ช่วงที่ผ่านมาเรามักจะได้ยินประเด็นดราม่าถกเถียงกันระหว่างชาวเน็ตจีนและเกาหลี เรื่องการเคลมวัฒนธรรมเครื่องแต่งกาย โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า "ฮันบก (Hanbok)" ของเกาหลี ก๊อปปี้มาจาก "ฮั่นฝู (Hanfu)" ของจีนจริงหรือไม่?
วันนี้ผมเลยรวบรวมข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์ โครงสร้างชุด และภาพประกอบจากซีรีส์ มาชวนวิเคราะห์กันแบบเจาะลึกครับว่า แท้จริงแล้วภาพจำชุดฮันบกที่เราเห็นกันคุ้นตานั้น มีที่มาที่ไปอย่างไรกันแน่
1. จุดกำเนิดและลักษณะของ "ฮันบก" (Hanbok) ที่แท้จริง
รากเหง้าที่แท้จริงของฮันบก ไม่ได้มาจากสังคมเมืองแบบจีนครับ แต่มาจาก "ชนเผ่าเร่ร่อนบนหลังม้า" (วัฒนธรรมอัลไต/ไซเธียน) ในแถบเอเชียเหนือ โครงสร้างดั้งเดิมของฮันบกจึงถูกออกแบบมาเพื่อ "การเคลื่อนไหวและการเอาตัวรอด" โดยมีลักษณะสำคัญคือ
โครงสร้างแยกชิ้นเด็ดขาด (Two-piece) ท่อนบนคือเสื้อสั้น (ชอกอรี) และท่อนล่างคือ กางเกงขากว้าง (พาจี) สำหรับผู้ชาย และกระโปรง (ชีมา) สำหรับผู้หญิง โดยผู้หญิงจะสวมกางเกงซับในไว้ข้างใต้เสมอเพื่อความคล่องตัว
ปกคอเสื้อ (ทงจอง) ในยุคแรกชาวบ้านใช้เพียงเศษผ้าดิบเย็บติดคอเสื้อเพื่อซับเหงื่อ แต่ต่อมาในยุคโชซอนตอนปลายได้วิวัฒนาการจนกลายเป็นแถบผ้าสีขาวที่ หนา แข็ง และตั้งชันเป็นรูปตัว V คมกริบ
เชือกผูกเสื้อ (โครึม) ใช้เชือกเส้นใหญ่ผูกเป็นโบว์ห่วงเดียวทิ้งชายยาว เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
2. จุดกำเนิดและลักษณะของ "ฮั่นฝู" (Hanfu)
ในทางกลับกัน รากเหง้าของฮั่นฝูมาจากชนชาวฮั่น ซึ่งเป็น "สังคมเกษตรกรรมและศูนย์กลางอารยธรรม" ชุดของจีนจึงเน้นความสวยงาม กรุยกราย และสะท้อนปรัชญาทางชนชั้น โดยมีลักษณะสำคัญคือ:
โครงสร้างชุดชิ้นเดียว (One-piece) โครงสร้างดั้งเดิม (เช่น ชุดเซินอี) มักจะเป็นการนำผ้าท่อนบนและล่างมาเย็บติดกันเป็นชุดเดรสคลุมยาวกรอมเท้า
แขนเสื้อกว้างและยาว แขนเสื้อมักจะกว้างขวางและยาวเลยมือ (บางครั้งใช้ซ่อนของได้) เน้นความสง่างามมากกว่าความทะมัดทะแมง
คอเสื้อแบบซ้อนทับ แถบซับคอเสื้อ (ฮู่หลิ่ง) ของจีนจะเป็นผ้าเนื้อนิ่มที่แบนราบแนบไปกับตัวเสื้อ ไม่มีการตั้งโครงแข็งชันแบบเกาหลี และมักใช้เข็มขัดผ้าผูกรัดรอบเอวแทนการปล่อยชายเชือก
3.โชซอนรับอิทธิพลจีนมาตอนไหน?
ถ้าฮันบกกับฮั่นฝูมีรากเหง้าต่างกันขนาดนี้ แล้วทำไมบางชุดถึงดูคล้ายกัน? คำตอบคือ "ระบบบรรณาการทางการทูต" ครับ
ในยุคราชวงศ์หมิง โชซอนมีฐานะเป็นรัฐบรรณาการของจีน กษัตริย์ พระมเหสี และขุนนางชายของโชซอน "ถูกบังคับด้วยกฎมณเฑียรบาล" ให้ต้องสวมใส่ชุดพิธีการที่ได้รับพระราชทานจากจีน (เช่น ชุดดัลลยองคอกลมของขุนนาง หรือชุดจอกอีปักลายไก่ฟ้าของพระมเหสี) เพื่อแสดงความสวามิภักดิ์
นอกจากนี้ อุดมการณ์ลัทธิขงจื๊อที่ตีกรอบให้ "ผู้ชายต้องทำงานการเมือง" ทำให้แฟชั่นของผู้ชายถูกแช่แข็งให้อยู่ในรูปแบบของเสื้อคลุมยาวแบบจีนราชวงศ์หมิง เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของความเป็นอารยชน
ชุดฮันบกในภาพจำของเรา สรุปแล้วคือชุดจีนใช่หรือไม่?
