ประเดิม “ไทยช่วยไทยพลัส” วันแรก หลายร้านติดป้ายไม่เข้าร่วม หวั่นโดนภาษีย้อนหลัง
.
.
บรรยากาศการใช้จ่าย “ไทยช่วยไทย พลัส” วันแรก ที่ชุมชนตลาดบ้านท่อ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พบมีร้านเข้าร่วมโครงการเพียง 1-2 ร้านเท่านั้น หลายร้านกลัวโดนภาษีย้อนหลัง ตัดสินใจไม่ขอเข้าร่วม
.
วันนี้ (1 มิ.ย. 69) บรรยากาศในชุมชนตลาดบ้านท่อ ตำบลป่าตัน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงเช้าส่วนใหญ่จะเป็นพ่อค้าแม่ค้าที่จำหน่ายอาหารการกินเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอาหารเช้า ร้านโจ๊กบ้านท่อที่ตั้งอยู่หน้าวัดบ้านท่อ พบว่ามีประชาชนมาประเดิมใช้โครงการไทยช่วยไทยพลัสครั้งแรกด้วยการซื้อโจ๊กเป็นอาหารเช้าให้กับตนเองและครอบครัว
.
ชาวบ้านรายหนึ่ง อายุ 62 ปี เปิดเผยว่าตนเองเข้าร่วมโครงการลดภาระค่าครองชีพของรัฐบาลมาตั้งแต่โครงการคนละครึ่ง ต่อเนื่องมาจนถึงโครงการไทยช่วยไทยพลัส ในครั้งนี้ก็เพียงแค่ยืนยันสิทธิ์ก็พร้อมที่จะใช้งาน โดยคืนที่ผ่านมาได้เติมเงินเข้าระบบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เช้านี้ก็เลยออกมาตระเวนหาอาหารเช้า ก็มาพบว่าที่ร้านโจ๊กบ้านท่อเป็นร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ มีการขึ้นป้ายอย่างชัดเจน จึงตัดสินใจเลือกที่จะใช้โครงการไทยช่วยไทยพลัสกับร้านโจ๊กมาเป็นอาหารเช้าของครอบครัว โดยซื้อโจ๊กยอดรวมทั้งหมด 95 บาท แต่รัฐบาลช่วยจ่าย 57 บาท ใช้เงินส่วนตัว 38 บาท ที่เหลือของวันนี้ก็จะเก็บไว้ใช้สำหรับซื้ออาหารในมื้อต่อไป
.
โดยมองว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดี ช่วยเหลือลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของผู้มีรายได้น้อยเป็นอย่างมาก ส่วนใหญ่ที่ผ่านมาตนเองก็เข้าร่วมโครงการ และส่วนใหญ่ก็หมดไปกับการซื้ออาหารการกินในแต่ละวัน รองลงมาก็เป็นข้าวของเครื่องใช้จำเป็นสำหรับครอบครัว แต่ที่สำคัญก็ต้องมีการวางแผนในแต่ละวันว่าจะใช้จ่ายสิ่งจำเป็นสำหรับครอบครัวอย่างไรบ้าง เพื่อไม่ให้เกินวงเงินที่กำหนด ซึ่งมองว่าเพียงพอแล้วสำหรับในแต่ละวันที่ยอดรวมต่อวันประมาณ 333 บาท แต่ถ้าวางแผนดีๆ ใช้ในแต่ละวันให้เฉลี่ยจนครบทั้งเดือน ก็จะช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัวไปได้อย่างมาก
.
อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวยังลงพื้นที่สำรวจที่ตลาดชุมชนบ้านท่าเดื่อ ตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ปรากฏว่ามีร้านที่เข้าร่วมโครงการทั้งตลาดเพียง 1-2 ร้านเท่านั้น แต่ส่วนใหญ่ไม่ยอมเข้าร่วมโครงการเพราะกลัวเรื่องข้อมูลเกี่ยวกับภาษีอีกครั้ง เป็นแม่ค้ารายย่อยของตลาดที่ขายในช่วงเช้าอย่างเดียว ยอดขายก็มีไม่มาก สินค้าส่วนใหญ่เป็นอาหารสด มูลค่าไม่มาก ก็เลยไม่ขอเข้าร่วมโครงการ รวมทั้งร้านจำหน่ายเนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัวของตลาดแห่งนี้ก็ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ พร้อมกับมีการขึ้นป้ายไม่ได้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง เพราะที่ผ่านมาเคยพยายามจะเข้าร่วมโครงการแล้ว แต่บางรายไม่ได้มีภูมิลำเนาอยู่ในหมู่บ้านนี้ ซึ่งจะต้องขอพ่อหลวงหรือผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้รับรอง จึงปรากฏว่าไม่สามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้อีกครั้ง มีบางร้านที่เคยเข้าร่วมโครงการแต่โดนภาษีย้อนหลังจำนวนมาก จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นผลมาจากข้อมูลทางด้านภาษีที่เข้าร่วมโครงการนี้ จึงตัดสินใจไม่ขอเข้าร่วมโครงการ
.
