกชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย (ชสท.) ให้เป็นผู้ผลิต 7 จาก 11 สัญญา เป็นเงิน 416 ล้านบาท โดยไม่ต้องแข่งกับใคร
.
นายวิสุทธิ์ กล่าวต่อว่า เมื่อประตูบานนี้เริ่มมีคนจับตา ก็จะมีใครสักคนเลือกใช้ประตูอีกบานคือ กฎกระทรวง พ.ศ.2561 ให้จัดซื้อจัดจ้างจากรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานในเครือของรัฐ โดยวิธีเฉพาะเจาะจงได้ ทำให้องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก กลายมาเป็นผู้จัดทำปฎิทินโดยไม่ต้องแข่งขัน อีก 3 สัญญา เป็นเงินรวม 160 ล้านบาท แล้วถ้าให้มีการประกวดราคา อย่างกรณีปี 69 ที่ยกเลิก ปรากฏว่าผู้ชนะที่เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญการพิมพ์ เสนอราคาต่ำกว่าราคากลาง 45 เปอร์เซ็นต์ หรือเสนอราคา 26.6 ล้าน จากราคากลาง 48.7 ล้าน นั่นหมายความว่าหากเลือกใช้การแข่งขันอย่างโปร่งใส แทนการเปิดประตูอภินิหารทางกฎหมาย ก็น่าจะประหยัดงบได้ 260 ล้าน

นี่เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง เพราะยังหลายหน่วยงานใช้วิธีเดียวกันปีละหลายหมื่นล้านบาท และก็ทำให้บางองค์กรก็ขยายไปทำสิ่งที่ตนเองไม่ได้ถนัด เพื่อไปกินกำไรโดยไม่ต้องแข่งขันกับใคร พรรคประชาชน จึงเสนอรื้อระบบการจัดซื้อจัดจ้างใหม่ทั้งหมดให้เป็นไปตามแนวทางสากล โดยอิงกับแนวทางของสหประชาชาติ และธนาคารโลก   ซึ่งต้องทบทวนกฎหมาย กฎกระทรวง ที่กลายเป็นประตูอภิหาร สร้างความเสี่ยงทุจริตที่ถูกต้องโดยระเบียบราชการ” นายวิสุทธิ์ กล่าว
.
นายวิสุทธิ์ กล่าวด้วยว่า ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาการปฏิรูปจัดซื้อจัดจ้าง ของสภาผู้แทนราษฎร ที่ตั้งขึ้นใหม่จะมีการเผยผลการวิเคราะห์ ข้อเสนอให้สังคมรับทราบและขอความเห็นเป็นระยะ ซึ่งตนยินดีหากใครจะส่งข้อมูลความผิดปกติหรือมีข้อเสนอดีๆ มาให้เพื่อประหยัดภาษีของประชาชนทุกคน.
.

.
ผวากุ้งใต้ทะลักชนตะวันออก ฉุดราคาร่วงจมทุนรอบ 5 ปี
.
เกษตรกรผู้เลี้ยงภาคตะวันออกกุ้งผวา หลังมาเลเซียคุมเข้มนำเข้า ดันกุ้งภาคใต้ทะลักเข้าตลาดมหาชัย ทำราคาร่วงกก.ละ 30-50 บาท จมทุนรอบ 5 ปี สวนทางต้นทุนสูง วอนรัฐเร่งชดเชย กก.ละ 20 บาท จับตา 8 มิ.ย. 69 กรมประมงเร่งเจรจามาเลเซียปลดล็อกมาตรการระงับนำเข้า
.
นายครรชิต เหมะรักษ์ นายกสมาคมเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทย เปิดเผย ”ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรณีมาเลเซียคุมเข้มการนำเข้ากุ้งไทย ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 แม้ว่าจะเป็นการระงับนำเข้าชั่วคราว แต่มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมกุ้งไทย 4 ประเด็น ดังนี้
.
1. การส่งออกกุ้งสด/แช่เย็นไปมาเลเซียชะลอตัว กระทบกระแสเงินสด
2. เกิดภาวะกุ้งล้นตลาดในประเทศ โดยเฉพาะขนาดกลาง-เล็กเสี่ยงโดนกดราคา
3. ผู้ส่งออกต้องแบกรับภาระเอกสารและขั้นตอนการตรวจสอบที่เพิ่มขึ้น
4. ฟาร์มกุ้งต้องปรับตัวอย่างหนักเพื่อควบคุมคุณภาพและระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)
.
ทั้งนี้  ได้แจ้งสมาชิกในเครือข่ายสมาคม ตั้งแต่ 19 พฤษภาคม 2569 เพื่อจับตาความเคลื่อนไหวซึ่งไม่ใช่มาตรการชั่วคราว แต่เป็นสัณญาณว่าตลาดโลกกำลังเข้าสู่ ”การตรวจเข้มด้านความปลอดภัยอาหารและความยั่งยืน” ที่อาจเป็นข้อได้เปรียบในตลาดระยะยาว
.
