เป็นที่ถกเถียงกันบ่อยๆ ในอินเทอร์เน็ต นั่นคือเรื่องโครงสร้างชุดฮันบกสตรีในยุคโชซอน (ชอกอรีและชีมา) ว่าตกลงแล้ว เกาหลีพัฒนาชุดนี้มาเองจากยุคปลายโครยอ หรือเป็นการรับอิทธิพลโครงเสื้อแบบ "อ๋าวฉวิน" (袄裙 - เสื้อทับกระโปรง) ของราชวงศ์หมิงมาใช้เป็นรากฐานกันแน่?
หลายคนพอมองผ่านๆ เห็นว่าเป็นโครงสร้าง "เสื้อท่อนบนทับกระโปรงท่อนล่าง" เหมือนกัน ก็อาจจะด่วนสรุปไปว่าโชซอนก๊อปปี้ต้าหมิงมา แต่วันนี้เราจะมาแงะโครงสร้างและหลักฐานทางประวัติศาสตร์กันทีละจุดครับ ว่าทำไมชุดสองวัฒนธรรมนี้ถึงเป็นเหมือน "ลูกพี่ลูกน้อง" มากกว่าจะเป็น "แม่ลูก"
1. ทำไมถึงบังเอิญคล้ายกัน? (ความลับอยู่ที่ "ราชวงศ์หยวน")
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ความคล้ายคลึงกันในช่วงต้นโชซอนและต้นหมิง ไม่ได้เกิดจากการลอกเลียนแบบกันไปมา แต่เกิดจากการที่ทั้งแผ่นดินจีนและเกาหลี (ยุคโครยอ) ล้วนมี "ผู้มีอิทธิพลร่วมกัน" นั่นคือ จักรวรรดิมองโกล หรือ ราชวงศ์หยวน ครับ
ฝั่งเกาหลี: ในยุคปลายโครยอ เกาหลีรับอิทธิพลแฟชั่นมองโกลเข้ามาเต็มๆ (ที่เรียกว่า มองโกลพุง) เสื้อท่อนบนที่เคยยาวคลุมสะโพก เริ่มถูกปรับให้สั้นลงและทะมัดทะแมงขึ้น เพื่อให้สะดวกต่อการขี่ม้าและการเคลื่อนไหว
ฝั่งจีน: เมื่อจูหยวนจางโค่นล้มราชวงศ์หยวนและตั้งราชวงศ์หมิง แม้จะมีความพยายามฟื้นฟูการแต่งกายแบบชาวฮั่นกลับมา แต่ในช่วงต้นหมิง อ๋าวฉวินก็ยังคงตกค้างอิทธิพลโครงเสื้อและรูปแบบกระโปรงจากยุคหยวนอยู่มาก
ดังนั้น การที่ชุดฮันบกยุคต้นโชซอน และ อ๋าวฉวินยุคต้นราชวงศ์หมิง ดูมีรูปทรง คล้ายคลึงกัน จึงเป็นพัฒนาการที่มาบรรจบกันจาก DNA ของแฟชั่นยุคหยวนนั่นเองครับ
2. จุดแยกสายวิวัฒนาการ: โครึมหน้าอก VS เชือกซ่อนใต้รักแร้
จุดที่ใช้แยกขาดระหว่างอ๋าวฉวินของหมิง กับ ชอกอรีของโชซอน คือ "กลไกการกลัดเสื้อ" ครับ ซึ่งทั้งสองฝั่งแก้ปัญหาต่างกันอย่างสิ้นเชิง
วิถีโชซอน (เชือก "โครึม"): พอเสื้อยุคปลายโครยอสั้นลงจนใช้สายคาดเอวแบบเดิมไม่ได้ สตรีชาวเกาหลีจึงแก้ปัญหาด้วยการเย็บเชือกเส้นสั้นๆ ติดที่สาบเสื้อตรงหน้าอกเพื่อรั้งเสื้อไว้ด้วยกัน เชือกนี้อยู่ด้านนอกและมองเห็นได้ชัดเจน และโชซอนได้นำจุดนี้มาพัฒนาต่อยอดจนกลายเป็นเชือก "โครึม" (Goreum) ที่ยาว กว้าง และเป็นจุดเด่นทางสุนทรียศาสตร์ของฮันบก
