แนวคิดห้ามรถไฟเข้ากรุงเทพชั้นใน โดยให้รถจอดแถวสถานีชานเมือง แล้วต่อรถไฟฟ้าหรือรถขสมก.เอา เป็นแนวคิดที่มีช่องโหว่ มีจุดอ่อนหลายจุด
คุณต้องเข้าใจด้วยว่า ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ส่วนตัว รถเมล์ รถ brt รถไฟ รถตู้ ทุกยานพาหนะมีสิทธิ์ใช้พื้นที่บนท้องถนนในกรุงเทพฯอย่างเท่าเทียมกันหมด ถนนของรถไฟก็คือราง เป็นถนนประเภทนึงในกรุงเทพ รถไฟก็ควรเป็นยานพาหนะชนิดนึงที่วิ่งได้ทั่วกรุงเทพในทุกพื้นที่ที่มีรางรถไฟอยู่
ถ้าใครคิดว่ารถไฟทำให้เกิดปัญหารถติดนั่นคิดผิด ขอเรียงลำดับยานพาหนะที่ทำให้เกิดปัญหารถติด การจราจรหนาแน่นดังนี้
1.รถยนต์ส่วนตัว
2.รถตู้โดยสาร
3.รถเมล์โดยสาร
4.รถไฟ
รถยนต์ส่วนตัวคือยานพาหนะที่ทำให้เกิดปัญหาการจราจรมากที่สุด เพราะบรรทุกคนได้น้อย 4-5 คน หลายคนก็ขับรถนั่งมาทำงานคนเดียว ถ้ารถยนต์ที่มีคนนั่งน้อยๆมารวมกันหลายคันบนท้องถนน ก็ยิ่งกินพื้นที่ถนนมาก ทำให้เกิดปัญหาการจราจรมาก คนทำงาน 10 คน ขับรถส่วนตัวไปทำงานคนเดียวคนละคัน กินพื้นที่ถนนอย่างมาก แต่คนนั่งรถเมล์ซัก 20 คน รถเมล์กินพื้นที่ถนนน้อยกว่าคนขับรถยนต์ส่วนตัว 10 คันอีก
รถไฟขบวนนึงบรรทุกคนได้หลายร้อยคน ทำให้รถติดบนถนนน้อยลง ถ้าไม่มีรถไฟ คนก็ต้องไปขึ้นรถเมล์ ถามว่ารถเมล์กี่คันจึงจะรับผู้โดยสารรถไฟทั้งขบวนได้ การไม่มีรถไฟให้บริการ แล้วคนต้องมาขึ้นรถเมล์แทน จะเป็นการเพิ่มปริมาณรถเมล์บนท้องถนนเยอะมั้ย เปลี่ยนจากการรอรถไฟที่วิ่งผ่านจุดตัด มาเป็นการต้องใช้ถนนร่วมกับรถเมล์ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นแทน
วิธีแก้ปัญหาด้วยการให้รถไฟวิ่งมาถึงแค่ชานเมือง แล้วต่อรถไฟฟ้าเข้าเมือง มันมีข้อเสียค่อนข้างมาก ผลักภาระให้คนรากหญ้าต้องมีภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้น เดินทางลำบากขึ้น แต่สำหรับเราก็พอรับบางเงื่อนไขได้อยู่ เช่นว่า ต้องการเดินทางจากคลองหลวงแพ่งไปพญาไท ถ้าห้ามรถไฟเข้าเขตเมือง ก็ต้องนั่งมาลงที่ลาดกระบัง จากลาดกระบังก็เปลี่ยนจากรถไฟเก่ามาเป็นรถไฟฟ้า แล้วนั่งรถไฟฟ้าตรงถึงพญาไท อย่างงี้เรารับได้ ถ้าภาครัฐช่วย support ค่าใช้จ่ายด้วย ค่าตั๋วรถไฟดีเซล 8 บาท การเปลี่ยนขบวนต้องจ่ายค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพิ่มอีก 45 บาท รวมเป็น 53 บาท