ทั้งนี้ การที่ร้านค้ารายย่อยตามตลาดสดซึ่งอยู่ใกล้กับประชาชนมากที่สุดนั้นไม่ได้เข้าร่วมโครงการ ก็ทำให้ประชาชนเสียโอกาสในการลดภาระค่าครองชีพทางด้านอาหารลงไปมากด้วยเช่นกัน
.
.
ศิริกัญญา หวัง ซีกรัฐบาล หนุนตั้ง กมธ.ตรวจสอบเงินกู้ 4 แสนล้าน ย้ำ ‘ภูมิใจไทย’ ไม่มีเหตุผลปัดตก
.
‘ศิริกัญญา’ หวัง ‘ซีกรัฐบาล’ หนุนตั้ง กมธ.ติดตามเงินกู้ 4 แสนล้าน ชี้ อดีต ‘ภราดร-สิริพงษ์’ ยังเคยนั่งสอบงบกู้โควิด ย้อน ‘ภูมิใจไทย’ ไม่มีเหตุผลปัดตก
.
เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเตรียมผลักดันญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญติดตามการใช้จ่ายงบประมาณตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็เตรียมที่จะผลักดันเรื่องดังกล่าวด้วยเช่นกัน ว่า ตนมองว่าการทำงานไปในทิศทางเดียวกัน โดยเราได้มีการยื่นญัตติดังกล่าวไปเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมาแล้ว แต่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มอบหมายให้น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 วินิจฉัยว่าไม่ได้เป็นญัตติด่วน ซึ่งถือว่าผิดพลาดไปมากจากข้อมูลข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
.
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ฉะนั้น จึงต้องมีการประสานงานกับทางคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ว่าจะทำอย่างไรให้ญัตตินี้ถูกเลื่อนขึ้นมาพิจารณาโดยเร็ว ซึ่งเป็นสิ่งที่นายโสภณได้แนะนำด้วย เพราะเห็นว่าควรที่จะเป็นญัตติด่วน จึงได้วันที่จะพิจารณาญัตติดังกล่าวคือวันที่ 4 มิถุนายนนี้ แต่ยังไม่ได้มีการตกลงกับทางวิปรัฐบาลอย่างแน่ชัดว่าตกลงจะได้เวลาเท่าไหร่กันแน่ เพราะเป็นวันที่ปกติจะต้องมีการปรึกษาหารือ มีการถามกระทู้ ฉะนั้นเวลาที่เหลือก็จะค่อนข้างน้อย
.
“เราคิดว่าปัญหาเร่งด่วนคือทางรัฐบาลมีการอนุมัติโครงการต่อเนื่องมาเรื่อยๆ จากคณะกรรมการกลั่นกรอง โดยยังอยู่ในรูปแบบของการที่กระทรวงการคลังเป็นคนชงเรื่อง และเป็นคนอนุมัติโครงการหรือเป็นเจ้าของโครงการเอง ซึ่งไม่ได้มีการตรวจสอบถ่วงดุลอะไรเลย ทำให้ทางฝั่งสภาฯ ต้องตั้ง กมธ.วิสามัญชุดนี้ให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อที่จะได้เป็นอีกหูตาหนึ่งที่จะคัดกรอง แต่ต้องบอกว่ารอบนี้ไม่ทันแล้ว เพราะเงินกู้ได้ถึงมือประชาชนผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส รวมถึงได้มีการเติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเรียบร้อยแล้ว เราไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต“ น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
.
