นี่ไม่ใช่เรื่องเล่าจินตนาการ แต่คือสิ่งที่หมอเจอบ่อยมากในห้องตรวจ ผู้ป่วยปวดไหล่ขวารุนแรง กางแขนได้ไม่ถึงครึ่ง สวมเสื้อก็เจ็บ นอนตะแคงทับก็ไม่ได้ ตื่นมากลางดึกเพราะปวด
หลายคนคิดว่าเป็นไหล่ติด แต่จริงๆ อาจเป็นโรคที่ชื่อ “หินปูนเกาะเส้นเอ็น” และซ้ำร้ายกว่านั้น คือมีเส้นเอ็นข้อไหล่ฉีกขาดบางส่วนร่วมด้วย
💡ข่าวดีคือ โรคนี้ส่วนใหญ่รักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
หินปูนเกาะเส้นเอ็นไหล่ และเอ็นข้อไหล่ฉีกบางส่วน — เรื่องที่ผู้หญิงวัย 40-50 ปีต้องรู้
คุณสุภา (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี ทำงานออฟฟิศ ปวดไหล่ขวารุนแรงมา 3 เดือน ตอนแรกคิดว่าแค่กล้ามเนื้ออักเสบ ซื้อยาแก้ปวดกินเอง พักก็แล้ว ประคบร้อนก็แล้ว แต่อาการกลับแย่ลง
ตอนมาพบหมอ คุณสุภากางแขนได้ไม่เกิน 90 องศา (คือยกขึ้นได้แค่ระดับไหล่ ไม่สามารถยกเหนือศีรษะ) ขยับเล็กน้อยก็เจ็บมาก จนไม่กล้าขยับ
หมอตรวจด้วยอัลตราซาวด์ที่ห้องตรวจ พบ “ก้อนหินปูน” สีขาวสว่างเกาะอยู่ที่เส้นเอ็นข้อไหล่ ขนาดประมาณ 8 มิลลิเมตร และยังเห็นรอยฉีกขาดบางส่วนของเส้นเอ็นด้านบน
ภาพที่หมอเห็น บอกเรื่องราวได้ทันทีว่าทำไมคุณสุภาเจ็บมากขนาดนี้
―――――――――――――――――――――――
“หินปูนเกาะเส้นเอ็น” คืออะไร
หินปูนเกาะเส้นเอ็น (ชื่อทางการแพทย์ Calcific Tendinitis) เป็นภาวะที่มีผลึกแคลเซียมมาเกาะสะสมอยู่ในเส้นเอ็นที่หุ้มข้อไหล่ ทำให้เส้นเอ็นนั้นมีก้อนแข็งคล้ายเม็ดทรายหรือยาสีฟันแห้งฝังอยู่
ลองนึกภาพง่ายๆ ว่า เส้นเอ็นที่ปกติเหมือนยางยืดเรียบลื่น แต่ตอนนี้มีก้อนหินเล็กๆ ฝังอยู่ข้างใน เวลายืดหรือเลื่อนก็จะเกิดการเสียดสี อักเสบ และเจ็บ
โรคนี้ “พบบ่อยถึง 10-42%” ของผู้ป่วยที่มาด้วยอาการปวดไหล่ตามข้อมูลทางการแพทย์สากล [2] โดยพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะอายุ 40-60 ปี [1]
―――――――――――――――――――――――
ระยะของโรค — เข้าใจให้ถูก จะรักษาตรงจุด
โรคนี้แบ่งเป็น 3 ระยะใหญ่ๆ [1]
ระยะที่ “1” ก่อตัว
ร่างกายเริ่มสร้างผลึกแคลเซียมในเส้นเอ็น มักไม่มีอาการ หรือปวดเล็กน้อย
ระยะที่ “2” ก้อนคงตัว
ก้อนหินปูนมีขนาดคงที่ ปวดเรื้อรัง ขยับลำบาก ระยะนี้กินเวลาเป็นเดือนถึงเป็นปี
ระยะที่ “3” สลายตัว
