สุดยอดวัตถุมงคล พระขุนแผนผงพรายกุมาร หลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่ จ.ระยอง

หลวงปู่ทิม อิสริโก  วัดละหารไร่ จ.ระยอง
พระครูภาวนาภิรัต อดีตเจ้าอาวาสวัดละหารไร่ จ.ระยอง เป็นที่รู้จักในนาม "หลวงปู่ทิม อิสริโก" เกิดเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2422  มีนามเดิมว่า ทิม งามจันทร์
ท่านเป็นหลานของหลวงปู่สังข์เฒ่า ผู้เป็นจอมขมังเวทย์และเป็นผู้สร้างวัดละหารไร่ เมื่อหลวงปู่สังข์เฒ่าย้ายไปอยู่วัดเก๋งจีน ท่านได้ทิ้งตำราทั้งหมดไว้ที่วัดละหาร หลวงปู่สังข์เฒ่ากล่าวว่า “ใครมีปัญญาก็ค้นคว้าเอาเอง”

หลังหลวงปู่ทิมอุปสมบท ท่านได้ศึกษาวิชาจากตำราของหลวงปู่สังข์เฒ่าและออกธุดงค์ไปหลายจังหวัดเพื่อฝึกตน ก่อนจะหลวงปู่ทิมได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น "พระครูภาวนาภิรัต"

หลวงปู่ทิม อิสริโกเป็นพระสมถะ ฉันมื้อเดียว ไม่กินเนื้อสัตว์ ผลงานวัตถุมงคลยอดนิยมของหลวงปู่ทิมคือ พระขุนแผนผงพรายกุมาร สุดยอดวัตถุมงคลที่โด่งดังที่สุด สร้างขึ้นจากมวลสารผงพรายกุมาร มีพุทธคุณด้านเมตตามหานิยมและเจรจาค้าขาย

ที่มาของวัตถุมงคลชิ้นนี้คือ เมื่อกลางปี 2515 คณะกรรมการวัดละหารไร่ ประชุมกันเรื่องการสร้างพระเครื่อง เพื่อสมนาคุณให้แก่ชาวบ้านและสาธุชนทั่วไป หลวงปู่ทิมกล่าวว่า “หากได้ผงพรายกุมารมหาภูติผสมใส่ลงไปด้วย พระเครื่องที่สร้างขึ้นนี้จะมีความศักดิ์สิทธิ์มากขึ้น เพราะมีอานุภาพแห่งพรายกุมารมหาภูติแฝงอยู่คอยช่วยเหลือเอื้ออำนวยพร”

ตามความเชื่อในทางไสยศาสตร์ไทยโบราณ กะโหลกพรายกุมารถูกยกย่องให้เป็นมวลสารอาถรรพ์ที่ศักดิ์สิทธิ์และมีฤทธิ์แรงที่สุดประเภทหนึ่ง เนื่องจากพรายกุมารทำจากเด็กที่ตายทั้งกลม จิตวิญญาณยังไม่มีกิเลส ตัณหา หรือความประพฤติชั่วร้ายแบบผู้ใหญ่ พลังงานของจิตจึงบริสุทธิ์ มีกำลังแรงกล้ามาก
และการประกอบพิธีที่ถูกต้อง ต้องไม่ใช่การกักขังวิญญาณ แต่เป็นการขออนุญาตนำส่วนหน้าผากหรือที่เรียกว่าปั้นเหน่งมาบดเป็นผง ประกอบพิธีกรรมทางพุทธคุณ สะกดและชุบวิญญาณใหม่ ทำให้จิตวิญญาณดวงนั้นกลายเป็นกึ่งเทพกึ่งพราย คอยสร้างบุญบารมีร่วมกับผู้บูชา ซึ่งพลังงานของพรายกุมารจะทำหน้าที่เป็นตัวเร่งหรือส่งเสริมให้พุทธคุณด้านเมตตามหานิยม โชคลาภ และการค้า แสดงผลออกมาได้อย่างรวดเร็วและชัดเจนกว่ามวลสารทั่วไป

 ทว่า ทุกคนต่างก็เกรงกลัวความอาถรรพ์ของผีตายทั้งกลม เนื่องจากโบราณกล่าวไว้ว่ามีความดุร้ายและหวงลูกมาก ถึงขั้นตามเอาชีวิต มีเพียงหมอกุหลาบ จ้อยเจริญที่มีวิชาอาคมกล้าแกร่ง เสนอตัวไปนำกะโหลกพรายกุมารมาจากศพหญิงตายทั้งกลม หมอกุหลาบบอกว่า “วิญญาณของนายป่าช้า แม่นางพราย และพรายกุมาร มีอยู่จริง เห็นตัวเป็นเงาใสๆ ลางๆ เหมือนกับภาพที่สะท้อนบนพื้น ปัจจุบันวิญญาณเหล่านี้ก็ยังอยู่คุ้มครองที่วัดละหารไร่” 

หมอกุหลาบได้นำกะโหลกพรายกุมารใส่ห่อผ้าเก็บไว้หลังพระประธานในพระอุโบสถหลังเก่า เป็นเวลาสามถึงสี่เดือนจนกะโหลกพรายกุมารแห้งสนิท หมดกลิ่น จึงนำมาโขลกตำให้ละเอียด ผสมกับมวลสารต่างๆ และผสมน้ำแช่เกสรบัวห้าชนิด ปั้นเป็นแท่ง ตากแดดจนแห้งสนิท เมื่อได้ฤกษ์ที่กำหนด ถึงค่อยนำแท่งผงปั้นนี้มาเขียนอักขระยันต์บนกระดานชนวนแล้วลบผงตามศาสตร์พิธีกรรมทางไสยศาสตร์ไทยโบราณ ภายในพระอุโบสถหลังเก่า ท่ามกลางการเจริญพระพุทธมนต์ของพระสงฆ์ ๙ รูป โดยหลวงปู่ทิมอิสริโกเป็นประธานสงฆ์ 

คาถาบูชาหลวงปู่ทิม อิสริโก
อิติสุคะโต (ขอความสุขสวัสดีจงบังเกิดแก่ข้าพเจ้า)
อะระหัง (พระพุทธเจ้าเป็นผู้ไกลจากกิเลส)
พุทโธ (ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน)
นะโมพุทธายะ (ขอนอบน้อมแด่พระพุทธเจ้าทั้ง 5 พระองค์)
มะอะอุ (ย่อมาจากศีล สมาธิ ปัญญา หรือพระรัตนตรัย)
ทุกข์ขัง อนิจจัง อนัตตา (ระลึกถึงความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่ใช่ตัวตน เพื่อปล่อยวาง)
พุทโธ พุทโธ (ระลึกถึงคุณแห่งพระพุทธเจ้า)
 
โอวาทธรรมและคำสอนที่สำคัญของหลวงปู่ทิม :
"เวรกรรมเป็นของมีจริง ขอให้ทุกคนตั้งใจทำแต่กรรมดีเถิด จะไม่มีใครทำอะไรเราได้"
"ขอให้พิจารณาให้ถ่องแท้ คนชั่วพวกนี้มักใช้ความดีเป็นฉากกำบังความชั่ว"
หลวงปู่ทิมให้ความสำคัญกับการควบคุมวาจาและการประพฤติตน โดยเคยให้โอวาทไว้ว่า "พระสงฆ์พูดมากไม่ดี" ซึ่งหมายถึงการสอนให้คนเราสำรวมและพูดแต่ในสิ่งที่เป็นประโยชน์
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่