ถ้ารัฐออกค่าส่วนต่างให้ทั้งหมด อย่างนี้เอา เพราะยังไงการเปลี่ยนขบวนไปนั่งรถไฟฟ้า ก็ยังได้ผลรวมเวลาเดินทางที่ดีกว่า ใช้เวลาเดินทสงน้อยกว่าเดิม รวดเร็วกว่าการนั่งรถไฟดีเซลอย่างเดียวตรงถึงปลายทาง นั่งรถไฟดีเซลจากคลองหลวงแพ่งถึงพญาไท จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 6 นาที

แต่ถ้านั่งรถไฟเก่าแล้วเปลี่ยนขบวนเป็นรถไฟฟ้าน่าจะซัก 40 นาทีหน่อยๆ แถมได้นั่งแอร์เย็นสบาย ถ้าคนนาคมเป็นเจ้าภาพช่วยให้นั่งรถไฟฟ้าฟรี ส่วนค่าตั๋วดีเซลก็จ่ายเท่าเดิม นั่งจากรถไฟดีเซลจากคลองหลวงแพ่งแล้วเปลี่ยนขบวนเป็นรถไฟฟ้าที่ลาดกระบังลงพญาไทด้วยการจ่ายเงินรวมทั้งหมดเพียง 8 บาท แบบนี้เอา ยอมรับได้
อีกเรื่องที่สำคัญคือ รถไฟฟ้าวิ่งไม่ถึงหัวลำโพงด้วย รถไฟฟ้ามาถึงแค่พญาไท ใครจะไปหัวลำโพงก็ต้องต่อรถเมล์ที่พญาไท เพิ่มความยากลำบาก เพิ่มเวลาในการเดินทางให้มากขึ้นอีก
เรื่องการเดินทาง ต้องเข้าใจอารมณ์ของผู้เดินทางด้วย ถ้าได้นั่งรถไฟฟ้าต่อเดียวถึงปลายทาง นี่คือรู้สึกสะดวกสุด ขึ้นรถ bts จากพระโขนงลงจตุจักร ไม่ต้องต่อรถไหน สบายสุด ถ้านั่ง 2 ต่อ เช่น จากเพชรบุรีไปรังสิต นั่งสายสีน้ำเงินแล้วเปลี่ยนขบวนเป็นสายสีแดงที่บางซื่อ นั่งจากบางซื่อไปลงรังสิต อย่างงี้ก็พอรับได้ ไม่ลำบากเท่าไร แต่ถ้านั่ง 3 ต่อ เช่น ดอนเมืองไปสยาม นั่งสายสีแดงลงหลักสี่ ต่อสายสีชมพูลงวัดพระศรีมหาธาตุ แล้วต่อสายสีเขียวไปลงสยาม หลายต่อมาก อย่างงี้ผู้โดยสารจะรู้สึกว่ายากลำบากล่ะ และเปลืองเงินด้วย
หรือนั่งรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ลงพญาไทเพื่อเดินทางไปหัวลำโพง ต้องต่อรถเมล์ซึ่งต้องวิ่งไกล ผ่านการจราจรหนาแน่นไปหัวลำโพง นี่ก็ลำบากล่ะ ต้องเป็นคนคุ้นเคยกับการเดินทางด้วยรถสาธารณะ จึงจะเข้าใจผู้ใช้รถสาธารณะ
บ้านเราถึงจะทำเส้นทางรถไฟช่วง missing link เสร็จ รถไฟวิ่งต่างระดับกับรถยนต์ ก็ไม่ใช่ว่าจะแก้ปัญหาอุบัติเหตุระหว่างรถไฟกับรถยนต์ได้อย่าง 100% เพราะรถไฟที่ประสบอุบัติเหตุในครั้งนี้ คือรถไฟขนส่งสินค้า ไม่ใช่รถไฟโดยสาร ส่วน missing link เป็นเส้นทางที่เจาะของเฉพาะรถไฟโดยสารเท่านั้น
ใครที่เข้าใจว่าทำเส้นทาง missing link เส้นทางรถไฟต่างระดับเสร็จเรียบร้อย แล้วจะไม่เกิดปัญหาอุบัติเหตุระหว่างรถไฟกับรถยนต์เลย นี่เข้าใจผิด ยังเกิดได้อยู่ แต่ก็ลดลงชัดเจนแน่ สำคัญอยู่ที่การบริหารจัดการ
วิธีการแก้ปัญหา ก็เคยได้เขียนไปแล้วว่า ให้ใช้ไฟจราจรและกล้อง ai มาส่องราง ถ้ากล้องจับได้ว่า มีรถหรืออะไรซักอย่างขวางรางอยู่ ก็จะส่งสัญญาณไปให้รถไฟ ไม่ให้รถไฟวิ่งต่อ