ร่างกายเริ่มดูดซับก้อนหินปูนกลับ ระยะนี้ “ปวดรุนแรงที่สุด” เพราะเกิดการอักเสบสูงรอบเส้นเอ็น แต่เป็นระยะที่โรค “กำลังจะหาย”
เข้าใจเรื่องนี้สำคัญมาก เพราะคนไข้จำนวนไม่น้อยมาพบหมอตอนระยะที่ 3 ซึ่งปวดมาก แต่จริงๆ ร่างกายกำลังจัดการตัวเอง
―――――――――――――――――――――――
แล้ว “เอ็นข้อไหล่ฉีกบางส่วน” คืออะไร
เส้นเอ็นข้อไหล่ (ชื่อทางการแพทย์ Rotator Cuff) คือกลุ่มเส้นเอ็น 4 เส้นที่หุ้มหัวกระดูกต้นแขน ทำหน้าที่ยกแขน หมุนแขน และยึดข้อไหล่ให้มั่นคง
“ฉีกบางส่วน” หมายความว่า เส้นเอ็นไม่ได้ขาดหมดทั้งเส้น แต่ขาดแค่บางส่วน เหมือนเชือกที่เปื่อยเป็นรอยลึก แต่ยังไม่ขาดทั้งเส้น [5]
ในกรณีของคุณสุภา การมีหินปูนเกาะร่วมกับเอ็นฉีกบางส่วน เป็นสิ่งที่พบได้บ่อย เพราะหินปูนเกาะนานๆ ก็จะค่อยๆ บั่นทอนเส้นเอ็นให้อ่อนแอลง
―――――――――――――――――――――――
อาการที่ต้องสงสัย
[1] ปวดไหล่รุนแรง โดยเฉพาะตอนกลางคืน
[2] ปวดร้าวลงต้นแขนด้านนอก
[3] ยกแขนได้จำกัด กางแขนได้ไม่ถึง 90 องศา
[4] ปวดเวลาสวมเสื้อ ใส่ชุดชั้นใน หรือสางผม
[5] นอนตะแคงทับข้างที่ปวดไม่ได้
[6] อาการอาจค่อยๆ เป็นทีละน้อย หรือปวดรุนแรงทันทีในตอนเช้า
―――――――――――――――――――――――
ใครเสี่ยงเป็นโรคนี้
[1] ผู้หญิงอายุ 40-60 ปี (พบบ่อยที่สุด)
[2] คนทำงานใช้แขนเหนือศีรษะบ่อย เช่น ครู ช่างซ่อม จิตรกร
[3] คนเป็นโรคเบาหวาน หรือไทรอยด์ทำงานผิดปกติ
[4] คนที่ใช้ไหล่ผิดท่าซ้ำๆ เป็นเวลานาน [2]
―――――――――――――――――――――――
การวินิจฉัย — ทำไมอัลตราซาวด์ถึงสำคัญ
สำหรับโรคนี้ การตรวจด้วยอัลตราซาวด์เป็นเครื่องมือสำคัญ เพราะ
[1] เห็นก้อนหินปูนได้ชัดเจน ขนาดเท่าไหร่ อยู่ที่เส้นเอ็นใด
[2] เห็นรอยฉีกของเส้นเอ็นว่าฉีกลึกแค่ไหน
[3] เห็นการอักเสบรอบๆ ได้ทันที
[4] ไม่ต้องฉายรังสี ไม่เจ็บ ทำได้ในห้องตรวจ
[5] ที่สำคัญที่สุด สามารถใช้นำทางในการรักษาได้เลย
การเอกซเรย์ปกติก็ช่วยได้ในการดูขนาดและตำแหน่งของหินปูน แต่อัลตราซาวด์ให้ภาพที่ละเอียดกว่าและเห็นเส้นเอ็นได้พร้อมกัน
―――――――――――――――――――――――
แนวทางการรักษา — เริ่มจากเบาไปหนัก
การรักษาโรคนี้มีหลายขั้น เริ่มจากวิธีที่เบาที่สุดก่อน [1] [2]
ขั้นแรก ใช้ยาและกายภาพ
ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ กายภาพบำบัด การประคบ การออกกำลังกายเฉพาะ ใช้เวลา 6-12 สัปดาห์
