เศรษฐกิจ Wellness โลกจ่อพุ่ง 9.8 ล้านล้านดอลลาร์ในอีก 3 ปีข้างหน้า

“Preventive Healthcare” น่านน้ำใหม่แอนตี้เอจจิ้ง เปลี่ยน “ความเสื่อมเซลล์” เป็นเม็ดเงินแสนล้าน


ขณะที่เมืองไทยเตรียมตัวเคาท์ดาวน์สู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด เปิดพิมพ์เขียวเครือโรงพยาบาลยักษ์ใหญ่ ผุด “เวลเนสซิตี้” ดึงเงินต่างชาติพำนักยาว กระตุ้นเศรษฐกิจทั้งห่วงโซ่อุปทาน ชี้เทรนด์ยกระดับธุรกิจสปาสู่ “Medical Spa” และตลาดสมาธิบำบัด ชู Soft Power ไทยก้าวสู่เมืองหลวงแห่งจิตวิญญาณโลก

24 พฤษภาคม 2569 อุตสาหกรรมสุขภาพและความงามทั่วโลกกำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากเดิมที่เน้นการรักษาผู้ป่วยที่ปลายเหตุ ขยับตัวไปสู่การส่งเสริมและป้องกันสุขภาพเชิงรุกก่อนเกิดโรค ซึ่งวิทยาศาสตร์การแพทย์ในปัจจุบันสามารถเจาะลึกและอธิบายกระบวนการเสื่อมถอยได้ลึกถึงระดับเซลล์ตามหลักการ “ลักษณะเด่นของความชรา” การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคในลักษณะนี้ ได้แปรเปลี่ยนวิทยาการชะลอวัยให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจและเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหม่ ที่สร้างมูลค่ามหาศาล

นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ ผู้บริหาร BDMS Wellness Clinic ได้ฉายภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจและโครงสร้างประชากรผ่านงานบรรยายพิเศษ โดยระบุว่า มูลค่าเศรษฐกิจ Wellness โลก (Global Wellness Economy) มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 ซึ่งอยู่ที่ 4.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะทะยานขึ้นมาเป็น 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี พ.ศ. 2567 และมีการคาดการณ์จากข้อมูลสถิติล่าสุดว่าจะพุ่งสูงถึง 9.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี พ.ศ. 2572

โดยกลุ่มธุรกิจที่ครองสัดส่วนการตลาดที่ใหญ่ที่สุดและสร้างมูลค่าเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลและความงาม (Personal Care, Beauty) มูลค่า 1,350 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพ โภชนาการ และการลดน้ำหนัก (Healthy Eating, Nutrition, & Weight Loss) มูลค่า 1,148 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และธุรกิจกิจกรรมทางกายภาพกับการออกกำลังกาย (Physical Activity) มูลค่า 1,144 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ


ประชากรหดตัว-สังคมสูงวัย โจทย์ใหญ่สาธารณสุขไทย

ในมิติของโครงสร้างประชากร ประเทศไทยกำลังเผชียบความท้าทายอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนประชากรอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลล่าสุดในปี พ.ศ. 2568 จากสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล และกรมการปกครอง เผยให้เห็นภาวะประชากรหดตัวเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน อัตราเด็กเกิดใหม่มีเพียงปีละ 416,574 คน ในขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตสูงถึงปีละ 559,684 คน ส่งผลให้ประชากรไทยลดลงต่อเนื่องสุทธิประมาณ 1.43 แสนคนต่อปี อีกทั้งอัตราเจริญพันธุ์รวม (TFR) ของไทยดิ่งลงอย่างรุนแรงมาอยู่ที่ระดับ 0.86 ซึ่งต่ำกว่าระดับทดแทนตามหลักประชากรศาสตร์ที่ควรจะเป็นคือ 2.1

