ก่อนอื่นต้องขอเกริ่นก่อนว่าตัวเองมีปัญหากลิ่นปากมานานมากหลายปี พยายามค้นสาเหตุที่แท้จริงก็ไม่เจอ ทั้งๆที่ตัวเอง ดูแลสุขภาพฟันเป็นอย่างดี ใช้ไหมขัดฟัน ทุกครั้งก่อนแปรงฟัน แปรงฟันอย่างถูกวิธี ไปขุดหินปูนทุกๆ 3-6 เดือน ฟันซี่ไหนผุ ก็อุด และรักษาาเรียบร้อย แต่ก็ยังมีกลิ่นปากอยู่ดี โดยที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน โดยบางครั้ง ได้กลิ่นติดจมูกเวลาหายใจเข้าออก เหมือนกลินมันมาจากลำคอ ในขณะหายใจ จึงเริ่มเอ๊ะใจ ว่า สาเหตุของกลิ่นไม่น่าจะใช่เรื่องสุขภาพฟันแล้ว และสังเหตุว่า ช่วงที่มีกลิ่นออกมาหนักๆ มักจะเป้นช่วงที่มีอาการเจ็บคอ หรือรู้สึกมีอะไรบางอย่างติดคอ จนกระทั่งสิ่งนั้นมันหลุดออกมาเอง ในขณะแปรงฟัน เป็นก้อนขาวๆ พอเอามือบี้ดู คือมีกลิ่นเหม็นมาก หลังจากนั้น คือโล่งเลย คราวนี้รู้เลยว่า สาเหตุที่แท้จริงมากจากไอ้สิ่งนี้แหละ แล้วจึงลองไปค้นข้อมูลใน Internet จึงรู้ว่าสิ่งนี้มันคือ นิ่ว
ทอนซิล นี่เอง นี่คือจุดเริ่มต้นที่ได้รู้จัก ก้อนนิ่วทอนซิล
**********************************************************************************************************
หลังจากตัวเองได้รู้จัก ไอ้ ก้อนนิ่วทอนซิล ที่เป็นสาเหตุของกลิ่นปากแล้ว ก็พยายามหาวิธี หาข้อมูลเพื่อกำจัดมันอยู่หลายปี เพราะ ไอ้เจ้า ก้อนนิ่วทอนซิล นี้ พอมันหลุดออกมาแล้ว กลิ่นปากจะหายไประยะหนึ่ง พอซักพัก 3 สัปดาห์ ถึง 1 เดือนก็เริ่มกลับมาอีก เป็นอยู่อย่างนี้ ซึ่งตัวเองก็หาวิธีเอามาออกมาแต่ไม่ได้ผล ไปค้นหาวิธีใน internet มีหลายคนบอกว่า เอา คอตตอนบัด เขี่ยออก แต่พอมาลองกับตัวเอง มันไม่ออก เหมือนเราเอาวัสดุภายนอกมาเขี่ย ทำให้เกิดอาการ ระคายเคือง แถมเจ็บและระคายเคืองด้วย ลองกลั้ว คอด้วยน้ำเกลือ ก็ไม่หาย พยายามกินน้ำอุ่นทุกเช้าก็ไม่ออก บทมันจะออก เหมือนกับว่ามันสุกได้ที่ มันก็หลุดร่วงออกเองตอนแปรงฟัน แล้วก็โล่งไปซักพัก ราวๆ 1-2 สัปดาห์ แล้วก็กลับมาเป็นใหม่ วนลูปอยู่อย่างนี้ไม่มีวันสิ้นสุด คราวนี้ก็เลยลองไปค้นข้อมูลวิธีการรักษาเพื่อให้หายขาด เพราะตัวเองรู้สึกรำคาญอาการกลิ่นปากนี้มาก ซึ่งสุดท้ายแล้วมีข้อแนะนำให้รักษาโดยการผ่าตัด
*********************************************************************************************************
ก่อนที่จะตัดสินใจไปรัษาโดยการผ่าตัด ก็ได้ลองไปค้นข้อมูล หาเหตุที่แท้จริงของ การเกิด ก้อนนิ่วทอนซิล นี้ พบว่า มันเกิดจาก เกิดจากการสะสมและจับตัวแข็งของเศษอาหาร แบคทีเรีย และเซลล์ที่ตายแล้วในร่องต่อมทอนซิล
