ช่วงนี้รู้สึกว่า เกาหลีใต้น่าจะเป็นประเทศที่แปลกมากประเทศหนึ่งในเรื่องสื่อบันเทิง คือเป็นประเทศที่ไม่มีราชวงศ์ เป็นสาธารณรัฐเต็มตัว ราชวงศ์เดิมก็ถูกยุบไปตั้งแต่สมัยโดนญี่ปุ่นผนวกประเทศ แต่กลับผลิตซีรีส์แนวราชวงศ์ยุคใหม่ออกมาได้เรื่อยๆ แถมดังมากและคนดูก็อินมากด้วย
ตัวอย่าง เช่น เจ้าหญิงวุ่นวายกับเจ้าชายเย็นชา (Princess Hours), รักยิ่งใหญ่ หัวใจเพื่อเธอ (The King 2 Hearts), จอมราชันบัลลังก์อมตะ (The King: Eternal Monarch), จักรพรรดินีพลิกบัลลังก์ (The Last Empress) หรือล่าสุดก็ รักนี้มงลง (Perfect Crown) ที่สมมุติว่าเกาหลียังมีราชวงศ์อยู่ในปัจจุบัน
จขกท เลยสงสัยว่า ทำไมต้องเป็นเกาหลี ถ้ามองประเทศอื่นที่เคยมีราชวงศ์เหมือนกัน ก็ไม่เคยเห็นทำแนวนี้จริงจัง อย่างมากก็เป็นนิยาย ถ้ามีเรื่องราชวงศ์ก็เป็นเรื่องอิงประวัติศาสตร์ แต่ไม่เคยเห็นซีรีส์ราชวงศ์ยุคใหม่ที่เกาหลีสร้างซีรีส์จนกลายเป็น genre หนึ่งไปเลย
จขกท คิดว่าจุดสำคัญคือ วิธีที่ราชวงศ์เกาหลีจบลง ต่างจากประเทศอื่น ฝรั่งเศสล้มราชวงศ์ผ่านการปฏิวัติ ราชวงศ์ถูกมองเป็นคู่ตรงข้ามของประชาชนและความเสมอภาค รัสเซียจบแบบนองเลือด ราชวงศ์โรมานอฟถูกสังหาร และรัฐใหม่สร้างแนวคิดว่าราชวงศ์คือสัญลักษณ์ของระบอบเก่า จีนเองก็ปฏิวัติล้มราชวงศ์ชิง พร้อมสร้างอุดมการณ์ต่อต้านระบบศักดินาอย่างจริงจังโดยเฉพาะหลังคอมมิวนิสต์ขึ้นสู่อำนาจ แม้แต่หลายประเทศยุโรปที่เลิกราชวงศ์ ก็เลิกผ่านกระบวนการสร้างรัฐสมัยใหม่ ที่ทำให้ราชวงศ์กลายเป็นอดีต
แต่เกาหลีแตกต่างออกไป ราชวงศ์เกาหลีไม่ได้ถูกประชาชนล้ม แต่ถูกญี่ปุ่นยึดประเทศ มันเลยเกิดสภาวะแปลกๆ ที่ราชวงศ์ถูกมองว่าอ่อนแอ บางส่วนถูกมองว่าประนีประนอมกับญี่ปุ่น แต่ในอีกด้านก็เป็นเหยื่อของจักรวรรดินิยมญี่ปุ่นและสัญลักษณ์ของอธิปไตยที่สูญหายไป
เพิ่มเติมว่าเชื้อพระวงศ์ที่เหลืออยู่หลังล่มสลายก็ไม่ได้แข็งแรงพอจะเป็นศูนย์รวมอะไรได้อย่างจริงจัง ราชวงศ์เกาหลีหลังสิ้นสุดจักรวรรดิถูกลดสถานะเข้าไปอยู่ใต้ระบบขุนนางของญี่ปุ่น บางส่วนใช้ชีวิตในญี่ปุ่นและแต่งงานกับคนญี่ปุ่น และหลังเกาหลีเป็นสาธารณรัฐ ก็ไม่มีทั้งอำนาจ ทรัพย์สิน หรือมีการรับรองอีก เชื้อพระวงศ์ที่เหลือจึงค่อนข้างกระจัดกระจาย แตกสายกันเอง และมีข้อถกเถียงเรื่องใครคือผู้สืบทอดที่แท้จริงมาจนถึงปัจจุบัน
มันเลยยิ่งทำให้ราชวงศ์เกาหลีกลายเป็นสิ่งที่อยู่ในพื้นที่ของความทรงจำและจินตนาการ มากกว่าจะเป็นสถาบันทางการเมืองจริงๆ
