"เท้ง" จี้ "อนุทิน" ทบทวนปมดึง "องคมนตรี" ร่วมประชุมบอร์ดภัยพิบัติ ชี้จะโหนฟ้าลงมาต่ำไม่ได้
https://ch3plus.com/news/political/morning/463384
.

.
21 พ.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ไมค์รวม ประเด็นบทบาทหน้าที่ขององคมนตรีและการทำงานฝ่ายบริหาร ในการเข้าร่วมประชุมกับ บกปภ.ช. เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา ว่า เราต้องคงการถูกต้องตามการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การแสดงบทบาทของนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหาร ที่ไม่ควรที่จะนำตัวแทนหรือสถาบันมาเกี่ยวข้องกับเรื่องการตัดสินใจนโยบายสาธารณะโดยตรง เพราะทุกการตัดสินใจล้วนต้องมีการรับผิดและรับชอบ หากเกิดการตัดสินใจใดๆ ที่ผิดพลาด อาจจะกระทบกระเทือนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
.
นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ตนและพรรคประชาชน มีความเป็นห่วงในส่วนนี้ ซึ่งเราเองมีการสื่อสารไปแล้วเมื่อวาน (20 พ.ค. 2569) ว่าจริงๆการกระทำแบบนี้ของตัวนายกรัฐมนตรี อาจจะไม่มีความเหมาะสม ตนเข้าใจดี เห็นว่าหลายส่วนก็แสดงความคิดเห็นว่าการแสดงประชุมลักษณะนี้ที่มีองค์การมนตรีเข้าร่วม ดำเนินการมาแล้วหลายปีแล้ว แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ตนคิดว่าต้องถามหลักการให้ตรงกันก่อน คำถามนี้ควรจะต้องส่งตรงไปยังนายกรัฐมนตรี ว่าตัวนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี คิดเห็นอย่างไรกับการกระทำของตัวเอง เป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ในระบอบการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
.
"มันเป็นหลักการที่ไม่ถูกต้อง ผมก็ไม่คิดว่าอะไรที่ไม่ถูกต้อง ที่เคยทำต่อเนื่องมาแล้วในอดีต ตั้งแต่ยุครัฐบาล คสช. จะต้องทำสืบเนื่องต่อไป อยากเห็นการปรับปรุงการทำงานของนายกรัฐมนตรีที่ดีกว่านี้" นายณัฐพงษ์ กล่าว
.
เมื่อถามว่าทางพรรคมองว่าเหมือนองคมนตรีมาสั่งการใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า แม้จะใช้เหตุผลว่าการประชุมอาจจะมาให้สติ หรือการแสดงความคิดเห็นความเป็นห่วงก็ตามแต่ แต่ถ้ามาร่วมประชุมโดยตรง แล้วเกิดการตัดสินใจดำเนินนโยบายใดผิดพลาด อาจจะกระทบกระเทือนต่อองคมนตรี ซึ่งถูกแต่งตั้งโดยตรงองค์พระมหากษัตริย์ได้ ซึ่งอาจจะส่งผลสะเทือนต่อสถาบัน จริงๆ เราอยู่ภายใต้ระบบการปกครองนี้ นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหารสูงสุดต้องเป็นผู้รับสนองทุกอย่าง ต้องป้องกันไม่ให้สาธารณะมีข้อคิดเห็นใดๆ ที่จะกระทบกระเทือนถึงพระองค์ท่านได้ ดังนั้น นายกรัฐมนตรีต้องเป็นผู้รับผิดชอบทุกอย่างในการตัดสินใจดำเนินนโยบายสาธารณะทุกเรื่อง
.
นายณัฐพงษ์ ย้ำว่า เป็นหลักการพื้นฐานของประเทศที่อยู่ภายใต้ระบบการปกครองแบบนี้ และตนก็มีความคิดเห็นว่าบุคคลที่เป็นนายกรัฐมนตรี นอกจากไม่ควรห้อยหรือโหนฟ้ามาลงต่ำ อีกหนึ่งกรณีเช่นเดียวกันก็คือพอดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว ต้องใช้อำนาจของตัวเองทุกช่องทางในการดันฟ้าให้ขึ้นสูง
.
"ถ้าเราคงระบอบการปกครองในประเทศนี้ให้สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่คู่กับสังคมไทยอย่างมั่นคงสถาพร การที่จะทำให้ตัวสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการดำเนินนโยบายสาธารณะ ที่เป็นความรับผิดชอบของฝ่ายบริหารโดยตรง เป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีพึงกระทำ" นายณัฐพงษ์ กล่าว
.