วิถีต้าหมิง (รื้อฟื้นเชือกซ่อน และ นวัตกรรมกระดุม): ต้าหมิงไม่ได้ใช้เชือกผูกโชว์ที่หน้าอกแบบเกาหลี แต่เลือกที่จะกลับไปใช้โครงสร้างแบบราชวงศ์ซ่ง คือการป้ายคอเสื้อมาทางขวาแล้วใช้เชือกเส้นเล็กๆ "ซ่อนผูกไว้ใต้รักแร้หรือสีข้าง" นอกจากนี้ หมิงยังฮิตการใช้ "กระดุมโลหะหรือกระดุมหยก" (จื่อหมู่โค่ว) มาติดเสื้อแทนเชือก ซึ่งเป็นระบบที่ต่างจากเกาหลีโดยสิ้นเชิง
3. ทิศทางการออกแบบที่สวนทางกัน (สั้นกุด VS ยาวคลุม)
เมื่อเวลาผ่านไป ทั้งสองราชวงศ์ได้พัฒนาชุดในแบบของตัวเองจนฉีกออกจากกันอย่างชัดเจน
โชซอนยิ่งสั้น: ชอกอรีถูกปรับให้สั้นขึ้นเรื่อยๆ สั้นจนถึงขั้นเห็นแถบคาดหน้าอก (ฮอกุลเด) เน้นการโชว์ความพองของกระโปรง (ชีมา) ทรงระฆังคว่ำ
ต้าหมิงยิ่งยาว: อ๋าวฉวินของหมิงกลับสวนทาง เสื้อท่อนบนมีขนาดใหญ่ แขนกว้าง และยาวคลุมลงมาถึงหน้าท้องหรือสะโพก ยิ่งในยุคปลายหมิง เสื้อยิ่งยาวลงมาเกือบถึงเข่า แถมยังมีการประดิษฐ์เสื้อแบบ "คอตั้ง" (ลี่หลิ่ง - 立领) กลัดด้วยกระดุมโลหะตรงลำคอ ซึ่งไม่พบในโครงสร้างเสื้อของสตรีโชซอนเลย
4. แล้วทำไมคนถึงชอบเคลมว่าหมิงคือต้นแบบ?
สาเหตุหลักมาจากความเข้าใจผิดเรื่องระบบบรรณาการครับ โชซอนมีนโยบาย "ซาแด" (เคารพรัฐใหญ่) โชซอนได้รับพระราชทาน "ชุดขุนนางและชุดพิธีการชั้นสูง" (เช่น ชุดวอนซัม หรือจ็อกอี) มาจากจักรพรรดิหมิงจริง เพื่อใช้ในราชสำนัก พอคนรุ่นหลังเห็นหลักฐานว่าชุดที่เป็น "ทางการ" รับมาจากจีน ก็เลยเหมารวมไปว่าชุดลำลองในชีวิตประจำวันอย่างชอกอรี-ชีมา ต้องลอกอ๋าวฉวินมาด้วย ทั้งที่จริงๆ แล้วมันคือวิวัฒนาการท้องถิ่นที่ต่อยอดมาจากปลายโครยอต่างหาก
สรุปสั้นๆ คือ โครงสร้างเสื้อทับกระโปรงเป็นของที่มีร่วมกันมาแต่โบราณ แต่ "ฮันบกสตรีโชซอน" คือสายเลือดแท้ๆ ที่วิวัฒนาการมาจากยุคโครยอ โดยมีกลไกเชือกผูกหน้าอกเป็นของตัวเอง ไม่ได้ลอกเลียนแบบโครงสร้างกระดุมหรือการผูกเชือกด้านข้างของอ๋าวฉวินแต่อย่างใดครับ
ความลับที่ถูกมองข้าม เมื่อ "ราชวงศ์หยวน" คือจิ๊กซอว์ตัวสำคัญที่ทำให้ฮันบกโชซอนและชุดต้าหมิงหน้าตาคล้ายกัน!