"วิธีแก้ปัญหาที่ดีคือ ถ้าพื้นที่ข้างขวาคือ พื้นที่โซน b มีรถจอดกันใกล้จะเต็มพื้นที่ถนนแล้ว อีกไม่กี่ช่วงตัวรถก็จอดกันเต็มจนใกล้ถึงรางรถไฟเส้นที่ 2 ตามที่ลูกศรแดงชี้ ก็จะมีไฟสัญญาณจราจรที่อยู่ตรงตำแหน่งไม้กั้น ขึ้นเป็นสัญญาณไฟแดง ห้ามไม่ให้รถจากพื้นที่ด้านซ้ายคือโซน a ขับผ่านรางรถไฟไปยังพื้นโซน b ใครฝ่าไฟแดง ไม่ว่าจะเป็นช่วงรถไฟกำลังวิ่งผ่านและไม่ได้วิ่งผ่าน ก็ต้องโทษปรับเงินทันที ปรับเต็มที่เลย 4,000 บาท ช่วยลดปัญหาระหว่างรถไฟกับรถยนต์ได้มาก"
https://m.pantip.com/topic/44093635
เพิ่มเติมจากระทู้ก่อนก็คือ ถ้ามีรถไฟที่จะวิ่งผ่านจุดตัดทางรถไฟ นอกจากจะมีไฟแดงแล้ว ก็จะมีแผงกั้นรถไฟลงมาอีกที ทำให้ปลอดภัยเพิ่มขึ้นอีกขั้น
วิธีการที่เร็วที่สุดคือ ไฟจราจร และต่อมาก็กล้อง ai ส่องรางเพื่อส่งสัญญาณให้รถไฟเมื่อรถวิ่งใกล้ถึงจุดตัด ถ้าเร่งรัดไฟจราจรให้เกิดเร็ว ไม่โดนด่าแน่ มีแต่จะได้รับคำชม แต่ไม่รีบทำ
ควรเลิกวิธีคิดห้ามรถไฟเข้าเมือง ดูตัวอย่างประเทศชั้นนำเขาทำกันแบบไหน เราก็เดินตามเขา ทั่วโลกเขาสามารถบริการจัดการให้รถยนต์ รถเมล์ รถไฟอยู่ร่วมกันบนท้องถนนอย่างมีระเบียบในการจราจรได้ เราก็ควรเดินตาม เพราะทุกคนทุกยานพาหนะมีสิทธิ์ใช้พื้นที่ในเมืองร่วมกัน
แนวคิดห้ามรถไฟเข้ากรุงเทพชั้นในมีจุดอ่อนเยอะ ต้องเข้าใจว่าทุกยานพาหนะมีสิทธิ์อยู่บนพื้นที่เมืองกรุงเทพเท่าๆกัน
คุณต้องเข้าใจด้วยว่า ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ส่วนตัว รถเมล์ รถ brt รถไฟ รถตู้ ทุกยานพาหนะมีสิทธิ์ใช้พื้นที่บนท้องถนนในกรุงเทพฯอย่างเท่าเทียมกันหมด ถนนของรถไฟก็คือราง เป็นถนนประเภทนึงในกรุงเทพ รถไฟก็ควรเป็นยานพาหนะชนิดนึงที่วิ่งได้ทั่วกรุงเทพในทุกพื้นที่ที่มีรางรถไฟอยู่
ถ้าใครคิดว่ารถไฟทำให้เกิดปัญหารถติดนั่นคิดผิด ขอเรียงลำดับยานพาหนะที่ทำให้เกิดปัญหารถติด การจราจรหนาแน่นดังนี้
1.รถยนต์ส่วนตัว
2.รถตู้โดยสาร
3.รถเมล์โดยสาร
4.รถไฟ
รถยนต์ส่วนตัวคือยานพาหนะที่ทำให้เกิดปัญหาการจราจรมากที่สุด เพราะบรรทุกคนได้น้อย 4-5 คน หลายคนก็ขับรถนั่งมาทำงานคนเดียว ถ้ารถยนต์ที่มีคนนั่งน้อยๆมารวมกันหลายคันบนท้องถนน ก็ยิ่งกินพื้นที่ถนนมาก ทำให้เกิดปัญหาการจราจรมาก คนทำงาน 10 คน ขับรถส่วนตัวไปทำงานคนเดียวคนละคัน กินพื้นที่ถนนอย่างมาก แต่คนนั่งรถเมล์ซัก 20 คน รถเมล์กินพื้นที่ถนนน้อยกว่าคนขับรถยนต์ส่วนตัว 10 คันอีก