เมื่อถามว่าการประชุมนี้อาจจะเกี่ยวเนื่องกับโครงการพระราชดำริ ที่รัฐสภาเองก็ผ่านงบประมาณไปแล้ว เพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ทุกๆ โครงการของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นโครงการพระราชดำริ หรือโครงการใดๆ ก็ตาม ตราบใดที่เป็นการใช้งบประมาณแผ่นดิน เงินแผ่นดิน รัฐบาลจะต้องเป็นผู้รับผิดรับรับผิดชอบโดยตรง โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี ซึ่งทุกโครงการย่อมมีทั้งผลดีและผลเสีย ผู้ได้และผู้เสีย สถาบันพระมหากษัตริย์ไม่ควรมาอยู่ตรงกลางระหว่างข้อคิดเห็นที่อาจมีความขัดแย้งในสังคมในส่วนนี้ ดังนั้น เป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีที่ต้องทำเรื่องนี้ให้ถูกต้อง
.
เมื่อถามว่าในโพสต์ของพรรคประชาชนใช้คำว่าละเมิดหลักการ เพราะว่ามีการให้ข้อสั่งการ แต่ตามรายงานข่าวองคมนตรีมาสังเกตการณ์ หรือให้ข้อเสนอแนะ เหตุใดถึงใช้คำว่าข้อสั่งการ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อยู่ที่เราต้องระมัดระวังเรื่องของสายตาประชาชนหรือสายตาของสาธารณะที่มองเข้ามา นายกรัฐมนตรีมีหน้าที่ทุกอย่างที่จะป้องกันไม่ให้สังคมมีข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่าตกลงแล้ว องคมนตรีหรือสถาบันพระมหากษัตริย์ เข้ามามีส่วนร่วมโดยตรงกับการตัดสินใจนโยบายสาธารณะหรือไม่ การที่มีภาพปรากฏว่ามาร่วมประชุม สำหรับตนก็อาจจะสร้างข้อท้วงติงเช่นนั้นได้ และเป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีโดยตรงที่ต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง ไม่ให้เกิดภาพเช่นนี้ถูกถ่ายทอดออกไป
.
ทั้งนี้ พรรคประชาชนคงใช้ทุกเวทีอย่างการแถลงข่าวในวันนี้ ก็เป็นเวทีหนึ่งที่พยายามจะส่งตรงไปถึงตัวนายกรัฐมนตรีด้วย
.
เมื่อถามว่าพรรคประชาชนมีโอกาสเป็นรัฐบาล จะใช้กลไกปรับปรุงแก้ไขหรือไม่ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า นายกรัฐมนตรีสามารถตัดสินใจดำเนินการได้อยู่แล้ว ถ้าสมมติว่าตนเป็นนายกรัฐมนตรี หรือมีตัวแทนจากพรรคประชาชนเองเป็นนายกรัฐมนตรีเราคงจะวางบทบาทของเราให้มีความเหมาะสม
.
"หลีกเลี่ยงการจัดประชุมแบบนี้ ที่ตัวแทนหรือตัวสถาบันพระมหากษัตริย์มามีส่วนร่วมโดยตรงในการประชุม เพื่อตัดสินใจ" นายณัฐพงษ์ กล่าว
.
เมื่อถามว่าจะยกเลิกเลยหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า "อย่างที่ผมบอกว่า หลายคนวิพากษ์วิจารณ์ว่าอย่าห้อยโหนดึงฟ้ามาลงต่ำ หน้าที่ของนายกรัฐมนตรีก็คือดันฟ้าขึ้นสูงเหมือนกัน"
.
เมื่อถามว่าเป็นอำนาจพิเศษหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในมุมหนึ่งต้องบอกว่าสิ่งที่นายกรัฐมนตรีทำลงไป เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม ถ้าถามว่าแล้วเราจะทำอย่างไร ก็ต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดแบบนี้ ไม่ควรเลยที่ต้องมีการจัดประชุมร่วมกันแบบนี้ จริงๆนายกรัฐมนตรีเป็นคนเดียวในประเทศนี้ ที่มีอำนาจในการเข้าไปปรึกษากับองค์พระมหากษัตริย์โดยตรง แล้วคำปรึกษาต่างๆเหล่านั้น นายกรัฐมนตรีไม่มีสิทธิ์มาถ่ายทอด หรือแม้แต่กับองคมนตรีด้วย รัฐมนตรีไม่มีสิทธิ์ออกมาถ่ายทอดว่าตัวท่านหรือองคมนตรีมีข้อคิดเห็นอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะอาจจะส่งผลกระทบถึงสถาบันพระมหากษัตริย์โดยตรง นายกรัฐมนตรีมีหน้าที่ถ่ายทอดออกไปว่าเป็นการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีเอง สิ่งนี้จะเป็นหลักการที่ถูกต้องที่สุดในระบอบการปกครองแบบบ้านเรา
.
