JJNY : ปฏิรูปดี๊ดี...ซี้จุกสูญ 3 สมาคมให้รัฐสอบตก แนะจ้าง CLS แก้ไอยูยู

กระทู้คำถาม
3 นายกฯประมง ประสานเสียง รัฐบาลสอบตกปลดใบเหลืองอียู จะครบ 2 ปี ยังไม่คืบ ชี้งบกว่าพันล้านเสียเปล่า แก้ปัญหาไม่ตรงจุด นายกนอกน่านน้ำ เสนอจ้าง CLS เป็นที่ปรึกษาหลังมีผลงานช่วยเกาหลี-ญี่ปุ่นได้ใบเขียว

นับตั้งแต่ไทยถูกสหภาพยุโรป (อียู)ให้ใบเหลืองเตือนเพื่อให้แก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม(IUU Fishing) เมื่อเดือนเมษายน 2558 ทางรัฐบาลไทยโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ตั้งศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) โดยดึงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับประมงมาร่วมแก้ปัญหา ปัจจุบันศูนย์ดังกล่าวได้ผ่องถ่ายงานไปให้แต่ละกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เวลาผ่านมาจะครบ 2 ปี แต่ยังไม่สามารถปลดใบเหลืองเป็นใบเขียวได้นั้น

นายอภิสิทธิ์ เตชะนิธิสวัสดิ์ นายกสมาคมการประมงนอกน่านน้ำไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” โดยเปรียบเทียบว่า การทำงานของรัฐบาลเหมือนติดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรก เพราะนับตั้งแต่ที่ทางอียูดำเนินการในหลายเรื่อง ฝ่ายไทยก็ไปตีความเอง ทำให้ปัญหาบานปลายจนถึงทุกวันนี้

“ที่ผ่านมาหลายคนก็ดื้อ บินไปเจรจาแค่ 1-2 วันคิดว่ารู้หมด เสนอไปก็ไม่เชื่อ ที่สำคัญช่วงที่ทางอียูมาตรวจสอบศูนย์ติดตั้งระบบวีเอ็มเอส บอกว่าใช้ไม่ได้ เพราะระบบไม่น่าเชื่อถือ ที่ผ่านมางบกว่า 1 พันล้านไปตกอยู่ที่ไหน ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ”

อย่างไรก็ดีมองว่าไทยยังไหวตัวแทน โดยขอแนะนำรัฐบาลจัดจ้างบริษัทCollecteLocalisation Satellites หรือ CLS เพราะบริษัทนี้มีประสบการณ์เป็นคนวางระบบให้กับอียู และช่วยเกาหลี ญี่ปุ่น เปลี่ยนจากใบเหลืองเป็นใบเขียวได้สำเร็จ

สอดคล้องกับนายมงคล สุขเจริญคณา ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ที่มองว่า รัฐบาลสอบตกเพราะการแก้ปัญหาประมงผิดกฎหมายในความหมายที่รัฐบาลมุ่งเป้าแก้ปัญหาเพื่อไม่ให้ถูกใบแดง เพราะเกรงจะทำให้การส่งออกอาหารทะเลมีปัญหาไม่สามารถส่งออกได้ โดยไม่เข้าใจบริบทของสังคมไทยแตกต่างจากชาติตะวันตก จากปัญหามีความสลับซับซ้อนมากกว่า จะต้องใช้เวลาในการแก้ไขที่ไม่ทำให้ประชาชนต้องเดือดร้อนมากเกินความจำเป็น แต่รัฐก็คิดว่า จะต้องแก้ให้เร็วไม่เช่นนั้นเราจะต้องถูกใบแดง และจะทำให้ประเทศเสียเครดิตในสายตานานาชาติ จึงได้ใช้อำนาจพิเศษ ม.44 หลายรอบในการแก้ปัญหา

“ในสายตาของชาวต่างชาติรัฐบาลถือว่าสอบผ่าน แต่ในสายตาของชาวประมงแล้วถือว่ารัฐบาลสอบตก เพราะความเสียหายและผลกระทบมากเกินกว่าที่เราจะส่งออกสินค้าประมงไปอียูเป็น 10 เท่า เพราะความจริงแล้วไทยส่งอาหารทะเลไปอียูไม่กี่หมื่นล้านบาท ที่ส่งออกมากคือปลาทูน่ากระป๋องและกุ้ง ที่สำคัญเรือไทยไม่มีเรือจับปลาทูน่าเลย เป็นปลาทูน่านำเข้า 99% ส่วนกุ้งก็เป็นกุ้งเลี้ยง ไม่เกี่ยวกับสินค้าอาหารทะเลที่เราส่งออกไปมากนัก ดังนั้นมองว่าถึงอียูจะให้ใบแดงก็ไม่เสียหายมากนัก แต่วันนี้คำถามคือที่ต้องมาเดือดร้อนอยู่เพราะอะไร”

เช่นเดียวกับ นายสะมะแอ เจะมูดอ นายกสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันเครื่องมือที่ยกเลิกไปแล้ว ไม่ว่าจะโพงพาง หรือไอ้โง่ ก็ยังเห็นทำการประมงปกติ เช่นเดียวกันกับเครื่องมืออวนรุน ยกเว้นเครื่องมืออวนรุนเคย ปัญหาก็ไม่ได้แก้จริง ท้ายสุดผู้ประกอบก็หันไปทำเรืออวนลาก หนักยิ่งกว่าเครื่องมือที่ยกเลิกไป มองดูแล้วการทำงานของรัฐไม่ต่อเนื่อง ที่สำคัญหน่วยงานรัฐต่างคนต่างทำ กฎหมายถือกันคนละฉบับ เช่น แรงงาน ต้องไปที่กระทรวงแรงงาน ขึ้นทะเบียนเรือ ต้องไปกรมเจ้าท่า หากจะขอใบอนุญาตทำประมงต้องไปขอที่กรมประมง เป็นต้น
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่