หลายคนพอมองผ่านๆ เห็นว่าเป็นโครงสร้าง "เสื้อท่อนบนทับกระโปรงท่อนล่าง" เหมือนกัน ก็อาจจะด่วนสรุปไปว่าโชซอนก๊อปปี้ต้าหมิงมา แต่วันนี้เราจะมาแงะโครงสร้างและหลักฐานทางประวัติศาสตร์กันทีละจุดครับ ว่าทำไมชุดสองวัฒนธรรมนี้ถึงเป็นเหมือน "ลูกพี่ลูกน้อง" มากกว่าจะเป็น "แม่ลูก"
1. ทำไมถึงบังเอิญคล้ายกัน? (ความลับอยู่ที่ "ราชวงศ์หยวน")
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ความคล้ายคลึงกันในช่วงต้นโชซอนและต้นหมิง ไม่ได้เกิดจากการลอกเลียนแบบกันไปมา แต่เกิดจากการที่ทั้งแผ่นดินจีนและเกาหลี (ยุคโครยอ) ล้วนมี "ผู้มีอิทธิพลร่วมกัน" นั่นคือ จักรวรรดิมองโกล หรือ ราชวงศ์หยวน ครับ
ฝั่งเกาหลี: ในยุคปลายโครยอ เกาหลีรับอิทธิพลแฟชั่นมองโกลเข้ามาเต็มๆ (ที่เรียกว่า มองโกลพุง) เสื้อท่อนบนที่เคยยาวคลุมสะโพก เริ่มถูกปรับให้สั้นลงและทะมัดทะแมงขึ้น เพื่อให้สะดวกต่อการขี่ม้าและการเคลื่อนไหว
ฝั่งจีน: เมื่อจูหยวนจางโค่นล้มราชวงศ์หยวนและตั้งราชวงศ์หมิง แม้จะมีความพยายามฟื้นฟูการแต่งกายแบบชาวฮั่นกลับมา แต่ในช่วงต้นหมิง อ๋าวฉวินก็ยังคงตกค้างอิทธิพลโครงเสื้อและรูปแบบกระโปรงจากยุคหยวนอยู่มาก
ดังนั้น การที่ชุดฮันบกยุคต้นโชซอน และ อ๋าวฉวินยุคต้นราชวงศ์หมิง ดูมีรูปทรง คล้ายคลึงกัน จึงเป็นพัฒนาการที่มาบรรจบกันจาก DNA ของแฟชั่นยุคหยวนนั่นเองครับ
2. จุดแยกสายวิวัฒนาการ: โครึมหน้าอก VS เชือกซ่อนใต้รักแร้
จุดที่ใช้แยกขาดระหว่างอ๋าวฉวินของหมิง กับ ชอกอรีของโชซอน คือ "กลไกการกลัดเสื้อ" ครับ ซึ่งทั้งสองฝั่งแก้ปัญหาต่างกันอย่างสิ้นเชิง
วิถีโชซอน (เชือก "โครึม"): พอเสื้อยุคปลายโครยอสั้นลงจนใช้สายคาดเอวแบบเดิมไม่ได้ สตรีชาวเกาหลีจึงแก้ปัญหาด้วยการเย็บเชือกเส้นสั้นๆ ติดที่สาบเสื้อตรงหน้าอกเพื่อรั้งเสื้อไว้ด้วยกัน เชือกนี้อยู่ด้านนอกและมองเห็นได้ชัดเจน และโชซอนได้นำจุดนี้มาพัฒนาต่อยอดจนกลายเป็นเชือก "โครึม" (Goreum) ที่ยาว กว้าง และเป็นจุดเด่นทางสุนทรียศาสตร์ของฮันบก