รถไฟขบวนนึงบรรทุกคนได้หลายร้อยคน ทำให้รถติดบนถนนน้อยลง ถ้าไม่มีรถไฟ คนก็ต้องไปขึ้นรถเมล์ ถามว่ารถเมล์กี่คันจึงจะรับผู้โดยสารรถไฟทั้งขบวนได้ การไม่มีรถไฟให้บริการ แล้วคนต้องมาขึ้นรถเมล์แทน จะเป็นการเพิ่มปริมาณรถเมล์บนท้องถนนเยอะมั้ย เปลี่ยนจากการรอรถไฟที่วิ่งผ่านจุดตัด มาเป็นการต้องใช้ถนนร่วมกับรถเมล์ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นแทน
วิธีแก้ปัญหาด้วยการให้รถไฟวิ่งมาถึงแค่ชานเมือง แล้วต่อรถไฟฟ้าเข้าเมือง มันมีข้อเสียค่อนข้างมาก ผลักภาระให้คนรากหญ้าต้องมีภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้น เดินทางลำบากขึ้น แต่สำหรับเราก็พอรับบางเงื่อนไขได้อยู่ เช่นว่า ต้องการเดินทางจากคลองหลวงแพ่งไปพญาไท ถ้าห้ามรถไฟเข้าเขตเมือง ก็ต้องนั่งมาลงที่ลาดกระบัง จากลาดกระบังก็เปลี่ยนจากรถไฟเก่ามาเป็นรถไฟฟ้า แล้วนั่งรถไฟฟ้าตรงถึงพญาไท อย่างงี้เรารับได้ ถ้าภาครัฐช่วย support ค่าใช้จ่ายด้วย ค่าตั๋วรถไฟดีเซล 8 บาท การเปลี่ยนขบวนต้องจ่ายค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพิ่มอีก 45 บาท รวมเป็น 53 บาท
ถ้ารัฐออกค่าส่วนต่างให้ทั้งหมด อย่างนี้เอา เพราะยังไงการเปลี่ยนขบวนไปนั่งรถไฟฟ้า ก็ยังได้ผลรวมเวลาเดินทางที่ดีกว่า ใช้เวลาเดินทสงน้อยกว่าเดิม รวดเร็วกว่าการนั่งรถไฟดีเซลอย่างเดียวตรงถึงปลายทาง นั่งรถไฟดีเซลจากคลองหลวงแพ่งถึงพญาไท จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 6 นาที
แต่ถ้านั่งรถไฟเก่าแล้วเปลี่ยนขบวนเป็นรถไฟฟ้าน่าจะซัก 40 นาทีหน่อยๆ แถมได้นั่งแอร์เย็นสบาย ถ้าคนนาคมเป็นเจ้าภาพช่วยให้นั่งรถไฟฟ้าฟรี ส่วนค่าตั๋วดีเซลก็จ่ายเท่าเดิม นั่งจากรถไฟดีเซลจากคลองหลวงแพ่งแล้วเปลี่ยนขบวนเป็นรถไฟฟ้าที่ลาดกระบังลงพญาไทด้วยการจ่ายเงินรวมทั้งหมดเพียง 8 บาท แบบนี้เอา ยอมรับได้
อีกเรื่องที่สำคัญคือ รถไฟฟ้าวิ่งไม่ถึงหัวลำโพงด้วย รถไฟฟ้ามาถึงแค่พญาไท ใครจะไปหัวลำโพงก็ต้องต่อรถเมล์ที่พญาไท เพิ่มความยากลำบาก เพิ่มเวลาในการเดินทางให้มากขึ้นอีก
เรื่องการเดินทาง ต้องเข้าใจอารมณ์ของผู้เดินทางด้วย ถ้าได้นั่งรถไฟฟ้าต่อเดียวถึงปลายทาง นี่คือรู้สึกสะดวกสุด ขึ้นรถ bts จากพระโขนงลงจตุจักร ไม่ต้องต่อรถไหน สบายสุด ถ้านั่ง 2 ต่อ เช่น จากเพชรบุรีไปรังสิต นั่งสายสีน้ำเงินแล้วเปลี่ยนขบวนเป็นสายสีแดงที่บางซื่อ นั่งจากบางซื่อไปลงรังสิต อย่างงี้ก็พอรับได้ ไม่ลำบากเท่าไร แต่ถ้านั่ง 3 ต่อ เช่น ดอนเมืองไปสยาม นั่งสายสีแดงลงหลักสี่ ต่อสายสีชมพูลงวัดพระศรีมหาธาตุ แล้วต่อสายสีเขียวไปลงสยาม หลายต่อมาก อย่างงี้ผู้โดยสารจะรู้สึกว่ายากลำบากล่ะ และเปลืองเงินด้วย
