วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเวชศาสตร์ป้องกันแขนงเวชศาสตร์วิถีชีวิต และประสาทศัลยแพทย์ โพสต์ข้อความระบุว่า "Sleep Apnea หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับพบในผู้ใหญ่ประมาณ 10-20% แต่ส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัย
สัญญาณที่ควรสงสัยได้แก่ กรนดัง ง่วงมากระหว่างวัน ตื่นมาไม่สดชื่น ปวดศีรษะตอนเช้า และความดันโลหิตสูงที่คุมยาก OSA ที่ไม่ได้รักษาสัมพันธ์กับโรคหัวใจ เบาหวาน ซึมเศร้า และสมองเสื่อม การรักษาด้วย CPAP มีประสิทธิภาพสูงและเปลี่ยนชีวิตได้จริง ถ้าใส่ถูกวิธีและปรับตัวได้"
Sleep Apnea — โรคนอนที่คุณอาจไม่รู้ว่าตัวเองมี
ผมมีคำถามที่อยากให้คุณลองถามคนที่นอนอยู่ข้างๆ ทุกคืนครับ "ผมกรนไหม? หรือบางทีสังเกตว่าหยุดหายใจตอนนอนบ้างไหม?" ถ้าคำตอบคือใช่ บทนี้สำคัญมากสำหรับคุณ และถ้าคุณนอนคนเดียวและไม่มีใครบอก บทนี้ก็ยังสำคัญ เพราะจะสอนให้คุณสังเกตสัญญาณในตัวเองที่หลายคนมีอยู่โดยไม่รู้ตัวมาหลายปี
เรื่องจริงที่น่าตกใจผมขอเล่าเรื่องของคนไข้คนหนึ่งครับ คนไข้ชายอายุ 48 ปี เป็นนักธุรกิจที่ทำงานหนัก น้ำหนักเกินประมาณ 15 กิโลกรัม และบ่นมาหลายปีว่าตื่นเช้ามาแล้วไม่สดชื่น ง่วงตลอดวัน ประสิทธิภาพการทำงานลดลง และมีความดันโลหิตสูงที่คุมยากแม้กินยา
เขาคิดว่าตัวเองแค่เครียดเรื่องงาน และคิดว่าการที่กรนดังมากนั้นเป็นเรื่องปกติ เพราะพ่อและพี่ชายก็กรนด้วย ภรรยาของเขาต่างหากที่สังเกตว่าบางทีเขาหยุดหายใจตอนนอน บางครั้งนานถึง 20-30 วินาที แล้วก็สะดุ้งตื่นพร้อมเสียงหายใจดังหืด แต่เขาจำไม่ได้เลยเพราะหลับอยู่ เมื่อมาตรวจ Sleep Study พบว่าเขาหยุดหายใจมากกว่า 45 ครั้งต่อชั่วโมงในขณะนอนหลับ 45 ครั้งต่อชั่วโมง หมายความว่าทุก ๆ หนึ่งนาทีกว่า สมองของเขาถูกรบกวนจากการขาดออกซิเจนหนึ่งครั้ง ตลอดทั้งคืน ทุกคืน มาหลายปีโดยที่เขาไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังนอนไม่หลับอยู่ในขณะที่คิดว่าหลับอยู่
Sleep Apnea คืออะไร
Sleep Apnea หรือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea — ภาวะที่ทางเดินหายใจถูกอุดกั้นซ้ำ ๆ ในระหว่างการนอนหลับ ทำให้หยุดหายใจชั่วคราวและระดับออกซิเจนในเลือดลดลง) มีสองชนิดหลักครับ
ชนิดแรก — Obstructive Sleep Apnea (OSA) หรือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น คือชนิดที่พบบ่อยที่สุด 80-90% ของผู้ป่วย Sleep Apnea ทั้งหมด เกิดจากกล้ามเนื้อคอและลิ้นคลายตัวมากเกินไปในขณะหลับ จนทางเดินหายใจถูกอุดกั้น
ชนิดที่สอง — Central Sleep Apnea (CSA) หรือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากศูนย์ควบคุม พบน้อยกว่ามาก เกิดจากสมองไม่ส่งสัญญาณให้กล้ามเนื้อหายใจทำงาน มักพบร่วมกับโรคหัวใจล้มเหลวหรือหลังจากการใช้ยาบางชนิด
บทนี้จะเน้น OSA เป็นหลัก เพราะนั่นคือสิ่งที่คนส่วนใหญ่มีและยังไม่รู้ตัว
พบบ่อยแค่ไหน?
