เราได้ประโยชน์อะไรบ้าง จากรถไฟความเร็วสูง 180,000 ล้านบาท?

ประเทศไทยกำลังจะมีโครงการรถไฟความเร็วสูงสายแรกในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า นั่นคือ "เส้นทางไทย-จีน ช่วงกรุงเทพฯ (สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์) - นครราชสีมา" ซึ่งได้เริ่มก่อสร้างมาระยะหนึ่งแล้ว แม้ว่าการเปิดให้บริการจะดูมีแนวโน้มล่าช้าและดีเลย์ออกไปบ้างเนื่องจากอุปสรรคในขั้นตอนการก่อสร้างก็ตาม

แต่ไม่ว่าจะได้เริ่มใช้งานช้าหรือเร็ว คำถามสำคัญทางเศรษฐกิจที่ต้องคิดตามก็คือ:
เมกะโปรเจกต์ระดับแสนล้านนี้ตอบโจทย์มากแค่ไหน?
จะมีคนเข้ามาใช้งานเยอะพอหรือไม่?
และท้ายที่สุด โครงการนี้จะคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปหรือเปล่า?
ทำความรู้จักโครงการ: เมกะโปรเจกต์สายแรกของไทย
เส้นทางเฟส 1: ช่วงกรุงเทพฯ (สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์) - นครราชสีมา ระยะทางรวม 251 กิโลเมตร
📌มูลค่าโครงการ: สูงถึงเกือบ 180,000 ล้านบาท
ความเชื่อมโยงระดับภูมิภาค: โครงการนี้ถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญภายใต้ยุทธศาสตร์ One Belt One Road ของประเทศจีน ที่ต้องการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมจากเมืองคุนหมิง ผ่านประเทศ สปป.ลาว และทะลุเข้าสู่ประเทศไทยที่จังหวัดหนองคาย

📌เงื่อนไขการลงทุน: แม้จะเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์จีน แต่รัฐบาลไทยเป็นผู้ออกเงินลงทุนเองทั้งหมด 100% โดยเลือกใช้เทคโนโลยี ตัวรถ และระบบอาณัติสัญญาณจากประเทศจีน พร้อมมีเงื่อนไขผูกพันให้ทางจีนต้องถ่ายทอดเทคโนโลยีดังกล่าวให้แก่ไทยด้วย

ระยะเวลาการก่อสร้าง: อภิมหาโครงการนี้เริ่มต้นก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งหากนับมาถึงปัจจุบันในปี 2569 ก็ใช้เวลาก่อสร้างยาวนานถึง 9 ปีเต็มแล้ว แต่ก็ยังคงไม่เสร็จสมบูรณ์

ความท้าทายเรื่อง "ความคุ้มค่า" และ "จำนวนผู้โดยสาร"

ในมุมมองของการทำกำไรสำหรับธุรกิจระบบขนส่งสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบิน รถโดยสาร หรือรถไฟ โจทย์ที่ยากที่สุดคือ "จะทำอย่างไรให้มีผู้โดยสารเต็มคันในทุกเที่ยววิ่ง?"
เนื่องจากระบบรางมี "ต้นทุนคงที่ (Fixed Cost)" ที่สูงมาก ต่อให้ขบวนรถไฟเที่ยวขบวนนั้นจะมีผู้โดยสารนั่งไปเพียง 1 คน 10 คน หรือเต็มคัน 100 คน ต้นทุนคงที่ในการออกเดินรถแต่ละครั้งก็แทบจะไม่เปลี่ยนแปลงเลย ดังนั้น ปัจจัยหลักที่จะดึงดูดให้คนเปลี่ยนใจมาใช้รถไฟความเร็วสูงแทนการเดินทางวิธีเดิมๆ จึงขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยหลัก คือ "ราคา" และ "ความสะดวกสบาย"

โครงสร้างราคาค่าโดยสาร (เบื้องต้น)
สูตรคำนวณค่าโดยสารคร่าวๆ ที่ทางภาครัฐเคยเคาะตัวเลขออกมาเบื้องต้น มีเกณฑ์ดังนี้:

ค่าแรกเข้า: 80 บาท
อัตราค่าบริการเพิ่ม: 1.8 บาทต่อกิโลเมตร

เปิดตัวเลขค่าโดยสารรถไฟความเร็วสูง: คุ้มไหมเมื่อเทียบกับคู่แข่ง?