สถานการณ์ดังกล่าวกำลังผลักดันให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด” (Super-Aged Society) ภายในปี พ.ศ. 2573-2576 ซึ่งจะมีสัดส่วนประชากรที่มีอายุเกิน 60 ปี สูงเกินกว่า 28% ของประชากรทั้งหมด ความน่ากังวลอยู่ที่ช่องว่างระหว่างอายุขัยเฉลี่ย (Lifespan) และอายุขัยของการมีสุขภาพดี (Health Span) ปัจจุบันคนไทยมีอายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่ 77.4 ปี แต่อายุขัยสุขภาพดีกลับอยู่ที่ 67.3 ปี หมายความว่าโดยเฉลี่ยแล้วคนไทยต้องใช้เวลาประมาณ 10 ปีสุดท้ายของชีวิตอยู่กับโรคภัยไข้เจ็บ ความเสื่อมถอย หรือความพิการ หากไม่มีการบริหารจัดการเชิงรุก คาดการณ์ว่าภายในปี พ.ศ. 2593 ช่องว่างความเจ็บป่วยท้ายชีวิตของคนไทยจะขยายกว้างเพิ่มขึ้นเป็น 11.7 ปี ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั่วโลกที่อยู่ที่ 11.5 ปี

ตัวเลขอายุขัยสุขภาพที่ตามไม่ทันอายุขัยจริง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจในระดับมหภาค ปัจจุบันรัฐบาลต้องแบกรับภาระงบประมาณค่ารักษาพยาบาลของประเทศผ่านกองทุนต่างๆ (เช่น สปสช. ประกันสังคม และสิทธิ์ข้าราชการ) สูงกว่า 600,000 ล้านบาทต่อปี และมีแนวโน้มที่จะแตะระดับ 1 ล้านล้านบาทในอนาคต นโยบายสาธารณสุขแห่งชาติจึงต้องตั้งเป้าหมายเร่งด่วนในการเพิ่มอายุขัยสุขภาพดี (Health Span) ของคนไทยให้ขึ้นไปอยู่ที่ 75 ปี เพื่อบีบระยะเวลาการเจ็บป่วยท้ายชีวิตให้ลดลงเหลือเพียง 2 ปี ซึ่งสอดคล้องกับหลักเศรษฐศาสตร์สาธารณสุขและข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ระบุว่า เม็ดเงินลงทุนในระบบสุขภาพเชิงป้องกันและส่งเสริมสุขภาพ (Prevention) ทุกๆ 1 บาท จะให้ผลตอบแทนกลับคืนมาสู่สังคมสูงถึง 35 เท่า และหากเป็นการลงทุนเชิงนโยบายจากภาครัฐจะให้ผลตอบแทนสูงถึง 46 เท่า

พลิกวิกฤตเป็นโอกาสทางธุรกิจ ดันเมกะโปรเจกต์ 5 หมื่นล้านปักหมุด Wellness Hub

จากข้อมูลเชิงประจักษ์ทางวิทยาศาสตร์และตัวเลขทางเศรษฐกิจ เครือข่ายการแพทย์ภาคเอกชนรายใหญ่ของไทยได้มองเห็นโอกาสในการสร้าง New S-Curve เพื่อเปลี่ยนเกมอุตสาหกรรมสุขภาพ สังเกตได้จากการเคลื่อนไหวลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านเวลเนสรวมแล้วเกือบ 50,000 ล้านบาท นับตั้งแต่วิสัยทัศน์เริ่มต้นของ พลเอกโท นพ.ประเสริฐ ปราสาททองโอสถ ที่ทุ่มงบประมาณก้อนแรกราว 12,000 ล้านบาท ในการซื้อที่ดินปาร์คนายเลิศเพื่อบุกเบิกธุรกิจ Wellness Clinic จนปัจจุบันสามารถขยายสาขาไปกว่า 25 สาขาทั่วประเทศ