ขั้นที่สอง ฉีดยาเข้าข้อไหล่โดยใช้อัลตราซาวด์นำทาง
ฉีดสเตียรอยด์เข้าถุงน้ำที่หุ้มเส้นเอ็น เพื่อลดอักเสบและบรรเทาปวด
ขั้นที่สาม “ดูดและล้างก้อนหินปูน” ด้วยเข็มผ่านอัลตราซาวด์
วิธีนี้ภาษาทางการแพทย์เรียก “Barbotage” คือใช้เข็มเจาะเข้าไปที่ก้อนหินปูนภายใต้การมองเห็นด้วยอัลตราซาวด์ แล้วฉีดน้ำเข้า-ดูดออก เพื่อล้างก้อนหินปูนออกมา
งานวิจัยขนาดใหญ่จากเนเธอร์แลนด์พบว่า การดูดล้างหินปูนด้วยอัลตราซาวด์นำทาง ร่วมกับการฉีดสเตียรอยด์ “ให้ผลดีกว่าฉีดสเตียรอยด์อย่างเดียว” ที่ 1 ปี ทั้งเรื่องอาการปวดและการขยับไหล่ [3]
ขั้นที่สี่ คลื่นกระแทกพลังงานสูง
ใช้คลื่นเสียงพลังงานสูงยิงเข้าไปที่ก้อนหินปูน ช่วยให้ก้อนหินปูนแตกและร่างกายดูดซับกลับได้เร็วขึ้น
งานวิจัยจากวารสาร Annals of Internal Medicine รวบรวมการศึกษาหลายชิ้นพบว่า คลื่นกระแทกพลังงานสูง “มีประสิทธิภาพในการลดปวดและสลายก้อนหินปูน” ในผู้ป่วยเรื้อรัง [4]
🩺ขั้นสุดท้าย ผ่าตัดส่องกล้อง
สงวนไว้สำหรับกรณีที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาทุกวิธีข้างต้น หรือมีเอ็นฉีกขาดที่ต้องซ่อม
💉เมื่อไหร่ควรพิจารณาผ่าตัด
[1] รักษาไม่ผ่าตัดมา 6 เดือนแล้วไม่ดีขึ้น
ไม่ใช่ทุกคนต้องผ่าตัด แต่จะพิจารณาเมื่อ
[2] เอ็นฉีกขาดในระดับสูง หรือฉีกเกือบขาด
[3] ก้อนหินปูนใหญ่และไม่ตอบสนองต่อการดูดล้าง
[4] อาการรบกวนชีวิตประจำวันมาก จนไม่สามารถทำงาน
สำหรับเอ็นไหล่ฉีกบางส่วน งานวิจัยล่าสุดชี้ว่าการรักษาแบบไม่ผ่าตัด เช่น กายภาพและฉีดยาเฉพาะที่ ให้ผลที่น่าพอใจในระยะสั้นถึงปานกลาง
📣พยากรณ์โรค — ข่าวดีสำหรับคนไข้
โรคหินปูนเกาะเส้นเอ็นไหล่ “ส่วนใหญ่หายเองได้” หรือหายด้วยการรักษาไม่ผ่าตัด หินปูนจะค่อยๆ ถูกร่างกายดูดซับกลับเอง
สำหรับคุณสุภาในเรื่องของเรา หลังการดูดล้างหินปูนด้วยอัลตราซาวด์นำทาง ร่วมกับฉีดยาลดอักเสบ และทำกายภาพต่อเนื่อง 8 สัปดาห์ คุณสุภาสามารถยกแขนได้เกือบเป็นปกติ ปวดเหลือน้อยมาก
📌ถ้าปล่อยไว้ไม่รักษา จะเป็นอย่างไร
ถ้าปล่อยทิ้งไว้นาน อาจเกิดปัญหา
[1] ไหล่ติด ขยับแทบไม่ได้ในที่สุด
[2] เอ็นฉีกขาดเพิ่มขึ้น จากบางส่วนกลายเป็นขาดทั้งหมด
[3] กล้ามเนื้อรอบไหล่ฝ่อ จากการไม่ได้ใช้งาน
[4] คุณภาพชีวิตแย่ลง นอนไม่หลับ ทำงานไม่ได้
📌วิธีดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน
[1] หลีกเลี่ยงการยกของหนักเหนือศีรษะ
[2] ประคบเย็น 15-20 นาทีเมื่อปวดเฉียบพลัน ประคบอุ่นเมื่อตึงเรื้อรัง
[3] ทำท่ายืดเส้นเอ็นไหล่เบาๆ ทุกวัน ไม่ฝืน
[4] ปรับท่านอน นอนหงาย หนุนหมอนใต้แขน
[5] กินยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่ง อย่าซื้อสเตียรอยด์มากินเอง
[6] ออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบไหล่ตามที่นักกายภาพแนะนำ
📌สรุปสำคัญ
[1] หินปูนเกาะเส้นเอ็นไหล่ พบบ่อยในผู้หญิงวัย 40-60 ปี
[2] อาการเด่นคือ ปวดไหล่รุนแรง ยกแขนได้จำกัด ปวดกลางคืน
[3] วินิจฉัยได้แม่นยำด้วยอัลตราซาวด์ในห้องตรวจ
[4] รักษาได้หลายขั้น เริ่มจากยา กายภาพ ไปจนถึงการดูดล้างด้วยเข็ม
[5] ส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าตัด
[6] ถ้ามีเอ็นฉีกร่วมด้วย การวินิจฉัยที่แม่นยำจะช่วยเลือกการรักษาที่เหมาะสม
CR page ปรึกษาหมอเก่ง กระดูกและข้อ ธนินนิตย์คลินิก Line OA @doctorkeng เว็บไซต์ doctorkeng.com
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ https://doctorkeng.com/article/1940?fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTEAc3J0YwZhcHBfaWQKNjYyODU2ODM3OQABHh3F59pbuI7yFsm5UrM2xTzfmAHKE1v_VbFieu7o1-TXxNOnhEjOODZs0RMA_aem_V_fbLigyxxfMQGNrkgD8uA
ผู้หญิงวัย 45 ที่เคยยกของง่ายๆ ทุกวัน ตอนนี้แค่จะสระผมยังยกแขนไม่ขึ้น
หลายคนคิดว่าเป็นไหล่ติด แต่จริงๆ อาจเป็นโรคที่ชื่อ “หินปูนเกาะเส้นเอ็น” และซ้ำร้ายกว่านั้น คือมีเส้นเอ็นข้อไหล่ฉีกขาดบางส่วนร่วมด้วย
💡ข่าวดีคือ โรคนี้ส่วนใหญ่รักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
หินปูนเกาะเส้นเอ็นไหล่ และเอ็นข้อไหล่ฉีกบางส่วน — เรื่องที่ผู้หญิงวัย 40-50 ปีต้องรู้
คุณสุภา (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี ทำงานออฟฟิศ ปวดไหล่ขวารุนแรงมา 3 เดือน ตอนแรกคิดว่าแค่กล้ามเนื้ออักเสบ ซื้อยาแก้ปวดกินเอง พักก็แล้ว ประคบร้อนก็แล้ว แต่อาการกลับแย่ลง
ตอนมาพบหมอ คุณสุภากางแขนได้ไม่เกิน 90 องศา (คือยกขึ้นได้แค่ระดับไหล่ ไม่สามารถยกเหนือศีรษะ) ขยับเล็กน้อยก็เจ็บมาก จนไม่กล้าขยับ
หมอตรวจด้วยอัลตราซาวด์ที่ห้องตรวจ พบ “ก้อนหินปูน” สีขาวสว่างเกาะอยู่ที่เส้นเอ็นข้อไหล่ ขนาดประมาณ 8 มิลลิเมตร และยังเห็นรอยฉีกขาดบางส่วนของเส้นเอ็นด้านบน