วิถีต้าหมิง (รื้อฟื้นเชือกซ่อน และ นวัตกรรมกระดุม): ต้าหมิงไม่ได้ใช้เชือกผูกโชว์ที่หน้าอกแบบเกาหลี แต่เลือกที่จะกลับไปใช้โครงสร้างแบบราชวงศ์ซ่ง คือการป้ายคอเสื้อมาทางขวาแล้วใช้เชือกเส้นเล็กๆ "ซ่อนผูกไว้ใต้รักแร้หรือสีข้าง" นอกจากนี้ หมิงยังฮิตการใช้ "กระดุมโลหะหรือกระดุมหยก" (จื่อหมู่โค่ว) มาติดเสื้อแทนเชือก ซึ่งเป็นระบบที่ต่างจากเกาหลีโดยสิ้นเชิง
3. ทิศทางการออกแบบที่สวนทางกัน (สั้นกุด VS ยาวคลุม)
เมื่อเวลาผ่านไป ทั้งสองราชวงศ์ได้พัฒนาชุดในแบบของตัวเองจนฉีกออกจากกันอย่างชัดเจน
โชซอนยิ่งสั้น: ชอกอรีถูกปรับให้สั้นขึ้นเรื่อยๆ สั้นจนถึงขั้นเห็นแถบคาดหน้าอก (ฮอกุลเด) เน้นการโชว์ความพองของกระโปรง (ชีมา) ทรงระฆังคว่ำ
ต้าหมิงยิ่งยาว: อ๋าวฉวินของหมิงกลับสวนทาง เสื้อท่อนบนมีขนาดใหญ่ แขนกว้าง และยาวคลุมลงมาถึงหน้าท้องหรือสะโพก ยิ่งในยุคปลายหมิง เสื้อยิ่งยาวลงมาเกือบถึงเข่า แถมยังมีการประดิษฐ์เสื้อแบบ "คอตั้ง" (ลี่หลิ่ง - 立领) กลัดด้วยกระดุมโลหะตรงลำคอ ซึ่งไม่พบในโครงสร้างเสื้อของสตรีโชซอนเลย
4. แล้วทำไมคนถึงชอบเคลมว่าหมิงคือต้นแบบ?
สาเหตุหลักมาจากความเข้าใจผิดเรื่องระบบบรรณาการครับ โชซอนมีนโยบาย "ซาแด" (เคารพรัฐใหญ่) โชซอนได้รับพระราชทาน "ชุดขุนนางและชุดพิธีการชั้นสูง" (เช่น ชุดวอนซัม หรือจ็อกอี) มาจากจักรพรรดิหมิงจริง เพื่อใช้ในราชสำนัก พอคนรุ่นหลังเห็นหลักฐานว่าชุดที่เป็น "ทางการ" รับมาจากจีน ก็เลยเหมารวมไปว่าชุดลำลองในชีวิตประจำวันอย่างชอกอรี-ชีมา ต้องลอกอ๋าวฉวินมาด้วย ทั้งที่จริงๆ แล้วมันคือวิวัฒนาการท้องถิ่นที่ต่อยอดมาจากปลายโครยอต่างหาก
สรุปสั้นๆ คือ โครงสร้างเสื้อทับกระโปรงเป็นของที่มีร่วมกันมาแต่โบราณ แต่ "ฮันบกสตรีโชซอน" คือสายเลือดแท้ๆ ที่วิวัฒนาการมาจากยุคโครยอ โดยมีกลไกเชือกผูกหน้าอกเป็นของตัวเอง ไม่ได้ลอกเลียนแบบโครงสร้างกระดุมหรือการผูกเชือกด้านข้างของอ๋าวฉวินแต่อย่างใดครับ