ผมเพิ่งเลิกกับแฟนมาครับแล้วนี้เป็นเรื่องเล่าของผม

ผมเขียนขึ้นเพราะผมเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นมากๆ ผมรู้สึกว่าผมต้องเขียนมันออกมา เล่ามันออกมาครับ ขอบคุณที่อ่านนะครับ

พวกเราพบกันครั้งแรกที่ร้านเหล้าแต่ถ้าจะให้เล่าจริงๆ เราเจอกันที่ห้องพูดคุยแห่งหนึ่ง
ทุกอย่างเหมือนเรื่องบังเอิญ ผมนั่งรอเพราะเหงาและเธอก็เข้ามาเพราะสงสัย
เราทั้งคู่พูดคุยหยอกล้อเล่นกันไปมาอย่างสนุกสนานแม้คนอื่นๆ จะเริ่มเข้ามาแล้วแต่โลกนี้กลับเหมือนมีเราแค่ 2 คน
หลังจากนั้นเราคุยกัน เข้ากันได้อย่างดีไม่นานนั้นเราตกลงคบหากัน แม้จะเป็นเวลาสั้นแต่ก็เป็นเวลาที่ดี
ในตอนนั้นผมเจอคนอื่นนิสัยเดิมแย่ๆ ยังคงอยู่ทำให้รักเราไปได้ไม่นานนัก ไม่ต่างจากรักของคนนั้นก็เช่นกัน
ผมกลับเข้าไปใน้องพูดคุยแห่งนั้นหลังจากผ่านมานาน แต่เธอก็ยังคงอยู่ รออยู่แม้ว่าจะนานแค่ไหน
เรากลับเข้าหากันดึงดูดตัวติดกันเหมือนแม่เหล็ก ไม่นานนั้นเราได้เจอกันเหมือนเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเราช่างเหมาะกันแค่ไหน
ในร้านแห่งนั้นที่มีแสงไฟสลัวๆ พวกเราสัญญาจากใจด้วยนิสัยเด็กของๆพวกเรา "เราจะรักกันตลอดไป"
เธอไม่เคยทิ้งผมแม้ในวันที่ผมไม่เหลือใคร เธอไม่เคยดูถูกข้าวถูกๆ แม้มันจะไม่อร่อยเลย
แม้เธอจะบ่นว่าร้อนบนมอเตอร์ไซต์ที่ผมเลือกซื้อแบบไม่คิด แต่เธอกลับรักมันมากกว่าที่ผมจะรักมันด้วยซ้ำ
แม้ว่าในวันที่ผมจะเกลียดทุกคน เธอเป็นคนสอนให้ผมให้อภัย ในวันที่ผมตกต่ำเธอเป็นคนที่ดึงผมขึ้นมา
เธอมีนิสัยแปลกๆ อยู่หลายอย่าง เป็นเช่นว่าเธอเกลียดมะละกอสุก และเธอก็ไม่ชอบแมว
เธอไม่ชอบเฟอเรโร่ เธอชอบให้ผมนวดเท้าและหัวตอนนอน เธอนอนดิ้นมากๆ และชอบให้ตบเบาๆที่ก้นตอนนอน
หลายๆอย่างที่ผมมองว่าแปลก แต่ไม่รู้ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงได้หัวใจผมไปทั้งดวง ผมรักและรักเธอมากที่สุดที่ผู้ชายคนหนึ่งจะรักได้
เราไปหลายๆที่ และทำหลายๆอย่าง แม้พวกเราจะต่างกันมาก แต่เราก็รักกันมาก ผมรักเธอมากที่สุดในโลก

แต่ทุกอย่างไม่คงกระพัน พวกเราเริ่มห่างกันมากขึ้นพอนึกย้อนไป มันคงเริ่มตั้งแต่ตอนที่เราต้องไปฝึกงาน
ผมไปในที่ๆไกลเกินจะขับไหว และเธอไปนานไปเกินกว่าที่ผมจะทนได้
เราเริ่มมีโลกส่วนตัวที่ใหญ่ขึ้น แล้วโลกของเราก็เริ่มเล็กลง ผมมองว่ามันคือการโตเป็นผู้ใหญ่ แต่ผมมองผิด เรามองผิด
ปีสุดท้ายที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน เราทั้งคู่รู้ว่าเวลาของเราจะจบลง ได้แค่คิดถึงอดีตและความทรงจำต่างๆ
กว่าจะรู้ตัววันสุดท้ายก็มาถึง เธอต้องจากห้องของเราออกไปทำงาน ผมสัญญาว่าจะไม่ร้อง(แต่ผมทำไม่ได้)
ผมสัญญาว่าจะรอแม้ผมจะเกลียดการอยู่คนเดียวแค่ไหน ผมเกลียดการที่ไม่มีเธอมากกว่านานแค่ไหนผมก็จะรอ
เรายังคงไปมาหากันได้เพราะผมที่ยังรอ นั้นยังคงเป็นความสุขชั่วครั้งชั่วคราวที่เราทั้งคู่ต่างรอคอย
แต่ความห่างไกลก็ทำให้เรานั้นห่างกัน คงเป็นความผิดผมเองที่ไม่ทั้นสังเกต ไม่ใช่ผมแค่คนเดียวแล้วที่รอคอยเธอ
เราทั้งคู่ร้องไห้ด้วยความเสียใจ เธอกลับไปเป็นเด็กคนเดิมที่กลัวความผิด ผมจะไม่ให้อภัยเธอได้ยังไงกัน
เธอพยายามอย่างมากในการชดใช้ความผิด และผมก็พยายามอย่างมากที่จะให้อภัย หวังว่าเราจะรักกันดีเหมือนอย่างเคย

