มรรค ๘ เป็นทั้งสมมติสัจจะและปรมัตถสัจจะได้ใช่ไหม อย่างไร

พอดีผมอ่านเจอพระสูตรที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในมหาจัตตารีสกสูตร (มจร. ๗. มหาจัตตารีสกสูตร : พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๔) ขอยกตัวอย่างเช่น  สัมมาทิฏฐิ เป็นอย่างไร คือ เรากล่าวสัมมาทิฏฐิว่ามี ๒ ได้แก่ ๑. สัมมาทิฏฐิที่ยังมีอาสวะ เป็นส่วนแห่งบุญ ให้ผลคืออุปธิ ๒. สัมมาทิฏฐิอันเป็นอริยะ ที่ไม่มีอาสวะ เป็นโลกุตตระ เป็นองค์แห่งมรรค เป็นต้น พอผมอ่านก็ลองวิเคราะห์ว่า คำว่า ยังมีอาสวะ เป็นส่วนแห่งบุญ ให้ผลคืออุปธิ น่าจะเป็นการหมายถึง สมมติสัจจะ เช่น ถ้ายังอยู่ในสัมมาทิฏฐิก็ยังเห็นถูก แต่ยังเห็นเนื่องด้วยสัตว์ บุคคล ตัวตนอยู่ แต่ถ้าเป็นอริยะ ที่ไม่มีอาสวะ เป็นโลกุตตระ น่าจะเป็นการหมายถึง ปรมัตถสัจจะคือ เห็นแบบไม่มีสัตว์ บุคคล ตัวตน เข้ามาเกี่ยวเนื่องเลย และองค์มรรคอื่น ๆ ก็พิจารณาได้แบบเดียวกัน ดังนั้น มรรค ๘ จึงมีสมมติสัจจะและปรมัตถสัจจะ ด้วยพระพุทธพจน์นี้ที่ทรงแสดงใช่ไหม หรือผมมรรค ๘ มีเพียงปรมัตถสัจจะ อย่างเดียวครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่