ฮู่หลิ่ง กับ ทงจอง คู่แฝดเจ้าปัญหา รับมา? ก็อป? คิดเอง? สรุปมันเป็นยังไงมาดูกัน

เวลาดูซีรีส์ย้อนยุคของเกาหลีและจีน จุดหนึ่งที่มักสร้างความสับสนคือ "แถบผ้าตรงคอเสื้อ" ที่หน้าตาคล้ายกันจนหลายคนเหมารวมว่าเป็นการลอกเลียนแบบ ฝั่งเกาหลีเรียกว่า "ทงจอง" (동정) ส่วนฝั่งจีนเรียกว่า "ฮู่หลิ่ง" (护领)
​กระทู้นี้เราจะมาเจาะลึกเฉพาะชิ้นส่วนเล็กๆ บนคอเสื้อนี้ ว่าแท้จริงแล้วมันคือ "วิวัฒนาการคู่ขนาน" ที่เกิดจากการแก้ปัญหาเดียวกันของคนโบราณ พร้อมวิธีสังเกตความต่างเวลาอยู่บนหน้าจอ ที่แค่ปรายตามองก็แยกออกครับ
​1. ปัญหาโลกแตกจากการซักผ้า
​ก่อนจะกลายเป็นเอกลักษณ์ทางแฟชั่น แถบผ้าทั้งสองฝั่งคือสิ่งประดิษฐ์ที่เกิดจากข้อจำกัดทางวัสดุศาสตร์ของยุคโบราณ
​ชุดชั้นนอกมักตัดเย็บจากผ้าไหม ทอด้วยดิ้นทอง หรือผ้าแพรชั้นดี ซึ่ง "ซักน้ำไม่ได้" เพราะสีจะตก เนื้อผ้าจะหด และเสียรูปทรง "คอเสื้อ" คือจุดที่ต้องรับศึกหนักที่สุด ทั้งจากคราบเหงื่อ ขี้ไคล น้ำมันใส่ผม รวมถึงเครื่องสำอางอย่าง "แป้งตะกั่วขาว" ที่สตรีโบราณนิยมทาหน้าและลำคอ
​ช่างตัดเสื้อจึงแก้ปัญหาด้วยการนำเศษผ้าฝ้ายทนทาน มาเย็บเนาแบบหลวมๆ ติดไว้ที่ขอบคอเสื้อ เมื่อแถบผ้านี้ดำหรือเหลือง ก็แค่เลาะด้ายออกไปซักหรือเปลี่ยนเส้นใหม่ โดยไม่ต้องนำเสื้อทั้งตัวไปซัก
​2. วิวัฒนาการ "ฮู่หลิ่ง" (ฝั่งจีน)
​ฝั่งจีนมีพัฒนาการในการแก้ปัญหานี้อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยยึดหลักความกลมกลืนไปกับสรีระและตัวชุด
​ยุคฮั่น-ถัง-ซ่ง คนจีนสวมเสื้อซับในสีขาวที่เรียกว่า "จงอี" (中衣) ไว้ด้านในสุด เพื่อให้ขอบคอเสื้อชั้นในโผล่ขึ้นมารับคราบเหงื่อและสิ่งสกปรกแทนเสื้อตัวนอก
​ต่อมายุคหมิง เมื่อโครงสร้างชุดในยุคราชวงศ์หมิงซับซ้อนขึ้น ผ้าหนาขึ้น การใส่เสื้อซับในซ้อนกันหลายชั้นทำให้เทอะทะและร้อน ช่างตัดเสื้อจึงเปลี่ยนมาใช้วิธี "เย็บแถบผ้าทับลงบนคอเสื้อชั้นนอกโดยตรง" กลายเป็น "ฮู่หลิ่ง"
​ฮู่หลิ่งเน้นการใช้งานจริงเป็นหลัก จึงมีความอ่อนนุ่ม พลิ้วไหว โค้งรับไปกับสรีระช่วงไหปลาร้าและลำคอ นอกจากนี้ไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นสีขาว สามารถใช้ผ้าสีดำ สีน้ำเงินเข้ม หรือสีเดียวกับชุดเพื่อพรางคราบสกปรกให้ใช้งานได้นานขึ้น
​3. วิวัฒนาการ "ทงจอง" (ฝั่งเกาหลี)
​ฝั่งเกาหลีไม่ได้ทิ้งโครงสร้างดั้งเดิมของตัวเอง แต่เลือกที่จะสร้างนวัตกรรมใหม่ "ซ้อนทับ" ลงไปบนมรดกทางสถาปัตยกรรมเสื้อผ้าเดิม
​ในอดีตชุดเกาหลียุคโครยอมีการใช้ผ้าสีเข้มหรือผ้าทอลายมากุ๊นขอบคอเสื้อและปลายแขน เรียกว่า "ซอน" (선) เพื่อถ่วงน้ำหนักและกันขอบผ้าลุ่ย
​เมื่อเวลาผ่านไป แถบซอนที่คอเสื้อได้วิวัฒนาการมาเป็นฐานคอเสื้อเส้นหนาๆ ที่ตัดเย็บแยกชิ้นแล้วนำมาประกอบกับตัวเสื้อ เรียกว่า "คิท"
​เมื่อผ้าเริ่มซักยากขึ้น คนเกาหลีประยุกต์นำแถบผ้าฝ้ายสีขาวมา "เย็บซ้อนทับบนขอบคิทอีกชั้นหนึ่ง" เกิดเป็น "ทงจอง" และเมื่อเข้าสู่ยุคโชซอน ลัทธิขงจื๊อใหม่ได้ยกระดับทงจองให้เป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์และความขยันของสตรี ทงจองจึงถูกตีกรอบให้ต้องรีดอัดแป้งจนแข็ง คมกริบ และต้องเป็นสีขาวสว่างเสมอ
​4. วิธีจับผิดผ่านหน้าจอ: ดูยังไงว่านี่คือ ทงจอง หรือ ฮู่หลิ่ง?
​เมื่อชุดเหล่านี้มาอยู่บนตัวนักแสดงในซีรีส์ เราสามารถแยกความต่างของโครงสร้างได้อย่างชัดเจนผ่าน 4 จุดสังเกตนี้ครับ
​ฐานรองรับ คือ จุดสังเกตที่สำคัญที่สุด
​ทงจอง (ต้องมี "คิท" เป็นฐาน) ฮันบกจะมีเลเยอร์ที่คอเสื้อซ้อนทับกันชัดเจน คุณจะเห็นแถบผ้าสีขาว (ทงจอง) ถูกเย็บแปะอยู่บนขอบของแผ่นคอเสื้อเส้นหนาๆ (คิท) ซึ่งคิทนี้มักจะมีสีตัดกับตัวเสื้อชอกอรี ทำให้คอเสื้อดูมีมิติและมีความหนา

