ช่วงนี้มีประเด็นที่น่าสนใจในวงการโทรคมนาคมและดิจิทัลครับ หลัง “นายไชยชนก ชิดชอบ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ออกมาสนับสนุนแนวคิด “ยุบ” หรือ “ปรับโครงสร้าง” กสทช.
- เหตุผลหลักคือ มองว่าปัญหาเชิงโครงสร้างภายในทำให้หลายเรื่องเดินหน้าได้ช้า และอาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว
- โดยรัฐมนตรีระบุว่า เรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่ปัญหาความเห็นต่างภายในองค์กร แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเศรษฐกิจดิจิทัล โครงสร้างพื้นฐาน และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
- ตอนนี้อยู่ระหว่างหารือหลายฝ่าย เพื่อดูว่าจะปรับบางส่วน จัดระบบใหม่ หรือออกแบบกลไกใหม่ทั้งหมด
ใน ขณะเดียวกัน อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ส.ส. พรรคประชาชน ก็ได้ออกมาตั้งคำถาม
- กสทช. ใช้เงินปีละ 4,000 ล้านบาท
- เงินเดือนพนักงาน 1,316 ล้านบาท
- มีพนักงาน 2,100 คน
- เงินเดือนเฉลี่ย 52,700 บาท
ต้องถามสังคมว่า ใช้เงินคุ้มค่าหรือไม่"
ที่ผ่านมา กสทช. ถูกตั้งคำถามหลายเรื่อง เช่น
- การกำกับดูแลหลังควบรวม True-Dtac
- ปัญหาค่าบริการและคุณภาพสัญญาณ
- การคุ้มครองผู้บริโภค
- ความล่าช้าโครงการอาคารสำนักงานใหญ่ใหม่
- ทิศทางทีวีดิจิทัลหลังปี 2572
- การกำกับแพลตฟอร์ม OTT อย่าง YouTube, Netflix, Disney+ Hotstar
คำถามคือ…
ถ้ารื้อหรือปรับโครงสร้างจริง จะช่วยให้การกำกับดูแลดีขึ้นไหม ?
หรือสุดท้ายจะกลับไปเจอปัญหาเดิมอีก ?
ที่มา
bangkokbiznews thairathtv
ไชยชนก หนุนยุบหรือรื้อโครงสร้าง กสทช. มองงานล่าช้ากระทบโอกาสประเทศ คิดเห็นกันยังไง ?
- เหตุผลหลักคือ มองว่าปัญหาเชิงโครงสร้างภายในทำให้หลายเรื่องเดินหน้าได้ช้า และอาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว
- โดยรัฐมนตรีระบุว่า เรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่ปัญหาความเห็นต่างภายในองค์กร แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเศรษฐกิจดิจิทัล โครงสร้างพื้นฐาน และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
- ตอนนี้อยู่ระหว่างหารือหลายฝ่าย เพื่อดูว่าจะปรับบางส่วน จัดระบบใหม่ หรือออกแบบกลไกใหม่ทั้งหมด
ใน ขณะเดียวกัน อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ส.ส. พรรคประชาชน ก็ได้ออกมาตั้งคำถาม
- กสทช. ใช้เงินปีละ 4,000 ล้านบาท
- เงินเดือนพนักงาน 1,316 ล้านบาท
- มีพนักงาน 2,100 คน
- เงินเดือนเฉลี่ย 52,700 บาท
ต้องถามสังคมว่า ใช้เงินคุ้มค่าหรือไม่"
ที่ผ่านมา กสทช. ถูกตั้งคำถามหลายเรื่อง เช่น
- การกำกับดูแลหลังควบรวม True-Dtac
- ปัญหาค่าบริการและคุณภาพสัญญาณ
- การคุ้มครองผู้บริโภค
- ความล่าช้าโครงการอาคารสำนักงานใหญ่ใหม่
- ทิศทางทีวีดิจิทัลหลังปี 2572
- การกำกับแพลตฟอร์ม OTT อย่าง YouTube, Netflix, Disney+ Hotstar
คำถามคือ…
ถ้ารื้อหรือปรับโครงสร้างจริง จะช่วยให้การกำกับดูแลดีขึ้นไหม ?
หรือสุดท้ายจะกลับไปเจอปัญหาเดิมอีก ?
ที่มา bangkokbiznews thairathtv