เราต้องแยก "ภาพจำ" ออกเป็น 2 ส่วนครับ ถึงจะตอบคำถามนี้ได้ถูกต้องที่สุด:
ภาพจำส่วนที่ 1 ชุดขุนนางชายและชุดพิธีการในวัง = มีรากฐานและอิทธิพลจากจีน
ชุดยาวคอกลม ชุดบัณฑิต และชุดพระมเหสีในงานรัฐพิธีใหญ่ๆ ที่ดูอลังการลากพื้น เหล่านี้คือภาพจำที่รับอิทธิพลจากจีนผ่านระบบบรรณาการอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นจุดที่ชาวเน็ตจีนมักหยิบยกมาอ้างอิง
ภาพจำส่วนที่ 2 ชุดชาวบ้านชายและชุดสตรีเสื้อสั้นกระโปรงพอง = โชซอนแท้ 100%
เนื่องจากผู้ชายในชนชั้นสามัญรวมถึงผู้หญิงโชซอนที่ไม่ได้มีตำแหน่งทางการทูต ไม่ถูกครอบงำด้วยกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในส่วนของผู้หญิงพวกเธอมีอิสระในการพัฒนาแฟชั่นของตัวเอง จนเกิดเป็นเอกลักษณ์ "เสื้อครอปตัวสั้นกุด สวมคู่กับกระโปรงรัดเอวสูงปรี๊ด" ซึ่งสัดส่วนแปลกตานี้ ไม่มีในหน้าประวัติศาสตร์จีนเลย
สรุปก็คือหากซีรีส์โฟกัสที่การเมืองในวัง เราจะเห็นเงาของจีนซ่อนอยู่เต็มไปหมด แต่หากซีรีส์เล่าถึงวิถีชีวิตชาวบ้านหรือสตรีทั่วไป เราจะได้เห็น "ฮันบกสายเลือดแท้" ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาด้วยน้ำมือของชาวเกาหลีเอง ซึ่งเป็นภาพจำที่แข็งแกร่งและโดดเด่นที่สุดในสายตาชาวโลกครับ
ด้านล่างคือชุดฮันบกที่เป็นภาพจำของหลายๆคน
ด้านล่างคือชุดชาวบ้านชายและชุดสตรี ซึ่งเป็นชุดโชซอนแท้ๆ
รู้หรือไม่? "ชุดฮันบก" ในภาพจำซีรีส์ แท้จริงแล้วคือ "ชุดขุนนางโชซอน" ที่มีอิทธิพลจีนผสมอยู่ ไม่ใช่"ชุดฮันบกที่แท้จริง"
วันนี้ผมเลยรวบรวมข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์ โครงสร้างชุด และภาพประกอบจากซีรีส์ มาชวนวิเคราะห์กันแบบเจาะลึกครับว่า แท้จริงแล้วภาพจำชุดฮันบกที่เราเห็นกันคุ้นตานั้น มีที่มาที่ไปอย่างไรกันแน่
1. จุดกำเนิดและลักษณะของ "ฮันบก" (Hanbok) ที่แท้จริง
รากเหง้าที่แท้จริงของฮันบก ไม่ได้มาจากสังคมเมืองแบบจีนครับ แต่มาจาก "ชนเผ่าเร่ร่อนบนหลังม้า" (วัฒนธรรมอัลไต/ไซเธียน) ในแถบเอเชียเหนือ โครงสร้างดั้งเดิมของฮันบกจึงถูกออกแบบมาเพื่อ "การเคลื่อนไหวและการเอาตัวรอด" โดยมีลักษณะสำคัญคือ
โครงสร้างแยกชิ้นเด็ดขาด (Two-piece) ท่อนบนคือเสื้อสั้น (ชอกอรี) และท่อนล่างคือ กางเกงขากว้าง (พาจี) สำหรับผู้ชาย และกระโปรง (ชีมา) สำหรับผู้หญิง โดยผู้หญิงจะสวมกางเกงซับในไว้ข้างใต้เสมอเพื่อความคล่องตัว
ปกคอเสื้อ (ทงจอง) ในยุคแรกชาวบ้านใช้เพียงเศษผ้าดิบเย็บติดคอเสื้อเพื่อซับเหงื่อ แต่ต่อมาในยุคโชซอนตอนปลายได้วิวัฒนาการจนกลายเป็นแถบผ้าสีขาวที่ หนา แข็ง และตั้งชันเป็นรูปตัว V คมกริบ
เชือกผูกเสื้อ (โครึม) ใช้เชือกเส้นใหญ่ผูกเป็นโบว์ห่วงเดียวทิ้งชายยาว เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
2. จุดกำเนิดและลักษณะของ "ฮั่นฝู" (Hanfu)