หลังจากวันนั้นผมรู้ว่าผมยังขาดอะไรไป ผมสมัครทำงานในทันทีหวังว่านี้จะทำให้เธอรู้ว่าผมจริงจังมากแค่ไหน
ผมได้ทำงานดีๆอย่างที่หวัง และเธอก็ภูมิใจในตัวผมอย่างที่ผมต้องการ แต่นี้กลับทำให้ทุกอย่างมันต้องมาถึงตอนจบ
ผมไม่ได้ว่างเท่าแต่ก่อน เวลาของเราสองไม่ได้เดินด้วยเข็มเดียวกันอีกต่อไป
ระยะห่างกว้างขึ้นเกินกว่าที่มิอเล็กๆของเด็กทั้งสองจะคว้าถึง นิ้วก้อยและสัญญานั้นกำลังจะขาดลงโดยที่เราไม่รู้ตัว
ด้วยความประมาทของผมและความโง่ของผม ผมทำให้เธอต้องเสียใจ น้อยใจ และท้อใจ
บ่อน้ำแห่งความรักและความทรงจำที่เราเชื่อว่าจะยั่งยืนไม่สามารถล่อเลี้ยหัวใจดวงน้อยๆทั้งสองของเราไหว
จาก 100 เหลือน้อยลง จากครึ่งเหลือเสี้ยว และในวันนั้นทุกอย่างก็ขาดลง
ผมตื่นสายเหมือนอย่างเคย เธอยังคงส่งข้อความมาหาอย่างเดิม ผมคิดว่ากลับไปเดียวจะตอบเหมือนเมื่อวาน
แม้ในวันหยุดผมกลับเลือกให้เวลาตัวเอง และเธอกลับเลือกจะพยายาม นั้นเป็นบาปที่ผมไม่อาจะให้ิอภัยตัวเอง
คืนนั้นผมโทรหาเพื่อบอกฝันดีเหมือนที่ไม่เคยทำมานาน แต่เด็กผู้หญิงที่ต้องการคนกล่อมนอนไม่อยู่แล้ว
น้ำเสียงที่เย็นชา ประโยคสนทนาที่ไร้ชีวิต ช่างแตกต่างจากเมื่อครึ่งปีก่อนอย่างสิ้นเชิง
ในสมองน้อยๆของผม คนโง่ที่ไม่รู้ถึงความผิดของตนกลับเลือกที่จะคิดเข้าข้างตัวเอง "วันนี้เธอเป็นอะไรอีกนะ"
เธอไม่คุยหรือเล่าเรื่องราวที่ผมมองว่าน่าเบื่อเหมือนอย่างเคย บทสนทนาของเรามีความเงียบเยอะกว่าที่ควร
"เธอคิดถึงอนาคตเราบ้างไหม" คำพูดที่ควรจะเต็มไปด้วยความกังวลกับออกมาด้วยความเหนื่อยล้า
ผมตอบกลับอย่างแปลกใจ เล่าที่แผลนที่ผมคิดออกมาลวกๆ เพียงเพื่อให้เธอพอใจซึ่งคงจะไม่มีทาง
ครั้งนี้ต่อให้ผมเป็นก้อนหินที่อยู่ในพื้นที่ที่ห่างไกลผู้คนก็คงจะมองออก "มันพังแล้วสินะ"