คราวนี้เริ่มคิดต่อไปว่า คนเราเวลากินอาหาร พวกเศษอาหาร ต่างๆมันก็จะติดอยู่ที่ซอกฟัน ดังนั้นเราต้องหมั่นทำความสะอาดซอกฟัน โดยการแปรงฟัน ใช้ไหมขัดฟัน หลังรับประทานอาหาร ซึ่งคนที่รักษาสุขภาพช่องปากและฟันก้จะทำสิ่งนี้เป็นกิจวัตรประจําวันอยู่แล้ว แต่เราไม่เคยทำความสะอาดช่องคอเลย
(อุปกรณ์ น้ำเกลือ หรือ น้ำยาบ้วนปาก ชนิดไม่มี แอลกอฮอล์ อะไรก็ได้)
แนะนำให้ทำสิ้งนี้ในระหว่างอาบน้ำ ทั้งเช้าและเย็น ยิ่งดี สาเหตุที่แนะนำให้ทำช่วงอาบน้ำเพราะ เราต้องใช้นิ้วมือในการล้วง ขัด ถู ทำความสะอาด ช่องคอ มือเราจะสะอาดช่วงอาบน้ำ
วิธีการ
1.ใช้น้ำยาบ้วนปาก กลั้วคอ 1 รอบ
2.ใช้นิ้วปลายชี้ส่วนนุ่มๆ(ควรตัดเล็บให้สั้น) ล้วงเช้าไปที่ช่อง หรือร่อง คอ ที่เป็น ช่องหรือต่อม ทอนซิล ตามรูป ให้ทำเหมือนเอานิ้วเข้าไปในรูจมูกแล้วล้วงแคะขี้มูก
ขัดๆ ถูๆ เหมือนถูขี้ไคล หรือทำเหมือนล้างตูดด้วยมือ ล้วงทำความสะอาดเข้าไปใช่ช่องหรือซอก นิ้วชี้ซ้ายให้ล้วงทำความสะอาดคอด้านขวา และ นิ้วชี้ขวาให้ล้วงทำความสะอาดคอด้านซ้าย มุมมันจะได้พอดีแป๊ะๆ โดยแนะนำว่าเมื่อเสร็จข้างใดข้างหนึ่งให้กลั้วคอด้วยน้ำยาบ้วนปาก 1 รอบ ก่อนสลับข้าง ให้ทดสอบโดยการเอามาดมดูก็ได้ ถ้าทำครั้งแรกๆ จะรู้สึกได้ถึงกลิ่นเหมือนที่ติดนิ้วออกมา ให้ทำไปเรื่อยๆ จนไม่มีกลิ่นติดนิ้วออกมา ซึ่ง ถ้าหากมีก้อน ทอนซิล อยู่ มันก็จะหลุดออกมาด้วยเลย
3.ใช้น้ำเกลือ กลั้วคอปิดท้าย
******************************************************************************************************
การทำแบบนี้มันเปรียบเสมือนการทำความสะอาดช่องคอทุกวัน หลังรับทานอาหาร เพราะเศษอาหารมันจะไปสะสมในช่องคอทุกวันจนเกิดการสะสมเป้นก้อน นิ่วทอนซิล จากวันแรกที่เอามือล้วง ล้าง ช่องคอมีกลิ่นเหม็นติดมืออกมา จนวันนี้ไม่มีกลิ่นนั้นอีกแล้ว และ ไม่มี นิ่วทอนซิล เกิดขึ้นซ้ำซากอีกต่อไป มีความรู้สึกว่าทั้งสุขภาพ ฟัน และช่องคอสะอาดทั้งวัน ไม่มีกลิ่นปากกวนใจอีกต่อไป
ข้อสังเกตุคือ
ก่อนหน้านั้น เราเคยใช้ คอตตอนบัด หรือวัสดุ พยายามเขี่ย ก้อน นิ่วทอนซิล แต่ไม่ได้ผล และรู้สึกว่าการใช้ วัสดุภายนอกมาเขี่ย ช่องคอทำให้เกิดอาการระคายเคือง จนสำลัก แต่พอใช้มือ ที่เป้นปลายนิ้วชี้ ส่วนที่นุ่มล้วงกลับไม่รู้สึกสำลัก หรือระคายเคือง อาจจะเป็นเพราะนิ้วเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย เราสามารถควบคุมทิศทาง ความแรงในการกด ล้วงได้ แต่แนะนำให้ตัดเล็บให้สั้น และทำในช่วงเวลาอาบน้ำจะเหมาะสุด เพราะมือเราจะสะอาด