เมื่อถามว่า มองว่าจะได้รับความร่วมมือจากฝ่ายรัฐบาลหรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมาการที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติขอให้สภาฯ ตั้ง กมธ.วิสามัญติดตามโครงการแลนด์บริดจ์ ก็ไม่ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายรัฐบาล น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ยังหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือ เพราะหากเรามองย้อนกลับไปตอนสมัยเงินกู้ 1 ล้านล้านบาทของโควิด หรือเงินกู้ 5 แสนล้านบาทของโควิด สส.พรรคภูมิใจไทยในขณะนั้นที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ก็เสนอญัตติด่วนประเภทเดียวกันและเข้าไปนั่งเป็นกรรมาธิการวิสามัญกัน
.
“ไม่ว่าจะเป็นนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หรือนายสิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ฉะนั้น จึงไม่มีเหตุผลอะไรว่าเมื่อถึงเวลาที่พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำรัฐบาลแล้ว จะไม่มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
.
เมื่อถามว่า จะต้องมีการพูดคุยกับฝั่งรัฐบาลเพื่อทำความเข้าใจนอกรอบหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ให้เป็นหน้าที่ของประธานวิปฝ่ายค้าน
.
.
กระทบหนัก! หมดทางส่ง ‘กุ้งไทย’ ขายมาเลเซีย เกษตรกรเคว้งคว้าง จี้รัฐรีบเจรจาด่วน
https://www.dailynews.co.th/news/5909143/
.
เกษตรกรเลี้ยงกุ้งเคว้งคว้าง หมดหนทางส่งกุ้งขายมาเลเซีย หลังถูกระงับการนำเข้า จี้รัฐบาลรีบเจรจา ขอผ่อนปรน หรือขยายระยะเวลาการบังคับใช้ หวั่นกระทบราคากุ้งในประเทศ นายกสมาคมกุ้งไทยเผย ส่งออกไม่ได้ 6,000-8,000 ตันต่อปี เสียหายกว่า 2,000 ล้านบาท
.
จากกรณีมาเลเซียตอบโต้ไทยกลับทันที ด้วยการสั่งระงับนำเข้ากุ้งไทย 5 สายพันธุ์ ประกอบด้วยกุ้งลายเสือ (Brown Tiger Prawn), กุ้งแชบ๊วย (Banana Prawn), กุ้งขาวแวนนาไม (Whiteleg Shrimp), กุ้งกุลาดำ (Giant Tiger Prawn) และกุ้งน้ำเงิน (Blue Shrimp) พร้อมบังคับใช้มาตรการการขอใบรับรองผลการวิเคราะห์ (CoA) จากห้องปฏิบัติการที่ได้รับการยอมรับ เริ่มต้นวันที่ 1 มิ.ย. เป็นต้นไป เพื่อตอบโต้กรณี มาเลเซียส่งออกปลากะพงเข้ามาขายในไทยแต่ถูกตรวจเข้มแบบ 100% โดยสั่งสุ่มตรวจคุณภาพสินค้าลอตนำเข้า เพื่อหาสารตกค้างและโรค และยาปฏิชีวนะที่อาจปนเปื้อนมากับสัตว์น้ำ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้บริโภค และป้องกันปัญหาเนื้อปลาทะลักกดทับราคาเกษตรกรไทยเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและพิทักษ์ผลประโยชน์ของเกษตรกรไทย.
.
ล่าสุด นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย เปิดเผยว่า หลังจากสมาคมกุ้งไทย และพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย ได้รับทราบ ประกาศจากทางการประเทศมาเลเซีย เรื่องการยกระดับมาตรการควบคุมการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำจากประเทศไทย โดยเฉพาะการระงับการนำเข้ากุ้ง 5 สายพันธุ์เป็นการชั่วคราว ได้แก่ กุ้งกุลาดำ, กุ้งขาว, กุ้งแชบ๊วย กุ้งน้ำตาล และกุ้งฟ้า ทางพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย ซึ่งประกอบด้วยองค์กรเกษตรกร 19 องค์กร มีความกังวลอย่างยิ่งต่อมาตรการดังกล่าว เนื่องจากประเทศมาเลเซียถือเป็นหนึ่งในตลาดส่งออกที่สำคัญของเกษตรกรไทย โดยมีการส่งออกเฉลี่ยปีละประมาณ 6,000-8,000 ตันต่อปี เสียหายกว่า 2,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 7% ของการส่งออกของไทย รองรับผลผลิตกุ้งทั้งจากการเพาะเลี้ยง และจับจากธรรมชาติโดยเฉพาะผลผลิตกุ้งจากภาคใต้ ประกอบด้วย จังหวัดปัตตานี นราธิวาส สงขลา สตูล และ นครศรีธรรมราชบางส่วน
.