เพราะงั้น คนเกาหลีจำนวนมากน่าจะไม่ได้เกลียดราชวงศ์แบบที่บางประเทศเกลียด แต่กลับมองด้วยความรู้สึกปนกันระหว่างความรู้สึกอาลัยอดีต (nostalgia) และประวัติศาสตร์ที่สูญเสีย
มันเลยเกิดพื้นที่พิเศษที่ไม่มีราชวงศ์จริงให้ต้องระวังแต่ยังมีความผูกพันทางอารมณ์หรือความเชื่อมโยงทางความรู้สึกเหลืออยู่ สุดท้ายซีรีส์เลยหยิบราชวงศ์มาใช้เป็นแฟนตาซีได้เต็มที่
จริงๆ คิดว่าแฟนตาซีของซีรีส์พวกนี้ไม่ใช่เรื่องกษัตริย์อย่างเดียว แต่รวมเรื่องความต่อเนื่องของชาติ ความสง่างาม พิธีการ ชาติกำเนิด ชีวิตชนชั้นสูง ความรักที่เป็นไปไม่ได้ คนที่มีทุกอย่างแต่ไม่มีอิสระ และลึกๆ มันยังเป็นแนวประวัติศาสตร์ทางเลือก (alternate history) ด้วย คือจินตนาการว่า ถ้าเกาหลีไม่ถูกประวัติศาสตร์ตัดขาดด้วยการล่าอาณานิคม ประเทศจะหน้าตาแบบไหน?
เกาหลีใต้ผ่านเหตุการณ์ที่สาหัสมามาก ตั้งแต่การยึดครองของญี่ปุ่น สงครามเกาหลี เผด็จการและการพัฒนาแบบเร่งด่วน ราชวงศ์ในซีรีส์จึงกลายเป็นแฟนตาซีของความต่อเนื่องและความมั่นคงทางอัตลักษณ์
แม้คนเกาหลีจะชอบแฟนตาซีราชวงศ์ แต่ก็จริงจังกับอัตลักษณ์ราชสำนักเกาหลีมาก ล่าสุด รักนี้มงลงกลายเป็นดราม่าหนัก เพราะคนดูจำนวนมากมองว่าซีรีส์ทำราชสำนักเกาหลีให้กลายเป็นจีน เพราะมีประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีกับจีนในประวัติศาสตร์ที่ซับซ้อนมาก
ในหลายยุคสมัย โดยเฉพาะยุคโชซอน เกาหลีอยู่ในระบบบรรณาการของจีน (tribute system) ซึ่งเป็นโครงสร้างการเมืองแบบเอเชียตะวันออกดั้งเดิม เกาหลีส่งบรรณาการ ยอมรับจักรพรรดิจีนในเชิงพิธีการ และได้รับการรับรองทางการทูตตอบกลับ
ต่อมาปลายศตวรรษที่ 19 เกาหลีเริ่มพยายามหลุดออกจากระบบนี้ การประกาศจักรวรรดิเกาหลีในปี 1897 มีความหมายเชิงสัญลักษณ์สูงมาก เพราะเป็นการประกาศว่า เกาหลีไม่ใช่รัฐบรรณาการอีกต่อไป และมีอำนาจอธิปไตยเทียบเท่าจักรวรรดิอื่น
ในมุมเกาหลีสมัยใหม่ เรื่องอิทธิพลของจีนจึงเป็นประเด็นอ่อนไหว เพราะแม้ในทางประวัติศาสตร์ระบบบรรณาการจะไม่ได้หมายถึงอาณานิคมแบบสมัยใหม่ แต่มีคนที่ไม่ต้องการให้เกาหลีถูกมองว่าเป็นรัฐบรรณาการของจีน โดยเฉพาะหลังเกิดกระแสขัดแย้งเรื่องวัฒนธรรม เช่น ฮันบก กิมจิ ประวัติศาสตร์โกคูรยอ หรือการอ้างอิงวัฒนธรรมเกาหลีว่าเป็นส่วนหนึ่งของขอบเขตอิทธิพลของจีน
ดังนั้น ในโลกของราชวงศ์เกาหลียุคใหม่ คนดูจำนวนหนึ่งน่าจะคาดหวังว่า มันควรเป็นโลกสมมุติที่เกาหลีรักษาอธิปไตยและอัตลักษณ์ของตัวเองไว้ได้