หรือนั่งรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ลงพญาไทเพื่อเดินทางไปหัวลำโพง ต้องต่อรถเมล์ซึ่งต้องวิ่งไกล ผ่านการจราจรหนาแน่นไปหัวลำโพง นี่ก็ลำบากล่ะ ต้องเป็นคนคุ้นเคยกับการเดินทางด้วยรถสาธารณะ จึงจะเข้าใจผู้ใช้รถสาธารณะ
บ้านเราถึงจะทำเส้นทางรถไฟช่วง missing link เสร็จ รถไฟวิ่งต่างระดับกับรถยนต์ ก็ไม่ใช่ว่าจะแก้ปัญหาอุบัติเหตุระหว่างรถไฟกับรถยนต์ได้อย่าง 100% เพราะรถไฟที่ประสบอุบัติเหตุในครั้งนี้ คือรถไฟขนส่งสินค้า ไม่ใช่รถไฟโดยสาร ส่วน missing link เป็นเส้นทางที่เจาะของเฉพาะรถไฟโดยสารเท่านั้น
ใครที่เข้าใจว่าทำเส้นทาง missing link เส้นทางรถไฟต่างระดับเสร็จเรียบร้อย แล้วจะไม่เกิดปัญหาอุบัติเหตุระหว่างรถไฟกับรถยนต์เลย นี่เข้าใจผิด ยังเกิดได้อยู่ แต่ก็ลดลงชัดเจนแน่ สำคัญอยู่ที่การบริหารจัดการ
วิธีการแก้ปัญหา ก็เคยได้เขียนไปแล้วว่า ให้ใช้ไฟจราจรและกล้อง ai มาส่องราง ถ้ากล้องจับได้ว่า มีรถหรืออะไรซักอย่างขวางรางอยู่ ก็จะส่งสัญญาณไปให้รถไฟ ไม่ให้รถไฟวิ่งต่อ
"วิธีแก้ปัญหาที่ดีคือ ถ้าพื้นที่ข้างขวาคือ พื้นที่โซน b มีรถจอดกันใกล้จะเต็มพื้นที่ถนนแล้ว อีกไม่กี่ช่วงตัวรถก็จอดกันเต็มจนใกล้ถึงรางรถไฟเส้นที่ 2 ตามที่ลูกศรแดงชี้ ก็จะมีไฟสัญญาณจราจรที่อยู่ตรงตำแหน่งไม้กั้น ขึ้นเป็นสัญญาณไฟแดง ห้ามไม่ให้รถจากพื้นที่ด้านซ้ายคือโซน a ขับผ่านรางรถไฟไปยังพื้นโซน b ใครฝ่าไฟแดง ไม่ว่าจะเป็นช่วงรถไฟกำลังวิ่งผ่านและไม่ได้วิ่งผ่าน ก็ต้องโทษปรับเงินทันที ปรับเต็มที่เลย 4,000 บาท ช่วยลดปัญหาระหว่างรถไฟกับรถยนต์ได้มาก"
https://m.pantip.com/topic/44093635
เพิ่มเติมจากระทู้ก่อนก็คือ ถ้ามีรถไฟที่จะวิ่งผ่านจุดตัดทางรถไฟ นอกจากจะมีไฟแดงแล้ว ก็จะมีแผงกั้นรถไฟลงมาอีกที ทำให้ปลอดภัยเพิ่มขึ้นอีกขั้น
วิธีการที่เร็วที่สุดคือ ไฟจราจร และต่อมาก็กล้อง ai ส่องรางเพื่อส่งสัญญาณให้รถไฟเมื่อรถวิ่งใกล้ถึงจุดตัด ถ้าเร่งรัดไฟจราจรให้เกิดเร็ว ไม่โดนด่าแน่ มีแต่จะได้รับคำชม แต่ไม่รีบทำ
ควรเลิกวิธีคิดห้ามรถไฟเข้าเมือง ดูตัวอย่างประเทศชั้นนำเขาทำกันแบบไหน เราก็เดินตามเขา ทั่วโลกเขาสามารถบริการจัดการให้รถยนต์ รถเมล์ รถไฟอยู่ร่วมกันบนท้องถนนอย่างมีระเบียบในการจราจรได้ เราก็ควรเดินตาม เพราะทุกคนทุกยานพาหนะมีสิทธิ์ใช้พื้นที่ในเมืองร่วมกัน