เมื่อถามว่ามีการประชุมตั้งแต่ช่วงปี 2560 แล้ว พรรคประชาชนเพิ่งทราบหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ไม่ได้เพิ่งทราบ แต่ยุครัฐบาล คสช. ที่อาจจะไม่ได้ใส่ใจ ไม่ได้เข้าใจหลักการของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมากนัก แต่วันนี้ ในเมื่อตัวนายกรัฐมนตรีก็อ้างตลอดเวลาว่า พร้อมทำตามเจตจำนงของประชาชน พร้อมเดินหน้าการทำรัฐธรรมนูญ อยากให้ประเทศไทยเป็นประเทศประชาธิปไตย แต่ตัวนายกรัฐมนตรีเองยังไม่เข้าใจหลักการในข้อนี้ ตนคิดว่าล้มเหลวอย่างยิ่ง
.
"ถ้าอะไรที่ผิดอยู่แล้วในอดีต ก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะบอกว่าทำต่อไป เรื่องนี้เป็นหลักการที่ทุกคนเห็นร่วมกันอยู่แล้ว" นายณัฐพงษ์ กล่าว
.
เมื่อถามว่ากังวลเรื่องข้อกฎหมายหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้คงไม่กระทบเรื่องข้อกฎหมาย เนื่องจากคดี 44 สส. เกี่ยวเนื่องกับการแก้ไข ม.112 แต่เรื่องนี้เป็นการแสดงข้อคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับหลักการในระบบการปกครองในบ้านเรา แต่ตนคิดว่าการเข้ามาทำหน้าที่ของพวกเราในฐานะผู้แทน ถ้าเราเห็นอะไรไม่ถูกต้อง เราก็มีหน้าที่ในการส่งเสียงเรียกร้อง ถึงแม้ตัวตนจะมีความเสี่ยงทางด้านข้อกฎหมายอยู่ จะเอาความเสี่ยงของตัวเองมาปิดปากตัวเองไม่ให้พูดในสิ่งที่ถูกต้อง ตนก็คิดว่าน่าจะทำให้ประชาชนผิดหวังในการทำหน้าที่ของพวกเรา
.
.
ทนายอั๋น เปิดหลักฐาน แชตกรุ๊ปไลน์วางแผนฮั้วส.ว. ลุยยื่น กกต. หวั่นถูกล้มคดี
https://www.matichon.co.th/politics/news_5727312
.
“ทนายอั๋น” พร้อมกลุ่มส.ว.สำรอง เปิดหลักฐานแชตกรุ๊ปไลน์วางแผนฮั้วส.ว. พร้อมอ้างข้อมูลอีกไม่กี่วีคจะมีการล้มคดี
.
เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นาย
ภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนาย
อั๋น บุรีรัมย์ ทนายความและนักเคลื่อนไหวทางการเมือง พร้อมสมาชิกวุฒิสภาสำรอง(ส.ว.) ลำดับชื่อสำรอง 20 คน นำข้อมูลหลักฐานการสนทนาผ่านแอพพลิเคชันไลน์ เส้นทางการเงิน มามอบให้ กกต. พร้อมยื่นหนังสือทวงถามความยุติธรรม และความคืบหน้าคดีฮั้วเลือกส.ว.
.
นาย
ภัทรพงศ์ กล่าวว่า วันนี้นำหลักฐานที่เชื่อได้ว่า ในการเลือกส.ว. ปี 2567 มีกลุ่มบุคคลวางแผนเพื่อล็อกการโหวต และคัดเลือกคนสมัคร ของกลุ่มที่ 4 ซึ่งเป็นกลุ่มของอาชีพบุคลากรทางการแพทย์ มีผู้ร่วมเป็นสมาชิกอยู่ประมาณ 10 คน โดยมีการนัดพบ พูดคุย วางแผนกันผ่านแอพพลิเคชันไลน์ ก่อนการเลือกส.ว. ซึ่งการวางแผนดังกล่าวมีตัวละครสำคัญ คือ แพทย์คนหนึ่ง สังกัดกระทรวงสาธารณสุข โดยหลังจากที่มีการวางแผน คัดคนในกลุ่มแอพพลิเคชันไลน์ ก็พบว่า สมาชิกของกลุ่มไลน์ถูกเลือกให้ดำรงตำแหน่งส.ว. เกือบทั้งหมด ตามที่ได้วางแผนไว้ ซึ่งสาเหตุที่ตัวเองเดินทางมายื่นหลักฐานและยื่นหนังสือถึงกกต.ในวันนี้เพราะส่วนตัวเชื่อว่ามีความพยายามจะล้มคดีนี้ทำให้ผู้กระทำผิดไม่ได้รับการลงโทษในอีกประมาณ 4 สัปดาห์
.