แถบผ้าสีขาว (ทงจอง) ถูกเย็บแปะอยู่บนขอบของแผ่นคอเสื้อเส้นหนาๆ (คิท)

​ฮู่หลิ่ง (ไร้ฐานรองรับ) จะไม่มีคอเสื้อเส้นหนาๆ มารองรับ ฮู่หลิ่งจะถูกเย็บกดแนบแบนราบไปกับขอบสาบเสื้อ (เจียวหลิ่ง) โดยตรง กลืนเป็นผืนเดียวกับตัวชุด

ลักษณะของฮู่หลิง

​ความแข็ง:ทงจองแข็งเป็นสัน คมกริบ และตั้งทำมุม V-shape ชัดเจน เพราะมีการอัดแป้งอย่างหนักหรือดามกระดาษฮันจิไว้ด้านใน ทำให้คอเสื้อลอยตัวดันกรอบหน้า ไม่พับย่นตามรอยหน้าอก
​ฮู่หลิ่ง อ่อนนุ่ม พลิ้ว แบนราบ และโค้งแนบไปกับสรีระช่วงคอและเนินอกอย่างเป็นธรรมชาติ ทิ้งตัวตามแรงโน้มถ่วง
​จุดตัดจบ: ​ทงจอง ปลายแถบผ้าด้านหนึ่งจะถูกตัดตรงทำมุมฉาก (เรียกว่า ทงจองมอรี) จบแบบดื้อๆ และเฉียบขาดตรงบริเวณหน้าอก (มักจบตรงจุดที่ผูกเชือกโครึมพอดี)
​ฮู่หลิ่ง เย็บเรียบเนียนปลายเรียวเล็กลง และกลืนยาวไปกับสาบเสื้ออย่างไร้รอยต่อ บางครั้งลากยาวลงไปจนเกือบถึงช่วงเอว
​กฎของสี
​ทงจอง บังคับ สีขาว 100% เท่านั้น ห้ามหมอง ห้ามเหลือง
​ฮู่หลิ่ง สามารถเป็นสีขาว สีน้ำเงินเข้ม สีดำ หรือใช้ผ้าแพรสีเดียวกับตัวชุดได้เลย

ทงจองและฮู่หลิ่ง คือ "นวัตกรรมซ่อนคราบ" ที่เติบโตมาบนโครงสร้างเสื้อผ้าดั้งเดิมของตัวเอง จีนเน้นฟังก์ชันที่กลมกลืนเป็นธรรมชาติโดยเย็บทับตัวเสื้อ ส่วนเกาหลีเน้นสถาปัตยกรรมที่แข็งแรงและแฝงอุดมการณ์ โดยสร้างเลเยอร์ซ้อนทับบน "คิท" อีกที การเข้าใจโครงสร้างนี้จะทำให้เราดูซีรีส์ย้อนยุคได้สนุกและเห็นมิติของงานคอสตูมชัดเจนขึ้นครับ!

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่