เมื่อนำสูตรคำนวณของภาครัฐมาคิดคำนวณจริง จะพบว่าอัตราค่าโดยสารรถไฟความเร็วสูง โดยเริ่มต้นจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ไปยังสถานีต่างๆ มีราคาประมาณการดังนี้:

กรุงเทพฯ - อยุธยา: ประมาณ 195 บาท
กรุงเทพฯ - สระบุรี: ประมาณ 278 บาท
กรุงเทพฯ - ปากช่อง: ประมาณ 393 บาท
กรุงเทพฯ - นครราชสีมา: ประมาณ 535 บาท
เปรียบเทียบมวยถูกคู่: รถไฟความเร็วสูง VS รถทัวร์/รถตู้ (ไปโคราช)

เมื่อลองเปรียบเทียบกับทางเลือกการเดินทางยอดนิยมในปัจจุบันอย่างรถทัวร์หรือรถตู้ บนเส้นทางไปนครราชสีมา (โคราช) จะเห็นข้อแตกต่างที่ชัดเจนในเรื่องของ "ราคา" และ "เวลา" ดังนี้

รถทัวร์ / รถตู้: ราคาประมาณ 200 - 250 บาท แต่ต้องใช้เวลาเดินทางนานถึง 3 - 4 ชั่วโมง
รถไฟความเร็วสูง: ราคาประมาณ 535 บาท แต่ใช้เวลาเดินทางเพียง 1 ชั่วโมง 40 นาที เท่านั้น

📌จุดตัดสินใจของผู้โดยสาร: รถไฟความเร็วสูงจะช่วยประหยัดเวลาลงไปได้ประมาณ 2 ชั่วโมง แต่ผู้โดยสารก็ต้องแลกกับการจ่ายค่าเดินทางที่แพงกว่าเดิมประมาณ 300 บาท

📌ส่องราคาอนาคต หากขยายเส้นทางไป "ภาคอีสานตอนบน"
หากใช้สูตรคำนวณเดียวกันนี้เคาะราคาสำหรับเส้นทางส่วนต่อขยายในอนาคต โดยตั้งต้นจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ยาวไปถึงอีสานตอนบน จะมีราคาดังนี้:
ไปขอนแก่น: ค่าโดยสาร 890 บาท
ไปอุดรธานี: ค่าโดยสาร 1,097 บาท
ไปหนองคาย: ค่าโดยสาร 1,171 บาท

หากไม่นับเรื่องเวลาเดินทางที่เร็วขึ้นอย่างชัดเจน อัตราค่าโดยสารระดับนี้ถือว่าเป็นเรทที่ถูกกว่าตั๋วเครื่องบินสายการบินราคาประหยัด (Low Cost) ในเส้นทางกรุงเทพฯ ไปขอนแก่น หรืออุดรธานี แถมยังมีราคาใกล้เคียงกับการนั่งรถไฟขบวนด่วนพิเศษบางขบวนของการรถไฟฯ ในปัจจุบันอีกด้วย

📌ความท้าทายในมุมมองการคืนทุน
ด้วยระดับราคาที่เข้าถึงง่ายและเวลาที่รวดเร็ว ทำให้เมื่อโครงการสร้างเสร็จ จึงมีแนวโน้มสูงมากที่จะดึงดูดให้ผู้โดยสารหรือนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก "หากสถานีรถไฟตั้งอยู่ใกล้กับตัวเมืองมากพอ"

อย่างไรก็ตาม แม้ราคาค่าโดยสารระดับนี้จะดึงดูดใจผู้คนให้มาใช้งานได้ดี แต่ถ้ามองในแง่ของการ "คืนทุนกับค่าก่อสร้างมหาศาล" ของภาครัฐแล้ว โครงการรถไฟความเร็วสูงสายนี้อาจจะต้องใช้เวลานานมากๆ ในการคืนทุน

📌ข้อมูลเชิงสถิติจาก รฟท. (การรถไฟแห่งประเทศไทย) ระบุว่า:
รถไฟความเร็วสูงไปนครราชสีมา (ราคาตั๋ว 535 บาท)
ใน 1 เที่ยววิ่ง จะสามารถขนส่งผู้โดยสารได้ 590 คน
ใน 1 วัน จะมีรถวิ่งให้บริการทั้งขาไปและขากลับรวมทั้งหมด 11 รอบ
จำนวน 11 รอบนี้ คำนวณจากการปล่อยรถไฟออกจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ในทุกๆ 1 ชั่วโมงครึ่ง

CR IG longtunman
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่