หลักการง่ายๆครับ ฟันเรายังแปรงทุกวัน ร่างกายเรายังต้องอาบน้ำถูกขี้ไคลทุกวัน ดังนั้น ช่องคอเราก็ต้องทำความสะอาดทุกวันเช่นเดียวกัน ลองทำความสะอาดตามวิธีที่บอกทุกวัน มันจะค่อยๆดีขึ้น เศษอาหารที่เรากินทุกวันจะไม่ตกค้าง ไม่สะสม ติดในนั้น ลองทำเท่าที่ไหว ครับ
อีกอย่างไม่ต้องพยายามเอามันออกมาครับ เดียวมันก็หลุดออกมาเอง แต่ผมกำลังเน้นย้ำว่า เมื่อเวลามันหลุดออกมาแล้วทำยังไงไม่ให้มันกลับมาเกิดซ้ำ นั่นคือต้องทำความสะอาดครับ
ในที่สุดก็สามารถแก้ปัญหา นิ่วทอนซิลให้หายขาดได้แล้ว บอกเป็นวิทยาทาน โดยไม่ใช้ยา ไม่ต้องผ่าตัด
**********************************************************************************************************
หลังจากตัวเองได้รู้จัก ไอ้ ก้อนนิ่วทอนซิล ที่เป็นสาเหตุของกลิ่นปากแล้ว ก็พยายามหาวิธี หาข้อมูลเพื่อกำจัดมันอยู่หลายปี เพราะ ไอ้เจ้า ก้อนนิ่วทอนซิล นี้ พอมันหลุดออกมาแล้ว กลิ่นปากจะหายไประยะหนึ่ง พอซักพัก 3 สัปดาห์ ถึง 1 เดือนก็เริ่มกลับมาอีก เป็นอยู่อย่างนี้ ซึ่งตัวเองก็หาวิธีเอามาออกมาแต่ไม่ได้ผล ไปค้นหาวิธีใน internet มีหลายคนบอกว่า เอา คอตตอนบัด เขี่ยออก แต่พอมาลองกับตัวเอง มันไม่ออก เหมือนเราเอาวัสดุภายนอกมาเขี่ย ทำให้เกิดอาการ ระคายเคือง แถมเจ็บและระคายเคืองด้วย ลองกลั้ว คอด้วยน้ำเกลือ ก็ไม่หาย พยายามกินน้ำอุ่นทุกเช้าก็ไม่ออก บทมันจะออก เหมือนกับว่ามันสุกได้ที่ มันก็หลุดร่วงออกเองตอนแปรงฟัน แล้วก็โล่งไปซักพัก ราวๆ 1-2 สัปดาห์ แล้วก็กลับมาเป็นใหม่ วนลูปอยู่อย่างนี้ไม่มีวันสิ้นสุด คราวนี้ก็เลยลองไปค้นข้อมูลวิธีการรักษาเพื่อให้หายขาด เพราะตัวเองรู้สึกรำคาญอาการกลิ่นปากนี้มาก ซึ่งสุดท้ายแล้วมีข้อแนะนำให้รักษาโดยการผ่าตัด
*********************************************************************************************************
ก่อนที่จะตัดสินใจไปรัษาโดยการผ่าตัด ก็ได้ลองไปค้นข้อมูล หาเหตุที่แท้จริงของ การเกิด ก้อนนิ่วทอนซิล นี้ พบว่า มันเกิดจาก เกิดจากการสะสมและจับตัวแข็งของเศษอาหาร แบคทีเรีย และเซลล์ที่ตายแล้วในร่องต่อมทอนซิล คราวนี้เริ่มคิดต่อไปว่า คนเราเวลากินอาหาร พวกเศษอาหาร ต่างๆมันก็จะติดอยู่ที่ซอกฟัน ดังนั้นเราต้องหมั่นทำความสะอาดซอกฟัน โดยการแปรงฟัน ใช้ไหมขัดฟัน หลังรับประทานอาหาร ซึ่งคนที่รักษาสุขภาพช่องปากและฟันก้จะทำสิ่งนี้เป็นกิจวัตรประจําวันอยู่แล้ว แต่เราไม่เคยทำความสะอาดช่องคอเลย
(อุปกรณ์ น้ำเกลือ หรือ น้ำยาบ้วนปาก ชนิดไม่มี แอลกอฮอล์ อะไรก็ได้)