ใน รักนี้มงลง ในฉากที่องค์ชายขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ได้สวมมงกุฎแบบ 9 สายซึ่งสื่อถึงสถานะกษัตริย์รัฐบรรณาการ แทนที่จะเป็นมงกุฎ 12 สาย ที่สื่อถึงจักรพรรดิของรัฐเอกราช ผู้เข้าร่วมพิธีตะโกนว่าชอนเซ (พันปี) ซึ่งเป็นคำที่ใช้กับรัฐบรรณาการ แทนที่จะใช้มันเซ (หมื่นปี) สำหรับรัฐเอกราชหรือจักรพรรดิ มีฉากพิธีชงชาที่ใช้รูปแบบการชงชา มารยาท และการออกแบบพิธีราชสำนักหลายส่วนถูกมองว่าเป็นจีนจนเกินไป (เขาว่ามา จขกท ดูไม่ออก)
ประเด็นนี้เลยแรงมาก เพราะสำหรับเกาหลี เรื่องราชวงศ์ไม่ได้เป็นแค่สุนทรียศาสตร์ แต่โยงกับ อำนาจอธิปไตย ศักดิ์ศรีทางประวัติศาสตร์ และบาดแผลจากการถูกมหาอำนาจครอบงำ
และลึกๆ จขกท คิดว่าคนดูอาจรู้สึกว่ามันเป็นการทรยศต่อแนวคิดความรู้สึกอาลัยอดีตและประวัติศาสตร์ทางเลือก ที่ทำให้ซีรีส์ราชวงศ์ยุคใหม่ของเกาหลีได้รับความนิยม
เมื่อแฟนตาซีตั้งอยู่บนพื้นฐานของการจินตนาการถึงเกาหลีที่ยังคงความต่อเนื่องของตัวเองเอาไว้ได้ เป็นโลกสมมุติที่เกาหลีไม่ถูกกลืน ไม่ถูกตัดขาดจากอดีต และยังรักษาอัตลักษณ์ราชสำนักของตัวเอง
ดังนั้น เมื่อซีรีส์ที่สร้างโลกใส่องค์ประกอบที่ถูกมองว่าทำให้ราชสำนักเกาหลีดูเป็นวัฒนธรรมรองของจีน มันเลยกระทบแก่นของแฟนตาซีนั้นโดยตรง อาจไม่ใช่เรื่องความไม่ถูกต้องทางประวัติศาสตร์ แต่ประวัติศาสตร์ทางเลือกที่ควรเป็นโลกสมมุติแห่งอธิปไตยและความต่อเนื่องของเกาหลี ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นโลกที่เกาหลียังอยู่ใต้วัฒนธรรมของมหาอำนาจอื่น เลยทำให้กลายเป็นดราม่าหนักหนาสาหัสที่คนนอกไม่ค่อยเข้าใจ
คิดอย่างไรกับเรื่องนี้กันบ้างคะ
ทำไมเกาหลีใต้ถึงชอบสร้างซีรีส์ราชวงศ์ยุคปัจจุบัน + ดราม่า รักนี้มงลง
ในหลายยุคสมัย โดยเฉพาะยุคโชซอน เกาหลีอยู่ในระบบบรรณาการของจีน (tribute system) ซึ่งเป็นโครงสร้างการเมืองแบบเอเชียตะวันออกดั้งเดิม เกาหลีส่งบรรณาการ ยอมรับจักรพรรดิจีนในเชิงพิธีการ และได้รับการรับรองทางการทูตตอบกลับ
ต่อมาปลายศตวรรษที่ 19 เกาหลีเริ่มพยายามหลุดออกจากระบบนี้ การประกาศจักรวรรดิเกาหลีในปี 1897 มีความหมายเชิงสัญลักษณ์สูงมาก เพราะเป็นการประกาศว่า เกาหลีไม่ใช่รัฐบรรณาการอีกต่อไป และมีอำนาจอธิปไตยเทียบเท่าจักรวรรดิอื่น
ในมุมเกาหลีสมัยใหม่ เรื่องอิทธิพลของจีนจึงเป็นประเด็นอ่อนไหว เพราะแม้ในทางประวัติศาสตร์ระบบบรรณาการจะไม่ได้หมายถึงอาณานิคมแบบสมัยใหม่ แต่มีคนที่ไม่ต้องการให้เกาหลีถูกมองว่าเป็นรัฐบรรณาการของจีน โดยเฉพาะหลังเกิดกระแสขัดแย้งเรื่องวัฒนธรรม เช่น ฮันบก กิมจิ ประวัติศาสตร์โกคูรยอ หรือการอ้างอิงวัฒนธรรมเกาหลีว่าเป็นส่วนหนึ่งของขอบเขตอิทธิพลของจีน