ด้าน นาย
โกเมท เกิดสมบัติ ตัวแทนผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภาปี 2567 กล่าวว่า ตัวเองเชื่อว่ากระบวนการฮั้วเลือกส.ว. นั้นมีอยู่จริง เพราะมีหลักฐานเส้นทางการเงิน เริ่มตั้งแต่กระบวนการรับสมัครในระดับอำเภอ ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่พบพิรุธเส้นทางการเงินระหว่างผู้สมัครในระดับอำเภอเชื่อมโยงไปจนถึงระดับจังหวัด 3 คน และทั้ง 3 คน สังกัดพรรคการเมืองกลุ่มสีน้ำเงิน
.
.
น้ำมันแพง! เรือด่วนเจ้าพระยา ปรับขึ้นค่าโดยสารเรือทุกประเภทอีก 1 บาท เริ่ม 25 พ.ค.นี้
https://www.matichon.co.th/economy/news_5727218
.
น้ำมันแพง! เรือด่วนเจ้าพระยา ปรับขึ้นค่าโดยสารเรือทุกประเภทอีก 1 บาท เริ่ม 25 พ.ค.นี้
.
เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม นาวาตรี
เจริญพร เจริญธรรม กรรมการผู้จัดการบริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด ผู้ให้บริการเรือโดยสารในแม่น้ำเจ้าพระยา ในเส้นทางระหว่างท่าเรือปากเกร็ดถึงท่าเรือวัดราชสิงขรได้กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลได้มีการปรับตัวสูงขึ้น เป็นราคา 41.49 บาทต่อลิตร เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา บริษัทฯ จึงดำเนินการปรับอัตราค่าโดยสารเรือทุกประเภทเพิ่มขึ้น 1 บาทจากอัตราเดิม ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป
.
1. เรือธงส้ม: เส้นทางนนทบุรี – วัดราชสิงขร จากราคา 18 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 19 บาท (ตลอดสาย)
.
2. เรือธงเหลือง: เส้นทางนนทบุรี – สาทร จากราคา 23 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 24 บาท (ตลอดสาย)
.
3. เรือธงเขียวเหลือง
– เส้นทาง ปากเกร็ด – นนทบุรี จากราคา 16 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 17 บาท
– เส้นทาง นนทบุรี – สาทร จากราคา 23 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 24 บาท
– เส้นทาง ปากเกร็ด – สาทร จากราคา 35 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 36 บาท
.
4. เรือธงแดง (ปรับอากาศ): นนทบุรี – สาทร จากราคา 32 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 33 บาท
.
ในกรณีที่ราคาน้ำมันปรับลดลงอีกครั้ง บริษัทฯ จะปรับลดอัตราค่าโดยสารต่อไป.
JJNY : "เท้ง"ชี้จะโหนฟ้าลงมาต่ำไม่ได้│ทนายอั๋น เปิดหลักฐานแชตกรุ๊ปไลน์│เรือด่วนเจ้าพระยาปรับขึ้น│เตือนวิกฤติสต็อกน้ำมัน
https://ch3plus.com/news/political/morning/463384
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ทนายอั๋น เปิดหลักฐาน แชตกรุ๊ปไลน์วางแผนฮั้วส.ว. ลุยยื่น กกต. หวั่นถูกล้มคดี
https://www.matichon.co.th/politics/news_5727312
.
“ทนายอั๋น” พร้อมกลุ่มส.ว.สำรอง เปิดหลักฐานแชตกรุ๊ปไลน์วางแผนฮั้วส.ว. พร้อมอ้างข้อมูลอีกไม่กี่วีคจะมีการล้มคดี
.
เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ ทนายความและนักเคลื่อนไหวทางการเมือง พร้อมสมาชิกวุฒิสภาสำรอง(ส.ว.) ลำดับชื่อสำรอง 20 คน นำข้อมูลหลักฐานการสนทนาผ่านแอพพลิเคชันไลน์ เส้นทางการเงิน มามอบให้ กกต. พร้อมยื่นหนังสือทวงถามความยุติธรรม และความคืบหน้าคดีฮั้วเลือกส.ว.
.
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า วันนี้นำหลักฐานที่เชื่อได้ว่า ในการเลือกส.ว. ปี 2567 มีกลุ่มบุคคลวางแผนเพื่อล็อกการโหวต และคัดเลือกคนสมัคร ของกลุ่มที่ 4 ซึ่งเป็นกลุ่มของอาชีพบุคลากรทางการแพทย์ มีผู้ร่วมเป็นสมาชิกอยู่ประมาณ 10 คน โดยมีการนัดพบ พูดคุย วางแผนกันผ่านแอพพลิเคชันไลน์ ก่อนการเลือกส.ว. ซึ่งการวางแผนดังกล่าวมีตัวละครสำคัญ คือ แพทย์คนหนึ่ง สังกัดกระทรวงสาธารณสุข โดยหลังจากที่มีการวางแผน คัดคนในกลุ่มแอพพลิเคชันไลน์ ก็พบว่า สมาชิกของกลุ่มไลน์ถูกเลือกให้ดำรงตำแหน่งส.ว. เกือบทั้งหมด ตามที่ได้วางแผนไว้ ซึ่งสาเหตุที่ตัวเองเดินทางมายื่นหลักฐานและยื่นหนังสือถึงกกต.ในวันนี้เพราะส่วนตัวเชื่อว่ามีความพยายามจะล้มคดีนี้ทำให้ผู้กระทำผิดไม่ได้รับการลงโทษในอีกประมาณ 4 สัปดาห์
.
ด้าน นายโกเมท เกิดสมบัติ ตัวแทนผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภาปี 2567 กล่าวว่า ตัวเองเชื่อว่ากระบวนการฮั้วเลือกส.ว. นั้นมีอยู่จริง เพราะมีหลักฐานเส้นทางการเงิน เริ่มตั้งแต่กระบวนการรับสมัครในระดับอำเภอ ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่พบพิรุธเส้นทางการเงินระหว่างผู้สมัครในระดับอำเภอเชื่อมโยงไปจนถึงระดับจังหวัด 3 คน และทั้ง 3 คน สังกัดพรรคการเมืองกลุ่มสีน้ำเงิน
.
.
น้ำมันแพง! เรือด่วนเจ้าพระยา ปรับขึ้นค่าโดยสารเรือทุกประเภทอีก 1 บาท เริ่ม 25 พ.ค.นี้
https://www.matichon.co.th/economy/news_5727218
.
น้ำมันแพง! เรือด่วนเจ้าพระยา ปรับขึ้นค่าโดยสารเรือทุกประเภทอีก 1 บาท เริ่ม 25 พ.ค.นี้
.
เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม นาวาตรีเจริญพร เจริญธรรม กรรมการผู้จัดการบริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด ผู้ให้บริการเรือโดยสารในแม่น้ำเจ้าพระยา ในเส้นทางระหว่างท่าเรือปากเกร็ดถึงท่าเรือวัดราชสิงขรได้กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลได้มีการปรับตัวสูงขึ้น เป็นราคา 41.49 บาทต่อลิตร เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา บริษัทฯ จึงดำเนินการปรับอัตราค่าโดยสารเรือทุกประเภทเพิ่มขึ้น 1 บาทจากอัตราเดิม ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป
.
1. เรือธงส้ม: เส้นทางนนทบุรี – วัดราชสิงขร จากราคา 18 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 19 บาท (ตลอดสาย)
.
2. เรือธงเหลือง: เส้นทางนนทบุรี – สาทร จากราคา 23 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 24 บาท (ตลอดสาย)
.
3. เรือธงเขียวเหลือง
– เส้นทาง ปากเกร็ด – นนทบุรี จากราคา 16 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 17 บาท
– เส้นทาง นนทบุรี – สาทร จากราคา 23 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 24 บาท
– เส้นทาง ปากเกร็ด – สาทร จากราคา 35 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 36 บาท
.
4. เรือธงแดง (ปรับอากาศ): นนทบุรี – สาทร จากราคา 32 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 33 บาท
.
ในกรณีที่ราคาน้ำมันปรับลดลงอีกครั้ง บริษัทฯ จะปรับลดอัตราค่าโดยสารต่อไป.