นายครรชิตกล่าวต่อว่า  เชื่อมั่นว่าหลักเกณฑ์ด้านความปลอดภัยอาหารไม่ใช่ปัญหาของมาตรการระงับนำเข้า เพราะเกษตรกรยังมีภาระค่าใช้จ่ายในการตรวจสารตกค้างเพิ่มขึ้นครั้งละ 6,500 บาท และต้องใช้เวลาตรวจ 1-2 วัน ซึ่งกระทบต่อวิถีเดิมที่ต้องจับกุ้งตอนกลางคืนเพื่อส่งให้ทันด่านเปิดตอนเช้า รวมถึงมีการขนส่งผ่านห้องเย็นกันอยู่แล้ว
.
อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อมั่นว่ามาเลเซียยังต้องการกุ้งสดจากไทยเพื่อทำต้มยำกุ้ง เนื่องจากไทยอยู่ใกล้และค่าขนส่งถูกกว่าคู่แข่งอย่างอินเดียหรือเอกวาดอร์ โดยทุกฝ่ายกำลังจับตาการเจรจาระหว่างกรมประมง, มก.อช. และหน่วยงานมาเลเซีย ในวันที่ 8 มิถุนายนนี้ เพื่อหาข้อสรุปเชิงนโยบาย
.
นางชมพูนุช  พันธุวนิช ประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งจันทบุรี เปิดเผย ”ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การถูกระงับส่งกุ้งไปมาเลเซีย กระทบต่อราคากุ้งในประเทศ โดยเฉพาะตลาดใหญ่อย่างตลาดมหาชัยที่เผชิญภาวะอุปทานส่วนเกิน ซึ่งตั้งแต่ด่านชายแดนปิดตัวลงทำให้ไม่สามารถส่งออกไปยังประเทศกัมพูชาได้ ขณะที่การบริโภคในประเทศชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด เช่น ตลาดโคราชที่เคยรับซื้อกุ้งกว่า 10 ตัน/วัน ปัจจุบันเหลือเพียง 3-4 ตันเท่านั้น
.
หากเกษตรกรพึ่งพาเฉพาะการขายผ่านตลาดกลางเพียงอย่างเดียวก็เสี่ยงที่จะถูกกดราคาอย่างหนัก ดังนั้น กรมประมงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งเจรจากับมาเลเซียโดยด่วน เพื่อกู้คืนรายได้และเปิดช่องทางระบายสินค้าก่อนที่วิกฤตกุ้งล้นตลาดไปมากกว่า
.
ปัจจุบันผลผลิตกุ้งภาคตะวันออก (จันทบุรี) ลดลงจาก 500,000 ตัน เหลือเพียง 270,000 – 300,000 ตัน และเกษตรกรลดลงเหลือต่ำกว่า 500 ราย จากเดิม 700-800 ราย
.
ขณะนี้ราคากุ้งปากบ่อเฉลี่ยต่ำสุดในรอบ 4-5 ปี เช่น กุ้งไซส์ 100 ตัว มีต้นทุนการผลิต 119 บาท แต่ราคาขายปากบ่อกลับอยู่ที่ 119 บาท หรือบางไซส์ขายต่ำกว่าทุน ยังไม่รวมถึงต้นทุนแฝงที่เพิ่มขึ้นจากโรคระบาด ส่วนราคาที่เกษตรกรยังสามารถอยู่ได้ปากบ่อควรเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 120-125 บาท
.
สำหรับแนวทางช่วยเหลือ ภาครัฐต้องเร่งจัดอีเว้นท์กระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ เพื่อบาลานซ์ฝั่งผู้ซื้อและผู้ผลิต ซึ่งคาดว่าจะช่วยระบายสินค้าและกระตุ้นการบริโภคได้ 16-20%
.
รวมถึงเร่งรัดโครงการชดเชยราคากุ้ง กิโลกรัมละ 20 บาทเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ให้เกษตรกรรายย่อยที่ขาดทุนรายละ 50,000 – 70,000 บาท มีกระแสเงินสดหมุนเวียนไปลงลูกกุ้งในรอบถัดไป และพยุงห่วงโซ่ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ทั้งฝั่งอาหารสัตว์ เคมีภัณฑ์ และพันธุ์กุ้ง
.
นายชูชาติ  ชำปฏิ ประธานหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งตราดยั่งยืน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ”ว่า ปกติกุ้งจากภาคใต้จะส่งออกไปมาเลเซียวันละ 600-700 ตัน ส่วนตลาดกุ้งภาคตะวันออกส่งมหาชัยห้องเย็น 70% และส่งตลาดไทแพกุ้ง 30% แต่เมื่อมาเลเซียระงับนำเข้า กุ้งภาคใต้ทั้งหมดต้องตีกลับมาที่ตลาดมหาชัย ส่งผลให้มาชนกับกุ้งของภาคตะวันออก ทำให้ราคากุ้งลดทันที 30-50 บาท/กก.  ซ้ำเติมราคากุ้งที่ตกต่ำมานานนับเดือน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่