ผมถามเธอกลับอย่างใจเย็นเหมือนรู้ถึงคำตอบที่กำลังจะกล่าว "เธอว่าเรายังไปกันรอดไหม"
น้ำตาของเธอไหลออกมา ไม่ใช่เพราะความเศร้าใจ แต่เพราะความเป็นกังวล "เค้ากลัวว่าถ้าพูดไปเธอจะเศร้า"
ผู้หญิงคนนี้ที่ผมรัก แม้ในวันสุดท้ายที่เธอไม่รักผมแล้ว เธอยังคงเป็นห่วงผมเสมอ ผมทำอะไรลงไป
เธอเล่าถึงความกังวลตลอดมา ความรู้สึกมากมาย ความพยายามของเธอ และความเศร้าของเธอ
เธอพูดถึงสัญญาของเราแต่ไม่ใช่สัญญาที่ผมคิดถึง "ถ้าวันหนึ่งเธอหมดรักเค้าแล้ว ให้บอกกันตรงๆนะ"
เธอบอกทั้งน้ำตากับผมทุกสิ่งและทุกอย่าง เหมือนปราสาททรายที่โดนคลื่นซัด มันสายไปแล้วมันจบไปก่อนหน้านี้แล้ว
ผมพยายามปลอบเธอเหมือนอย่างที่เคยทำ ไม่อยากให้เธอต้องคิดมากเลย ไม่อยากให้เธอเสียใจเลย
ผมคิดในหัววนไปวนมา รู้ว่าผมได้ทำร้ายผู้หญิงที่รักผมอย่างใจจริงไปแล้ว และผมก็แก้อะไรไม่ได้ด้วย
แม้ในบทสนทนาสุดท้ายของเรา ผมก็ไม่อาจจะพูดคำนั้นออกมาได้ เพราะผมไม่อยากให้เธอต้องมาทนกับผมอีก
เราต่างเล่าถึงความแตกต่างของแต่ละคน อวยพรให้อีกคนเจอแต่สิ่งที่ดี ผมทำใจกดวางสายไม่ลงด้วยซ้ำ
แม้ใจผมจะอยากพูดมากแค่ไหน ครั้งนี้ผมจะพูดไม่ได้เด็ดขาด คำสัญญาของเราขาดไปแล้วสายไปแล้ว
เสียงปลายสายจบลงไม่ใช่ว่าไว้เจอกันหรือบอกลา แต่เป็นคำกล่าวลอยๆเป็นนัยๆ
"ถ้ามีโอกาสหวังว่าเราจะได้ทำงานที่เดียวกันนะ" เราทั้งคู่โตแล้วและรู้ดีกว่าคงจะไม่มีทางที่จะเป็นจริง
ผมร้องไห้แทบขาดใจ ผมเสียเธอไปแล้ว ภาพความทรงจำที่โพล่ขึ้นมามันไม่ช่วยอะไร ผมผิดเองผมนี้แหละคนที่ปล่อยมือ
คำในใจนั้นออกมาเพราะทนไม่ไหวอีกต่อไป และรู้ว่าคนนั้นคงจะไม่ได้ยินอีกแล้ว "เค้ารักเธอมากๆนะ"

ในวันนั้นที่ผมออกจากบ้านเพื่อมาเรียนต่อในที่สุดผมก็จะได้พบกับคนคุยของผมที่ผมรอคอย
เราทั้งคู่มาเจอกันที่ร้านเหล้าร้านหนึ่ง ผมมาพร้อมเพื่อนอีกคน และเธอมาพร้อมเพื่อนอีกคนของเธอ
รักเราทั้งคู่นั้นหวานหยด เหล้าที่ขมนั้นหวานเหมือนเซรัป ทั้งขาและแขนของเราพันกันไปมาเหมือนปลาหมึกที่รัดเหยื่อ
ต่อให้แสงของไฟหรือแสงของเมืองหลวงก็ไม่สวยเท่าตาของเธอที่มองผมอย่างมีประกาย
เราคุยเล่นกันเหมือนมีเรื่องเล่ามากมายอย่างไม่สิ้นสุด เวลาผ่านไปโดยที่เราไม่ได้สนใจเลยด้วยซ้ำ
โลกใบนี้เหมือนมีแค่เราสอง มือของเราสัมพัสไปมาอย่างไม่สิ้นสุด ร่างกายของเธอกลับผมผสมรวมกันอย่างง่ายดาย
เราทั่งคู่ต่างกันเหลือเกินเหมือนแม่เหล็กทั้งสองขั่วที่ดึงดูดกันไปมาไม่มีผิด แม้ใครจะพูดอะไรผมก็คงคิดว่านี้แหละคู่ชีวิต
มือของเรากำกันแน่น ขาของเธอวางบนตักของผม เรากอดกันเหมือนกลัวว่าถ้าปล่อยแล้วใครสักคนจะหลุดหายไป
แต่สุดท้ายเวลาก็ผ่านไป เจ้าของร้านประกาศเสียงดัง ร้านนี้กำลังจะปิดแล้วสำหรับคืนนี้
เธอชูนิ้วก้อยของเธอออกมา มองหน้าผมด้วยสายตาเปล่งประกาย มุมปากของเธอขมิบเล็กน้อยจากรอยยิ้มแห่งความสุข
"สัญญากันนะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราจะรักกันตลอดไป"
ผมยิ้มกลับให้กับสัญญาที่ไร้สาระนี้ เพราะจำเป็นต้องสัญญาก็ได้ด้วยซ้ำผมก็พร้อมจะมอบชีวิตให้เธอตั้งแต่แรกแล้ว
"อือ เค้าสัญญา"
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่