พร้อมควบรวมห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ อาทิ การใช้พื้นที่สนามบินสุโขทัยกว่า 6,000 ไร่ ปลูกข้าวและผลไม้ออร์แกนิกแท้ 100% ป้อนเข้าสู่ระบบ การลงทุนในโรงงานผลิตวิตามิน โรงแรมสุขภาพ ตลอดจนเมกะโปรเจกต์ “เวลเนสซิตี้” (Wellness 2) บนพื้นที่ข้างสวนลุมพินี ที่ใช้เงินลงทุนปรับปรุงอาคารอีกกว่า 3,000 ล้านบาทเพื่อรองรับอุปสงค์ ของกลุ่มลูกค้าจาก 150 ประเทศทั่วโลกที่เดินทางเข้ามาใช้บริการจนเกินขีดความสามารถในการรองรับ

ในส่วนของภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม แนวทางการเพิ่มมูลค่าสามารถดำเนินการได้ผ่านการเชื่อมโยงทรัพยากรท้องถิ่นและการแพทย์สมัยใหม่เข้าด้วยกัน 3 ด้านสำคัญ:

Antioxidant City & อุตสาหกรรมอาหาร:การขับเคลื่อนจุดแข็งของไทยในฐานะอู่ข้าวอู่น้ำที่มีผลผลิตทางการเกษตรสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพและยา โดยจำเป็นต้องเร่งปิดจุดอ่อนด้านระบบการรับรองมาตรฐาน ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล รวมถึงการเจาะตลาดปศุสัตว์แนวใหม่ที่เน้นการเลี้ยงสัตว์ลดความเครียด (เช่น ไข่ไก่อารมณ์ดี หรือวัวเนื้อออร์แกนิก) เพื่อหลีกเลี่ยงการปนเปื้อนของฮอร์โมนความเครียดในห่วงโซ่อาหาร ซึ่งสามารถตั้งราคาสินค้าได้สูงขึ้น
Medical Spa: การยกระดับธุรกิจสปาไทยจากการนวดผ่อนคลายดั้งเดิม ไปสู่การบูรณาการบุคลากรวิชาชีพแพทย์แผนไทยร่วมกับการตรวจประเมินทางวิทยาศาสตร์ เช่น การเอ็กซเรย์ หรือ MRI พร้อมนำเทคโนโลยีการแพทย์ระดับสูง (Medical Hub) เช่น เครื่องแช่แข็งร่างกาย (Cryotherapy) มาใช้ฟื้นฟูกล้ามเนื้อ โดยมีงานวิจัยรองรับเชิงประจักษ์ว่าสามารถลดฮอร์โมนความเครียด คอร์ติซอล (Cortisol) หรือช่วยเพิ่มความยาวเทโลเมียร์ได้จริง
Meditation Market & Mental Health:ตลาดสุขภาพจิตและการทำสมาธิ (Meditation) ถือเป็นกลุ่มธุรกิจที่น่าจับตามองที่สุดและไม่ต้องใช้เงินลงทุนด้านเครื่องมือราคาสูง คาดการณ์อัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 13.3% ต่อปี เนื่องจากประชากรโลกเผชิญความเครียดจากความขัดแย้งรอบด้าน การทำสมาธิแบบอานาปานสติมีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ระดับสากลรองรับมากที่สุดว่าช่วยลดความเสื่อมของเซลล์และป้องกันมะเร็งได้ ประเทศไทยจึงมีโอกาสในการพัฒนาคอร์สปฏิบัติธรรมบำบัดจิตใจในรีสอร์ทสุขภาพ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปสู่การเป็น “เมืองหลวงแห่งจิตวิญญาณ” (Spiritual Capital) ของโลก

CR MoneyandBanking

https://moneyandbanking.co.th/2026/246099/?fbclid=IwZnRzaASCdkxleHRuA2FlbQIxMQBzcnRjBmFwcF9pZAo2NjI4NTY4Mzc5AAEeXclzz7FE79hZjHMLqJNk-ZPdsJx0iJE9YHChDgbVxYTPp90xf6z9u7Dz024_aem_vPDXNRiMBor8xsp26d6b-g
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่