แนะนำให้ทำสิ้งนี้ในระหว่างอาบน้ำ ทั้งเช้าและเย็น ยิ่งดี สาเหตุที่แนะนำให้ทำช่วงอาบน้ำเพราะ เราต้องใช้นิ้วมือในการล้วง ขัด ถู ทำความสะอาด ช่องคอ มือเราจะสะอาดช่วงอาบน้ำ
วิธีการ
1.ใช้น้ำยาบ้วนปาก กลั้วคอ 1 รอบ
2.ใช้นิ้วปลายชี้ส่วนนุ่มๆ(ควรตัดเล็บให้สั้น) ล้วงเช้าไปที่ช่อง หรือร่อง คอ ที่เป็น ช่องหรือต่อม ทอนซิล ตามรูป ให้ทำเหมือนเอานิ้วเข้าไปในรูจมูกแล้วล้วงแคะขี้มูก ขัดๆ ถูๆ เหมือนถูขี้ไคล หรือทำเหมือนล้างตูดด้วยมือ ล้วงทำความสะอาดเข้าไปใช่ช่องหรือซอก นิ้วชี้ซ้ายให้ล้วงทำความสะอาดคอด้านขวา และ นิ้วชี้ขวาให้ล้วงทำความสะอาดคอด้านซ้าย มุมมันจะได้พอดีแป๊ะๆ โดยแนะนำว่าเมื่อเสร็จข้างใดข้างหนึ่งให้กลั้วคอด้วยน้ำยาบ้วนปาก 1 รอบ ก่อนสลับข้าง ให้ทดสอบโดยการเอามาดมดูก็ได้ ถ้าทำครั้งแรกๆ จะรู้สึกได้ถึงกลิ่นเหมือนที่ติดนิ้วออกมา ให้ทำไปเรื่อยๆ จนไม่มีกลิ่นติดนิ้วออกมา ซึ่ง ถ้าหากมีก้อน ทอนซิล อยู่ มันก็จะหลุดออกมาด้วยเลย
3.ใช้น้ำเกลือ กลั้วคอปิดท้าย
******************************************************************************************************
การทำแบบนี้มันเปรียบเสมือนการทำความสะอาดช่องคอทุกวัน หลังรับทานอาหาร เพราะเศษอาหารมันจะไปสะสมในช่องคอทุกวันจนเกิดการสะสมเป้นก้อน นิ่วทอนซิล จากวันแรกที่เอามือล้วง ล้าง ช่องคอมีกลิ่นเหม็นติดมืออกมา จนวันนี้ไม่มีกลิ่นนั้นอีกแล้ว และ ไม่มี นิ่วทอนซิล เกิดขึ้นซ้ำซากอีกต่อไป มีความรู้สึกว่าทั้งสุขภาพ ฟัน และช่องคอสะอาดทั้งวัน ไม่มีกลิ่นปากกวนใจอีกต่อไป
ข้อสังเกตุคือ
ก่อนหน้านั้น เราเคยใช้ คอตตอนบัด หรือวัสดุ พยายามเขี่ย ก้อน นิ่วทอนซิล แต่ไม่ได้ผล และรู้สึกว่าการใช้ วัสดุภายนอกมาเขี่ย ช่องคอทำให้เกิดอาการระคายเคือง จนสำลัก แต่พอใช้มือ ที่เป้นปลายนิ้วชี้ ส่วนที่นุ่มล้วงกลับไม่รู้สึกสำลัก หรือระคายเคือง อาจจะเป็นเพราะนิ้วเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย เราสามารถควบคุมทิศทาง ความแรงในการกด ล้วงได้ แต่แนะนำให้ตัดเล็บให้สั้น และทำในช่วงเวลาอาบน้ำจะเหมาะสุด เพราะมือเราจะสะอาด
หลักการง่ายๆครับ ฟันเรายังแปรงทุกวัน ร่างกายเรายังต้องอาบน้ำถูกขี้ไคลทุกวัน ดังนั้น ช่องคอเราก็ต้องทำความสะอาดทุกวันเช่นเดียวกัน ลองทำความสะอาดตามวิธีที่บอกทุกวัน มันจะค่อยๆดีขึ้น เศษอาหารที่เรากินทุกวันจะไม่ตกค้าง ไม่สะสม ติดในนั้น ลองทำเท่าที่ไหว ครับ
อีกอย่างไม่ต้องพยายามเอามันออกมาครับ เดียวมันก็หลุดออกมาเอง แต่ผมกำลังเน้นย้ำว่า เมื่อเวลามันหลุดออกมาแล้วทำยังไงไม่ให้มันกลับมาเกิดซ้ำ นั่นคือต้องทำความสะอาดครับ