ในทางกลับกัน รากเหง้าของฮั่นฝูมาจากชนชาวฮั่น ซึ่งเป็น "สังคมเกษตรกรรมและศูนย์กลางอารยธรรม" ชุดของจีนจึงเน้นความสวยงาม กรุยกราย และสะท้อนปรัชญาทางชนชั้น โดยมีลักษณะสำคัญคือ:
โครงสร้างชุดชิ้นเดียว (One-piece) โครงสร้างดั้งเดิม (เช่น ชุดเซินอี) มักจะเป็นการนำผ้าท่อนบนและล่างมาเย็บติดกันเป็นชุดเดรสคลุมยาวกรอมเท้า
แขนเสื้อกว้างและยาว แขนเสื้อมักจะกว้างขวางและยาวเลยมือ (บางครั้งใช้ซ่อนของได้) เน้นความสง่างามมากกว่าความทะมัดทะแมง
คอเสื้อแบบซ้อนทับ แถบซับคอเสื้อ (ฮู่หลิ่ง) ของจีนจะเป็นผ้าเนื้อนิ่มที่แบนราบแนบไปกับตัวเสื้อ ไม่มีการตั้งโครงแข็งชันแบบเกาหลี และมักใช้เข็มขัดผ้าผูกรัดรอบเอวแทนการปล่อยชายเชือก
3.โชซอนรับอิทธิพลจีนมาตอนไหน?
ถ้าฮันบกกับฮั่นฝูมีรากเหง้าต่างกันขนาดนี้ แล้วทำไมบางชุดถึงดูคล้ายกัน? คำตอบคือ "ระบบบรรณาการทางการทูต" ครับ
ในยุคราชวงศ์หมิง โชซอนมีฐานะเป็นรัฐบรรณาการของจีน กษัตริย์ พระมเหสี และขุนนางชายของโชซอน "ถูกบังคับด้วยกฎมณเฑียรบาล" ให้ต้องสวมใส่ชุดพิธีการที่ได้รับพระราชทานจากจีน (เช่น ชุดดัลลยองคอกลมของขุนนาง หรือชุดจอกอีปักลายไก่ฟ้าของพระมเหสี) เพื่อแสดงความสวามิภักดิ์
นอกจากนี้ อุดมการณ์ลัทธิขงจื๊อที่ตีกรอบให้ "ผู้ชายต้องทำงานการเมือง" ทำให้แฟชั่นของผู้ชายถูกแช่แข็งให้อยู่ในรูปแบบของเสื้อคลุมยาวแบบจีนราชวงศ์หมิง เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของความเป็นอารยชน
ชุดฮันบกในภาพจำของเรา สรุปแล้วคือชุดจีนใช่หรือไม่?
เราต้องแยก "ภาพจำ" ออกเป็น 2 ส่วนครับ ถึงจะตอบคำถามนี้ได้ถูกต้องที่สุด:
ภาพจำส่วนที่ 1 ชุดขุนนางชายและชุดพิธีการในวัง = มีรากฐานและอิทธิพลจากจีน
ชุดยาวคอกลม ชุดบัณฑิต และชุดพระมเหสีในงานรัฐพิธีใหญ่ๆ ที่ดูอลังการลากพื้น เหล่านี้คือภาพจำที่รับอิทธิพลจากจีนผ่านระบบบรรณาการอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นจุดที่ชาวเน็ตจีนมักหยิบยกมาอ้างอิง
ภาพจำส่วนที่ 2 ชุดชาวบ้านชายและชุดสตรีเสื้อสั้นกระโปรงพอง = โชซอนแท้ 100%
เนื่องจากผู้ชายในชนชั้นสามัญรวมถึงผู้หญิงโชซอนที่ไม่ได้มีตำแหน่งทางการทูต ไม่ถูกครอบงำด้วยกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในส่วนของผู้หญิงพวกเธอมีอิสระในการพัฒนาแฟชั่นของตัวเอง จนเกิดเป็นเอกลักษณ์ "เสื้อครอปตัวสั้นกุด สวมคู่กับกระโปรงรัดเอวสูงปรี๊ด" ซึ่งสัดส่วนแปลกตานี้ ไม่มีในหน้าประวัติศาสตร์จีนเลย
สรุปก็คือหากซีรีส์โฟกัสที่การเมืองในวัง เราจะเห็นเงาของจีนซ่อนอยู่เต็มไปหมด แต่หากซีรีส์เล่าถึงวิถีชีวิตชาวบ้านหรือสตรีทั่วไป เราจะได้เห็น "ฮันบกสายเลือดแท้" ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาด้วยน้ำมือของชาวเกาหลีเอง ซึ่งเป็นภาพจำที่แข็งแกร่งและโดดเด่นที่สุดในสายตาชาวโลกครับ