ภาพที่หมอเห็น บอกเรื่องราวได้ทันทีว่าทำไมคุณสุภาเจ็บมากขนาดนี้
―――――――――――――――――――――――
“หินปูนเกาะเส้นเอ็น” คืออะไร
หินปูนเกาะเส้นเอ็น (ชื่อทางการแพทย์ Calcific Tendinitis) เป็นภาวะที่มีผลึกแคลเซียมมาเกาะสะสมอยู่ในเส้นเอ็นที่หุ้มข้อไหล่ ทำให้เส้นเอ็นนั้นมีก้อนแข็งคล้ายเม็ดทรายหรือยาสีฟันแห้งฝังอยู่
ลองนึกภาพง่ายๆ ว่า เส้นเอ็นที่ปกติเหมือนยางยืดเรียบลื่น แต่ตอนนี้มีก้อนหินเล็กๆ ฝังอยู่ข้างใน เวลายืดหรือเลื่อนก็จะเกิดการเสียดสี อักเสบ และเจ็บ
โรคนี้ “พบบ่อยถึง 10-42%” ของผู้ป่วยที่มาด้วยอาการปวดไหล่ตามข้อมูลทางการแพทย์สากล [2] โดยพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะอายุ 40-60 ปี [1]
―――――――――――――――――――――――
ระยะของโรค — เข้าใจให้ถูก จะรักษาตรงจุด
โรคนี้แบ่งเป็น 3 ระยะใหญ่ๆ [1]
ระยะที่ “1” ก่อตัว
ร่างกายเริ่มสร้างผลึกแคลเซียมในเส้นเอ็น มักไม่มีอาการ หรือปวดเล็กน้อย
ระยะที่ “2” ก้อนคงตัว
ก้อนหินปูนมีขนาดคงที่ ปวดเรื้อรัง ขยับลำบาก ระยะนี้กินเวลาเป็นเดือนถึงเป็นปี
ระยะที่ “3” สลายตัว
ร่างกายเริ่มดูดซับก้อนหินปูนกลับ ระยะนี้ “ปวดรุนแรงที่สุด” เพราะเกิดการอักเสบสูงรอบเส้นเอ็น แต่เป็นระยะที่โรค “กำลังจะหาย”
เข้าใจเรื่องนี้สำคัญมาก เพราะคนไข้จำนวนไม่น้อยมาพบหมอตอนระยะที่ 3 ซึ่งปวดมาก แต่จริงๆ ร่างกายกำลังจัดการตัวเอง
―――――――――――――――――――――――
แล้ว “เอ็นข้อไหล่ฉีกบางส่วน” คืออะไร
เส้นเอ็นข้อไหล่ (ชื่อทางการแพทย์ Rotator Cuff) คือกลุ่มเส้นเอ็น 4 เส้นที่หุ้มหัวกระดูกต้นแขน ทำหน้าที่ยกแขน หมุนแขน และยึดข้อไหล่ให้มั่นคง
“ฉีกบางส่วน” หมายความว่า เส้นเอ็นไม่ได้ขาดหมดทั้งเส้น แต่ขาดแค่บางส่วน เหมือนเชือกที่เปื่อยเป็นรอยลึก แต่ยังไม่ขาดทั้งเส้น [5]
ในกรณีของคุณสุภา การมีหินปูนเกาะร่วมกับเอ็นฉีกบางส่วน เป็นสิ่งที่พบได้บ่อย เพราะหินปูนเกาะนานๆ ก็จะค่อยๆ บั่นทอนเส้นเอ็นให้อ่อนแอลง
―――――――――――――――――――――――
อาการที่ต้องสงสัย
[1] ปวดไหล่รุนแรง โดยเฉพาะตอนกลางคืน
[2] ปวดร้าวลงต้นแขนด้านนอก
[3] ยกแขนได้จำกัด กางแขนได้ไม่ถึง 90 องศา
[4] ปวดเวลาสวมเสื้อ ใส่ชุดชั้นใน หรือสางผม
[5] นอนตะแคงทับข้างที่ปวดไม่ได้