สมาคมกุ้งไทยและพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย จึงขอให้รัฐบาลรีบแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน โดยขอให้มีการเจรจากับมาเลเซีย เพื่อขอให้มีการผ่อนปรน หรือขยายระยะเวลาการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวออกไปก่อน และให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งดำเนินการกำหนดวิธีการตรวจสอบ และการออกใบรับรองความปลอดภัยอาหาร สำหรับการนำเข้าปลาให้มีความเหมาะสม และไม่ถูกกล่าวหา ว่าเป็นการใช้มาตรการนี้เป็นการกีดกันการค้า
.
“หากไม่รีบเจรจา กุ้งทั้งหมดที่ส่งออกจะไหลขึ้นมาที่ตลาดมหาชัย หากเป็นเช่นนั้นจะทำให้ราคากุ้งในประเทศราคาตกต่ำลง เกษตรกรจะได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง เพราะขณะนี้เกษตรกรยังไม่ทราบว่าจะส่งกุ้งไปขายให้ใคร ทุกคนเคว้งคว้างไปหมด อย่างไรก็ตาม หลังยื่นหนังสือให้นายกรัฐมนตรี ท่านก็ตกใจเพราะเพิ่งจะทราบเรื่อง จึงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการ”
JJNY : หลายร้านไม่เข้าร่วม หวั่นโดนภาษี│ศิริกัญญาหวังซีกรบ.หนุนตั้ง กมธ.│‘กุ้งไทย’เกษตรกรเคว้งคว้าง│บราซิลระวังติดเชื้อ
.
วันนี้ (1 มิ.ย. 69) บรรยากาศในชุมชนตลาดบ้านท่อ ตำบลป่าตัน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงเช้าส่วนใหญ่จะเป็นพ่อค้าแม่ค้าที่จำหน่ายอาหารการกินเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอาหารเช้า ร้านโจ๊กบ้านท่อที่ตั้งอยู่หน้าวัดบ้านท่อ พบว่ามีประชาชนมาประเดิมใช้โครงการไทยช่วยไทยพลัสครั้งแรกด้วยการซื้อโจ๊กเป็นอาหารเช้าให้กับตนเองและครอบครัว
.
ชาวบ้านรายหนึ่ง อายุ 62 ปี เปิดเผยว่าตนเองเข้าร่วมโครงการลดภาระค่าครองชีพของรัฐบาลมาตั้งแต่โครงการคนละครึ่ง ต่อเนื่องมาจนถึงโครงการไทยช่วยไทยพลัส ในครั้งนี้ก็เพียงแค่ยืนยันสิทธิ์ก็พร้อมที่จะใช้งาน โดยคืนที่ผ่านมาได้เติมเงินเข้าระบบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เช้านี้ก็เลยออกมาตระเวนหาอาหารเช้า ก็มาพบว่าที่ร้านโจ๊กบ้านท่อเป็นร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ มีการขึ้นป้ายอย่างชัดเจน จึงตัดสินใจเลือกที่จะใช้โครงการไทยช่วยไทยพลัสกับร้านโจ๊กมาเป็นอาหารเช้าของครอบครัว โดยซื้อโจ๊กยอดรวมทั้งหมด 95 บาท แต่รัฐบาลช่วยจ่าย 57 บาท ใช้เงินส่วนตัว 38 บาท ที่เหลือของวันนี้ก็จะเก็บไว้ใช้สำหรับซื้ออาหารในมื้อต่อไป
.
โดยมองว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดี ช่วยเหลือลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของผู้มีรายได้น้อยเป็นอย่างมาก ส่วนใหญ่ที่ผ่านมาตนเองก็เข้าร่วมโครงการ และส่วนใหญ่ก็หมดไปกับการซื้ออาหารการกินในแต่ละวัน รองลงมาก็เป็นข้าวของเครื่องใช้จำเป็นสำหรับครอบครัว แต่ที่สำคัญก็ต้องมีการวางแผนในแต่ละวันว่าจะใช้จ่ายสิ่งจำเป็นสำหรับครอบครัวอย่างไรบ้าง เพื่อไม่ให้เกินวงเงินที่กำหนด ซึ่งมองว่าเพียงพอแล้วสำหรับในแต่ละวันที่ยอดรวมต่อวันประมาณ 333 บาท แต่ถ้าวางแผนดีๆ ใช้ในแต่ละวันให้เฉลี่ยจนครบทั้งเดือน ก็จะช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัวไปได้อย่างมาก
.
อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวยังลงพื้นที่สำรวจที่ตลาดชุมชนบ้านท่าเดื่อ ตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ปรากฏว่ามีร้านที่เข้าร่วมโครงการทั้งตลาดเพียง 1-2 ร้านเท่านั้น แต่ส่วนใหญ่ไม่ยอมเข้าร่วมโครงการเพราะกลัวเรื่องข้อมูลเกี่ยวกับภาษีอีกครั้ง เป็นแม่ค้ารายย่อยของตลาดที่ขายในช่วงเช้าอย่างเดียว ยอดขายก็มีไม่มาก สินค้าส่วนใหญ่เป็นอาหารสด มูลค่าไม่มาก ก็เลยไม่ขอเข้าร่วมโครงการ รวมทั้งร้านจำหน่ายเนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัวของตลาดแห่งนี้ก็ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ พร้อมกับมีการขึ้นป้ายไม่ได้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง เพราะที่ผ่านมาเคยพยายามจะเข้าร่วมโครงการแล้ว แต่บางรายไม่ได้มีภูมิลำเนาอยู่ในหมู่บ้านนี้ ซึ่งจะต้องขอพ่อหลวงหรือผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้รับรอง จึงปรากฏว่าไม่สามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้อีกครั้ง มีบางร้านที่เคยเข้าร่วมโครงการแต่โดนภาษีย้อนหลังจำนวนมาก จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นผลมาจากข้อมูลทางด้านภาษีที่เข้าร่วมโครงการนี้ จึงตัดสินใจไม่ขอเข้าร่วมโครงการ
.
ทั้งนี้ การที่ร้านค้ารายย่อยตามตลาดสดซึ่งอยู่ใกล้กับประชาชนมากที่สุดนั้นไม่ได้เข้าร่วมโครงการ ก็ทำให้ประชาชนเสียโอกาสในการลดภาระค่าครองชีพทางด้านอาหารลงไปมากด้วยเช่นกัน
.
.
กระทบหนัก! หมดทางส่ง ‘กุ้งไทย’ ขายมาเลเซีย เกษตรกรเคว้งคว้าง จี้รัฐรีบเจรจาด่วน
https://www.dailynews.co.th/news/5909143/
.
เกษตรกรเลี้ยงกุ้งเคว้งคว้าง หมดหนทางส่งกุ้งขายมาเลเซีย หลังถูกระงับการนำเข้า จี้รัฐบาลรีบเจรจา ขอผ่อนปรน หรือขยายระยะเวลาการบังคับใช้ หวั่นกระทบราคากุ้งในประเทศ นายกสมาคมกุ้งไทยเผย ส่งออกไม่ได้ 6,000-8,000 ตันต่อปี เสียหายกว่า 2,000 ล้านบาท
.
จากกรณีมาเลเซียตอบโต้ไทยกลับทันที ด้วยการสั่งระงับนำเข้ากุ้งไทย 5 สายพันธุ์ ประกอบด้วยกุ้งลายเสือ (Brown Tiger Prawn), กุ้งแชบ๊วย (Banana Prawn), กุ้งขาวแวนนาไม (Whiteleg Shrimp), กุ้งกุลาดำ (Giant Tiger Prawn) และกุ้งน้ำเงิน (Blue Shrimp) พร้อมบังคับใช้มาตรการการขอใบรับรองผลการวิเคราะห์ (CoA) จากห้องปฏิบัติการที่ได้รับการยอมรับ เริ่มต้นวันที่ 1 มิ.ย. เป็นต้นไป เพื่อตอบโต้กรณี มาเลเซียส่งออกปลากะพงเข้ามาขายในไทยแต่ถูกตรวจเข้มแบบ 100% โดยสั่งสุ่มตรวจคุณภาพสินค้าลอตนำเข้า เพื่อหาสารตกค้างและโรค และยาปฏิชีวนะที่อาจปนเปื้อนมากับสัตว์น้ำ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้บริโภค และป้องกันปัญหาเนื้อปลาทะลักกดทับราคาเกษตรกรไทยเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและพิทักษ์ผลประโยชน์ของเกษตรกรไทย.
.