กระทรวงการคลังเลื่อนการใช้กณฑ์ "ภาษีลูกกตัญญู" ที่ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับบิดามารดาที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป หลังเจอวิจารณ์อย่างหนัก กลายเป็น "ภาษีอกตัญญู" ไปซะงั้น คาดว่าจะกลับมาพิจารณาอีกครั้งในปีหน้า
.
ไม่เพียงแค่เรื่องภาษี ดูเหมือนว่าเกณฑ์อื่น ๆ จะมีปัญหา อย่างกรณีเรื่องภาระหนี้ ตามเกณฑ์คุมไว้ไม่เกิน 100,000 บาท จึงจะถือว่า "จน" และมีสิทธิรับสวัสดิการแห่งรัฐ
.
แต่แบงก์ชาติไม่เห็นด้วย เพราะจำทำคนจนตกหล่นมากขึ้น เหตุกำหนดให้ผู้มีสิทธิต้องมีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 100,000 บาท อาจทำให้ลูกหนี้ที่ได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐถูกตัดสิทธิ โดยเฉพาะลูกหนี้เกษตรกรและรายย่อย
.
ขณะเดียวกันการใช้ข้อมูลเครดิตบูโร อาจเกิดความไม่เป็นธรรมในการคัดกรองผู้มีสิทธิ เพราะข้อมูลที่มียังไม่ครอบคลุมลูกหนี้ทุกราย
.
หากมีโครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในอนาคต ควรพิจารณาควบคู่กับ การทบทวนวงเงินและข้อมูลของผู้ได้รับสิทธิอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงควรพิจารณามาตรการเพิ่มเติมเพื่อ เสริมศักยภาพในการสร้างรายได้ในระยะยาว เพื่อลดภาระการคลังและสนับสนุนให้ครัวเรือนผู้มีรายได้น้อย สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
.
ดูเหมือนเงื่อนไขจะมีปัญหาไปซะหมดในการควานหาจนคน จึงอาจจะมากจากปัญหาคนทำนโยบายนี้หรือไม่ และอาจไม่รู้ไม่เข้าใจว่า "คนจน" ของประเทศมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร
รัฐบาลได้เปิดลงทะเบียนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ครั้งใหม่ในรอบหลายปี โดยได้มีการปรับเงื่อนไขให้มีความเข้มงวดมากขึ้น เพื่อคัดกรองให้ผู้ที่ยากจนจริง ๆ ได้เข้าร่วมโครงการฯ ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านคุณสัมบัติจะถูกคัดออก โดยโครงการนี้ได้ผ่านมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อต้นเดือน มิ.ย.
ทั้งนี้ในการพิจารณาโครงการดังกล่าวของ ครม. ได้มีการส่งหนังสือด่วนสอบถามไปที่ ธปท. เพื่อขอความคิดเห็นเกี่ยวกับตัวโครงการฯ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณา
ปิติ ดิษยทัต รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้แสดงความเห็นต่อ ครม. ระบุว่า ธปท. ไม่ขัดข้อง เนื่องจากโครงการฯ เป็นการปรับปรุงเกณฑ์คุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งจะช่วยให้การจัดสรรสวัสดิการสังคมแก่ประชาชนครอบคลุทและตรงจุด อีกทั้งเพื่อประสิทธิภาพในการบริหารจัดการงบประมาณภาครัฐยิ่งขึ้น
อย่างไรตาม ธปท. มีข้อสังเกตเกี่ยวกับการปรับคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนที่จะได้รับสิทธิตามโครงการฯ โดยกำหนดเกณฑ์หนี้สินให้เป็นผู้ที่มีไม่มีวงเงินสินเชื่อ หรือมีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทหนี้และรวมทุกบัญชีไม่เกิน 100,000 บาท ตามระบบฐานข้อมูลเครดิตของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) นั้น จะส่งผลให้ผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางบางส่วนที่มีวงเงินสินเชื่อเกณฑ์ดังกล่าว ไม่สามารถเข้าถึงสวัสดิการแห่งรัฐได้ อาทิ กลุ่มลูกหนี้เกษตรกร หรือลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล ผ่านโครงการสินเชื่อนโยบายรัฐต่าง ๆ เนื่องจากประสบภัยพิบัติหรือวิกฤต ซึ่งอาจเกิดข้อร้องเรียนต่อเงื่อนไข โครงการฯ ได้
สำหรับ การกำหนดเกณฑ์ตามขนาดของวงเงินสินเชื่อในฐานข้อมูลของ NCB ซึ่งไม่ได้ครอบคลุมผู้ให้บริการสินเชื่อทุกราย อาจทำให้เกิดข้อกังวลถึงความเสียเปรียบของผู้มีวงเงินสินเชื่อในฐานข้อมูล เมื่อเทียบกับผู้มีวงเงินสินเชื่อใกล้เคียงกันแต่ไม่ปรากฏในฐานข้อมูล ดังนั้น จึงอาจพิจารณาประเด็นตาม ข้อสังเกตดังกล่าว เพื่อให้โครงการฯ บรรลุวัตถุประสงค์ในการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยโดยไม่ก่อให้เกิดผลกระทบ หรือผลสืบเนื่องที่ไม่พึงประสงค์ในด้านอื่น
นอกจากนี้การดำเนินโครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในอนาคต ควรพิจารณาควบคู่กับ การทบทวนวงเงินและข้อมูลของผู้ได้รับสิทธิอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงควรพิจารณามาตรการเพิ่มเติมเพื่อ เสริมศักยภาพในการสร้างรายได้ในระยะยาว เพื่อลดภาระการคลังและสนับสนุนให้ครัวเรือนผู้มีรายได้น้อย สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
คลังถอยตัดสิทธิพ่อแม่ที่ลูกใช้ลดหย่อนภาษี
ขณะที่คุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนที่จะได้รับสิทธิตามโครงการฯ หากลูกใช้สิทธิเลี้ยงดูพ่อแม่นำไปหักลดหย่อนภาษี 30,000 บาทต่อปี จะทำให้พ่อแม่ถูกตัดสิทธิออกจากโครงการ หรือหากลูกไม่ได้เลี้ยงดูจริง แต่ใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษี ก็จะถูกตั้งข้อหาแจ้งข้อมูลเท็จเพื่อเลี่ยงภาษีและถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังคืนทั้งหมด ซึ่งทำให้เกิดกระแสวิพากษ์อย่างมากในสังคม
อ่านข่าวฉบับเต็มได้ที่นี่
ความพยายามในการตีกรอบ "ความจน" เพื่อแจกสวัสดิการ กำลังมีปัญหา
อ่านข่าวฉบับเต็มได้ที่นี่