[6] อาการอาจค่อยๆ เป็นทีละน้อย หรือปวดรุนแรงทันทีในตอนเช้า
―――――――――――――――――――――――
ใครเสี่ยงเป็นโรคนี้
[1] ผู้หญิงอายุ 40-60 ปี (พบบ่อยที่สุด)
[2] คนทำงานใช้แขนเหนือศีรษะบ่อย เช่น ครู ช่างซ่อม จิตรกร
[3] คนเป็นโรคเบาหวาน หรือไทรอยด์ทำงานผิดปกติ
[4] คนที่ใช้ไหล่ผิดท่าซ้ำๆ เป็นเวลานาน [2]
―――――――――――――――――――――――
การวินิจฉัย — ทำไมอัลตราซาวด์ถึงสำคัญ
สำหรับโรคนี้ การตรวจด้วยอัลตราซาวด์เป็นเครื่องมือสำคัญ เพราะ
[1] เห็นก้อนหินปูนได้ชัดเจน ขนาดเท่าไหร่ อยู่ที่เส้นเอ็นใด
[2] เห็นรอยฉีกของเส้นเอ็นว่าฉีกลึกแค่ไหน
[3] เห็นการอักเสบรอบๆ ได้ทันที
[4] ไม่ต้องฉายรังสี ไม่เจ็บ ทำได้ในห้องตรวจ
[5] ที่สำคัญที่สุด สามารถใช้นำทางในการรักษาได้เลย
การเอกซเรย์ปกติก็ช่วยได้ในการดูขนาดและตำแหน่งของหินปูน แต่อัลตราซาวด์ให้ภาพที่ละเอียดกว่าและเห็นเส้นเอ็นได้พร้อมกัน
―――――――――――――――――――――――
แนวทางการรักษา — เริ่มจากเบาไปหนัก
การรักษาโรคนี้มีหลายขั้น เริ่มจากวิธีที่เบาที่สุดก่อน [1] [2]
ขั้นแรก ใช้ยาและกายภาพ
ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ กายภาพบำบัด การประคบ การออกกำลังกายเฉพาะ ใช้เวลา 6-12 สัปดาห์
ขั้นที่สอง ฉีดยาเข้าข้อไหล่โดยใช้อัลตราซาวด์นำทาง
ฉีดสเตียรอยด์เข้าถุงน้ำที่หุ้มเส้นเอ็น เพื่อลดอักเสบและบรรเทาปวด
ขั้นที่สาม “ดูดและล้างก้อนหินปูน” ด้วยเข็มผ่านอัลตราซาวด์
วิธีนี้ภาษาทางการแพทย์เรียก “Barbotage” คือใช้เข็มเจาะเข้าไปที่ก้อนหินปูนภายใต้การมองเห็นด้วยอัลตราซาวด์ แล้วฉีดน้ำเข้า-ดูดออก เพื่อล้างก้อนหินปูนออกมา
งานวิจัยขนาดใหญ่จากเนเธอร์แลนด์พบว่า การดูดล้างหินปูนด้วยอัลตราซาวด์นำทาง ร่วมกับการฉีดสเตียรอยด์ “ให้ผลดีกว่าฉีดสเตียรอยด์อย่างเดียว” ที่ 1 ปี ทั้งเรื่องอาการปวดและการขยับไหล่ [3]
ขั้นที่สี่ คลื่นกระแทกพลังงานสูง
ใช้คลื่นเสียงพลังงานสูงยิงเข้าไปที่ก้อนหินปูน ช่วยให้ก้อนหินปูนแตกและร่างกายดูดซับกลับได้เร็วขึ้น
งานวิจัยจากวารสาร Annals of Internal Medicine รวบรวมการศึกษาหลายชิ้นพบว่า คลื่นกระแทกพลังงานสูง “มีประสิทธิภาพในการลดปวดและสลายก้อนหินปูน” ในผู้ป่วยเรื้อรัง [4]
🩺ขั้นสุดท้าย ผ่าตัดส่องกล้อง
สงวนไว้สำหรับกรณีที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาทุกวิธีข้างต้น หรือมีเอ็นฉีกขาดที่ต้องซ่อม
