การสร้างฉันทามติอย่างเป็นรูปธรรม หลักฐานที่แท้จริงของความสำเร็จ ของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2540

กระทู้คำถาม
การปฏิรูปการเมืองและการจัดทำรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 เป็นภารกิจประวัติศาสตร์ของชาติไทย ในห้วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านสำคัญของโลกสู่ศตวรรษที่ 21 ซึ่งประเทศไทยจำเป็นต้องปฏิรูปทั้งโครงสร้างทางการเมือง ระบบราชการ เศรษฐกิจ และการศึกษา เพื่อสร้างสังคมประชาธิปไตยที่มั่นคง เป็นธรรม และยั่งยืน

รัฐบาลตระหนักว่า การปฏิรูปประเทศมิอาจเกิดขึ้นได้ด้วยอำนาจของรัฐเพียงฝ่ายเดียว หากต้องอาศัย “ฉันทามติแห่งชาติ” อันเกิดจากการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน นักวิชาการ สื่อมวลชน และประชาชนทั่วประเทศ

การจัดทำรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2540 จึงเป็นกระบวนการทางประชาธิปไตยที่เปิดกว้างที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย โดยมุ่งสร้างระบบการเมืองที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน และกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น

เพื่อให้ประชาชนสามารถกำหนดอนาคตของตนเองและประเทศชาติได้อย่างแท้จริง
ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้ดำเนิน “การปฏิรูปการศึกษาไทยเพื่อสร้างฉันทามติระดับชาติ” ควบคู่ไปกับการปฏิรูปการเมือง

ภายใต้ปรัชญา “Education for Life : การศึกษาตลอดชีวิต” ซึ่งถือว่าการศึกษาเป็นรากฐานสำคัญที่สุดของประชาธิปไตย ความเสมอภาค และการพัฒนาประเทศ
รัฐบาลเชื่อมั่นว่า การศึกษาเป็นการปฏิรูปที่ลึกซึ้งและสำคัญที่สุด เพราะเป็นกระบวนการที่ประชาชนทุกคนต้องผ่านร่วมกัน

และเป็นกลไกสำคัญในการสร้างพลเมืองประชาธิปไตย สร้างโอกาสที่เท่าเทียม และลดความเหลื่อมล้ำของสังคมไทย

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา แม้ประเทศไทยจะประสบความสำเร็จทางเศรษฐกิจอย่างสูง แต่ผลแห่งการพัฒนายังตกอยู่กับประชาชนเพียงบางส่วน ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่โดยเฉพาะเกษตรกรในชนบท ยังขาดโอกาสทางการศึกษาและขาดคุณภาพชีวิตที่เหมาะสม เพราะระบบการศึกษาขยายความเหลื่อมล้ำของสังคม มากกว่าจะเป็นเครื่องมือแห่งความเสมอภาค

ในปี พุทธศักราช 2538 รัฐบาลจึงได้เริ่มการปฏิรูปการศึกษาไทยครั้งสำคัญ โดยใช้รูปแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public–Private Partnership : PPP) หรือ “ระบบโรงเรียนนิติบุคคล” เพื่อระดมพลังของทั้งประเทศในการพัฒนาการศึกษาไทย

การปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้ประสบความสำเร็จในการสร้างฉันทามติและการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างกว้างขวาง
ทั้งเงินบริจาคจำนวน 119,131,250 บาท
วัสดุอุปกรณ์การศึกษามูลค่า 70,853,094 บาท
และแรงงานอาสาจำนวน 695,079 คน
คิดเป็นมูลค่า 165,505,488 บาท
รวมมูลค่าความร่วมมือจากประชาชนทั้งสิ้น 355,489,832 บาท

ผลสำเร็จดังกล่าวปรากฏเป็นรูปธรรมทั่วประเทศภายในวันที่ 8 พฤษภาคม พุทธศักราช 2540 คือ
การปรับปรุงโรงเรียนจำนวน 29,845 โรงเรียน
การปรับปรุงอาคารเรียน 38,112 หลัง
การปรับปรุงอาคารอเนกประสงค์ 12,227 แห่ง
การปรับปรุงห้องน้ำ 11,257 โรงเรียน

