หุ้นวิชั่น – บล.กรุงศรี ระบุว่า สอดคล้องกับตัวเลข GDP ในช่วง 1Q26 ที่ออกมาที่ 2.8% YoY ดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 2.5% โดยเราพบว่าผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ออกมาดีกว่าที่เราและตลาดคาด โดยเฉพาะอุตสาหกรรมหลัก เช่น กลุ่มธนาคาร ICT พลังงาน และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนกลุ่มที่ยังมีกำไรอ่อนแอและผลประกอบการออกมาต่ำกว่าที่เราและตลาดคาด คือกลุ่มอสังหาริมทรัพย์
ทั้งนี้คาดว่าผลประกอบการที่ยังถือว่าดีในช่วง 1Q26 โดยเฉพาะหุ้นที่อิงการบริโภคในประเทศ น่าจะได้รับผลดีจากการเลือกตั้งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ปะทุขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และยังคงยืดเยื้อจนถึงปัจจุบัน มีผลต่อเศรษฐกิจไทยอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องต้นทุนราคาพลังงาน นอกจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นอย่างมากแล้ว ราคาปิโตรเคมีก็ยังปรับตัวสูงขึ้นด้วย ทำให้ต้นทุนการดำรงชีวิตของประชาชน และต้นทุนการผลิตของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้น
ส่งผลให้คาดว่า Momentum ของผลกำไรในช่วง 2Q26 มีแนวโน้มอ่อนแรง QoQ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มธนาคาร การแพทย์ ค้าปลีก และอาหาร นอกจากนี้ เรายังประเมินว่ากำไรจากสต๊อกน้ำมันก้อนใหญ่ที่กลุ่มพลังงานบันทึกในช่วง 1Q26 จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ผลกำไรของกลุ่มพลังงานมีแนวโน้มอ่อนตัวลง QoQ ด้วย
กลยุทธ์การเลือกหุ้นจึงยังคงเป็นแบบระมัดระวัง โดยมีหลักการเลือกคือ ต้องเป็นหุ้น Defensive ที่ผลประกอบการได้รับผลกระทบน้อยจากกำลังซื้อที่อ่อนตัวลง และต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมัน รวมถึงเป็นหุ้นที่กำลังจะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในช่วงเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ Top Picks สำหรับ 2Q26F ได้แก่ ADVANC, BDMS, KBANK, GULF และ TRUE


หุ้นไทยไม่ง่าย..แต่เล่นได้ ชู 5 หุ้นรับตลาดผันผวน
หุ้นวิชั่น – บล.กรุงศรี ระบุว่า สอดคล้องกับตัวเลข GDP ในช่วง 1Q26 ที่ออกมาที่ 2.8% YoY ดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 2.5% โดยเราพบว่าผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ออกมาดีกว่าที่เราและตลาดคาด โดยเฉพาะอุตสาหกรรมหลัก เช่น กลุ่มธนาคาร ICT พลังงาน และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนกลุ่มที่ยังมีกำไรอ่อนแอและผลประกอบการออกมาต่ำกว่าที่เราและตลาดคาด คือกลุ่มอสังหาริมทรัพย์
ทั้งนี้คาดว่าผลประกอบการที่ยังถือว่าดีในช่วง 1Q26 โดยเฉพาะหุ้นที่อิงการบริโภคในประเทศ น่าจะได้รับผลดีจากการเลือกตั้งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ปะทุขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และยังคงยืดเยื้อจนถึงปัจจุบัน มีผลต่อเศรษฐกิจไทยอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องต้นทุนราคาพลังงาน นอกจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นอย่างมากแล้ว ราคาปิโตรเคมีก็ยังปรับตัวสูงขึ้นด้วย ทำให้ต้นทุนการดำรงชีวิตของประชาชน และต้นทุนการผลิตของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้น
ส่งผลให้คาดว่า Momentum ของผลกำไรในช่วง 2Q26 มีแนวโน้มอ่อนแรง QoQ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มธนาคาร การแพทย์ ค้าปลีก และอาหาร นอกจากนี้ เรายังประเมินว่ากำไรจากสต๊อกน้ำมันก้อนใหญ่ที่กลุ่มพลังงานบันทึกในช่วง 1Q26 จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ผลกำไรของกลุ่มพลังงานมีแนวโน้มอ่อนตัวลง QoQ ด้วย
กลยุทธ์การเลือกหุ้นจึงยังคงเป็นแบบระมัดระวัง โดยมีหลักการเลือกคือ ต้องเป็นหุ้น Defensive ที่ผลประกอบการได้รับผลกระทบน้อยจากกำลังซื้อที่อ่อนตัวลง และต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมัน รวมถึงเป็นหุ้นที่กำลังจะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในช่วงเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ Top Picks สำหรับ 2Q26F ได้แก่ ADVANC, BDMS, KBANK, GULF และ TRUE