💉เมื่อไหร่ควรพิจารณาผ่าตัด
[1] รักษาไม่ผ่าตัดมา 6 เดือนแล้วไม่ดีขึ้น
ไม่ใช่ทุกคนต้องผ่าตัด แต่จะพิจารณาเมื่อ
[2] เอ็นฉีกขาดในระดับสูง หรือฉีกเกือบขาด
[3] ก้อนหินปูนใหญ่และไม่ตอบสนองต่อการดูดล้าง
[4] อาการรบกวนชีวิตประจำวันมาก จนไม่สามารถทำงาน
สำหรับเอ็นไหล่ฉีกบางส่วน งานวิจัยล่าสุดชี้ว่าการรักษาแบบไม่ผ่าตัด เช่น กายภาพและฉีดยาเฉพาะที่ ให้ผลที่น่าพอใจในระยะสั้นถึงปานกลาง
📣พยากรณ์โรค — ข่าวดีสำหรับคนไข้
โรคหินปูนเกาะเส้นเอ็นไหล่ “ส่วนใหญ่หายเองได้” หรือหายด้วยการรักษาไม่ผ่าตัด หินปูนจะค่อยๆ ถูกร่างกายดูดซับกลับเอง
สำหรับคุณสุภาในเรื่องของเรา หลังการดูดล้างหินปูนด้วยอัลตราซาวด์นำทาง ร่วมกับฉีดยาลดอักเสบ และทำกายภาพต่อเนื่อง 8 สัปดาห์ คุณสุภาสามารถยกแขนได้เกือบเป็นปกติ ปวดเหลือน้อยมาก
📌ถ้าปล่อยไว้ไม่รักษา จะเป็นอย่างไร
ถ้าปล่อยทิ้งไว้นาน อาจเกิดปัญหา
[1] ไหล่ติด ขยับแทบไม่ได้ในที่สุด
[2] เอ็นฉีกขาดเพิ่มขึ้น จากบางส่วนกลายเป็นขาดทั้งหมด
[3] กล้ามเนื้อรอบไหล่ฝ่อ จากการไม่ได้ใช้งาน
[4] คุณภาพชีวิตแย่ลง นอนไม่หลับ ทำงานไม่ได้
📌วิธีดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน
[1] หลีกเลี่ยงการยกของหนักเหนือศีรษะ
[2] ประคบเย็น 15-20 นาทีเมื่อปวดเฉียบพลัน ประคบอุ่นเมื่อตึงเรื้อรัง
[3] ทำท่ายืดเส้นเอ็นไหล่เบาๆ ทุกวัน ไม่ฝืน
[4] ปรับท่านอน นอนหงาย หนุนหมอนใต้แขน
[5] กินยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่ง อย่าซื้อสเตียรอยด์มากินเอง
[6] ออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบไหล่ตามที่นักกายภาพแนะนำ
📌สรุปสำคัญ
[1] หินปูนเกาะเส้นเอ็นไหล่ พบบ่อยในผู้หญิงวัย 40-60 ปี
[2] อาการเด่นคือ ปวดไหล่รุนแรง ยกแขนได้จำกัด ปวดกลางคืน
[3] วินิจฉัยได้แม่นยำด้วยอัลตราซาวด์ในห้องตรวจ
[4] รักษาได้หลายขั้น เริ่มจากยา กายภาพ ไปจนถึงการดูดล้างด้วยเข็ม
[5] ส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าตัด
[6] ถ้ามีเอ็นฉีกร่วมด้วย การวินิจฉัยที่แม่นยำจะช่วยเลือกการรักษาที่เหมาะสม
CR page ปรึกษาหมอเก่ง กระดูกและข้อ ธนินนิตย์คลินิก Line OA @doctorkeng เว็บไซต์ doctorkeng.com
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้