ในด้านคุณภาพการศึกษา รัฐบาลได้เร่งพัฒนาเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานทางการเรียนรู้ โดยในปี พ.ศ. 2539 โรงเรียนจำนวน 3,700 แห่งได้รับห้องปฏิบัติการภาษาและห้องทดลองวิทยาศาสตร์ และอีก 5,000 แห่งได้รับห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2540 โรงเรียนจำนวน 17,000 แห่งได้รับห้องปฏิบัติการภาษาและห้องทดลองวิทยาศาสตร์ และ 7,000 แห่งได้รับห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ เพื่อเตรียมเยาวชนไทยสำหรับโลกแห่งเทคโนโลยีและเศรษฐกิจฐานความรู้

รัฐบาลยังได้เพิ่มงบประมาณด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่อง จากกว่า 100,000 ล้านบาทในปี พ.ศ. 2538 เป็น 133,000 ล้านบาทในปี พ.ศ. 2539 และ 163,000 ล้านบาทในปีนี้ และ คาดว่าในปี 2541จะเพิ่มเป็น 200,000 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นการลงทุนด้านคุณภาพ การพัฒนาโรงเรียนชนบท และการช่วยเหลือเด็กยากจนให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างแท้จริง

เป้าหมายสำคัญของการปฏิรูปการศึกษา คือการทำให้เด็กไทยทุกคนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง โดยกำหนดเป้าหมายให้เด็กไทยทุกคนได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ปี พร้อมการศึกษาก่อนวัยเรียนอีก 3 ปี ภายใต้นโยบายดังกล่าว เด็กยากจนจะได้รับการสนับสนุนทั้งค่าเครื่องแบบ ครบชุดทุกชุดอุปกรณ์การเรียนครบครัน อาหาร การเดินทาง และที่พักตามความจำเป็น เพื่อให้ “การศึกษาถ้วนหน้า” เกิดขึ้นอย่างแท้จริง มิใช่เพียงหลักการในทางนโยบาย ผลจากการดำเนินงานดังกล่าว ภายในวันที่ 8 พฤษภาคม พุทธศักราช 2540

ประเทศไทยสามารถขยายโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนอายุ 3–17 ปี จาก 12.33 ล้านคน เป็น 16.68 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นกว่า 4.35 ล้านคน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทยที่เด็กจากครอบครัวยากจนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรมในระดับชาติ

อีกทั้ง รัฐบาลยังได้ดำเนินนโยบายกระจายอำนาจทางการศึกษา โดยจัดตั้ง “สภาโรงเรียน” เกือบ 40,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ปกครอง ครู ผู้นำชุมชน และประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารโรงเรียน การกำหนดหลักสูตร และการตัดสินใจด้านการศึกษา อันเป็นรากฐานสำคัญของประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม

ประสบการณ์จากการปฏิรูปการศึกษาได้พิสูจน์อย่างชัดเจนว่า ประเทศไทยสามารถสร้าง “ฉันทามติแห่งชาติ” ได้ หากประชาชนได้รับโอกาสในการมีส่วนร่วม และหากรัฐดำเนินนโยบายที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 จึงมิได้เป็นเพียงกฎหมายสูงสุดของประเทศ หากยังเป็นผลลัพธ์ของกระบวนการปฏิรูปประเทศโดยสันติวิธี ผ่านพลังความร่วมมือของประชาชนทั้งชาติ ด้วยการปฏิรูปการศึกษาโดยคนไทยหลายล้านคนมีส่วนร่วม

ภายใต้รัฐบาลนี้ เราสนับสนุนเเละสร้างฉันทามติ สำหรับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 เพื่อสร้างสังคมประชาธิปไตยที่มีความเสมอภาค โปร่งใส เคารพสิทธิมนุษยชน และเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกคนสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเอง

ในฐานะรองประธานคณะกรรมการปฏิรูปการเมืองและจัดทำรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ข้าพเจ้าขอขอบคุณคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ปรึกษา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อมวลชน และประชาชนทุกท่าน ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันจัดทำรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ 2540 ซึ่งได้ประกาศใช้ เมื่อ 11 ตุลาคม 2540
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่