บ่อยมากครับ และบ่อยกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด
การศึกษาในประชากรผู้ใหญ่พบว่า OSA ระดับปานกลางถึงรุนแรงพบในประมาณ 10-20% ของผู้ชายและ 5-10% ของผู้หญิง และในกลุ่มผู้สูงอายุสัดส่วนนี้สูงขึ้นไปอีกมาก¹ แต่ที่น่าตกใจกว่าคือ ผู้ป่วย OSA ส่วนใหญ่ไม่ได้รับการวินิจฉัย การศึกษาประมาณว่ามีผู้ป่วย OSA ที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัยอยู่ราว 80-90%² กล่าวคือถ้าห้องประชุมวุฒิสภาที่ผมนั่งประชุมอยู่นี้มีคน 200 คน มีโอกาสสูงมากที่จะมีคนเป็น OSA อยู่ 20-30 คน และส่วนใหญ่ไม่รู้ตัว ร่างกายทำอะไรทุกครั้งที่หยุดหายใจ นี่คือส่วนที่ทำให้เข้าใจว่าทำไม OSA ถึงอันตรายขนาดนี้ครับ
ทุกครั้งที่ทางเดินหายใจถูกอุดกั้น ออกซิเจนในเลือดลดลง สมองตรวจพบและส่งสัญญาณฉุกเฉิน ทำให้ร่างกายหลั่ง Adrenaline และ Cortisol ออกมา หัวใจจะเต้นเร็วขึ้น ความดันโลหิตพุ่งขึ้น และร่างกายสะดุ้งตื่นเพียงพอที่จะเปิดทางเดินหายใจอีกครั้ง แล้วก็กลับไปหลับ
ทั้งหมดนี้ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีจนกว่า 2 นาที และคนไข้มักจำไม่ได้เลยว่าตื่น แต่ถ้าเกิดขึ้น 30-50 ครั้งต่อชั่วโมง ตลอดคืน ผลสะสมคือ ความดันโลหิตสูงขึ้นในระยะยาวจากการกระตุ้น Sympathetic Nervous System ซ้ำ ๆ ทุกคืน หัวใจทำงานหนักผิดปกติจากความดันที่ขึ้น ๆ ลง ๆ ตลอดคืน การอักเสบเรื้อรังในหลอดเลือดจาก Stress Hormones ที่หลั่งซ้ำ ๆ การนอนหลับลึกถูกรบกวนจนแทบไม่ได้ Slow-Wave Sleep และ REM Sleep เลย และออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอซ้ำ ๆ ตลอดชีวิต³
OSA เชื่อมโยงกับโรคที่สำคัญเหล่านี้
ผลที่เพิ่งกล่าวมาไม่ได้หยุดแค่ความเหนื่อยล้า งานวิจัยพบความสัมพันธ์ที่ชัดเจนระหว่าง OSA ที่ไม่ได้รักษากับโรคสำคัญหลายอย่าง
ความดันโลหิตสูง— OSA คือหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของความดันโลหิตสูงที่ดื้อยา คือควบคุมยากแม้จะกินยาหลายชนิดแล้ว การศึกษาพบว่าผู้ป่วยความดันสูงที่ดื้อยาประมาณ 80% มี OSA ร่วมด้วย⁴
โรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง — OSA เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง และภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่เรียกว่า Atrial Fibrillation อย่างมีนัยสำคัญ⁵
เบาหวานชนิดที่ 2 — การหยุดหายใจซ้ำ ๆ ทำให้ระดับ Cortisol สูง ซึ่งเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดและลดความไวต่ออินซูลิน สัมพันธ์กับความเสี่ยงเบาหวานที่เพิ่มขึ้น⁶
ภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวล — งานวิจัยพบว่าผู้ป่วย OSA มีความชุกของภาวะซึมเศร้าสูงกว่าคนทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ และหลายกรณีที่รักษาซึมเศร้าแล้วไม่ดีขึ้น พบว่ามี OSA ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง⁷
สมองเสื่อม — มีงานวิจัยที่น่าเป็นห่วงพบว่า OSA ที่ไม่ได้รักษาสัมพันธ์กับการสะสม Beta-amyloid ในสมองเร็วขึ้น ซึ่งสัมพันธ์กับความเสี่ยงอัลไซเมอร์ในระยะยาว⁸
สัญญาณที่บอกว่าคุณอาจมี OSA
คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าตัวเองมี OSA เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นตอนหลับ แต่มีสัญญาณที่สังเกตได้ตอนตื่นและระหว่างวันดังนี้ครับ ตอนกลางคืน ได้แก่ กรนดัง โดยเฉพาะเสียงที่ดังพอให้คนข้างเตียงได้ยิน มีเสียงสะดุ้งหรือหืดขณะหลับที่คนข้างเคียงสังเกตเห็น สำลักหรือรู้สึกหายใจไม่ออกจนสะดุ้งตื่นกลางดึก ปากแห้งหรือเจ็บคอตอนตื่นนอน และปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน ซึ่งหลายคนคิดว่าเป็นเรื่องของกระเพาะปัสสาวะ แต่จริง ๆ แล้วอาจเป็นเพราะสมองตื่นซ้ำ ๆ จาก OSA
ตอนเช้าและระหว่างวัน ได้แก่ ปวดศีรษะตอนเช้าเป็นประจำ ง่วงมากระหว่างวันแม้นอนนานพอ รู้สึกเหมือนไม่ได้นอนแม้นอนครบแปดชั่วโมง สมาธิสั้น ความจำไม่ดี หงุดหงิดง่าย และหลับในขณะนั่งเฉย ๆ เช่น ในการประชุมหรือขณะขับรถ ซึ่งอันหลังนี้อันตรายมากครับ
กล่องความรู้: Epworth Sleepiness Scale — ทดสอบง่าย ๆ ที่บ้าน
แพทย์มักใช้แบบสอบถามที่ชื่อ Epworth Sleepiness Scale เพื่อประเมินความง่วงในเวลากลางวัน ให้คะแนนแต่ละสถานการณ์ต่อไปนี้ว่ามีโอกาสหลับแค่ไหน โดยให้ 0 คือไม่มีโอกาสหลับเลย 1 คือน้อย 2 คือปานกลาง และ 3 คือมาก
สถานการณ์ที่ประเมิน ได้แก่ นั่งอ่านหนังสือ ดูทีวี นั่งอยู่เฉย ๆ ในที่สาธารณะเช่นโรงภาพยนตร์ นั่งเป็นผู้โดยสารในรถนาน 1 ชั่วโมงโดยไม่หยุดพัก นอนพักตอนบ่ายเมื่อมีโอกาส นั่งคุยกับคนอื่น นั่งเฉย ๆ หลังมื้อกลางวันโดยไม่ดื่มแอลกอฮอล์ และนั่งในรถที่หยุดติดไฟแดงไม่กี่นาที
ถ้าคะแนนรวมสูงกว่า 10 แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมิน Sleep Apnea⁹
ใครเสี่ยงมากกว่าคนอื่น
ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดของ OSA ได้แก่
น้ำหนักเกินและโรคอ้วน เพราะไขมันที่สะสมรอบคอและทางเดินหายใจทำให้ช่องทางเดินหายใจแคบลง ผู้ที่มีรอบคอมากกว่า 40 เซนติเมตรในผู้ชายและมากกว่า 35 เซนติเมตรในผู้หญิงมีความเสี่ยงสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
เพศชายมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้หญิง 2-3 เท่า แต่หลังวัยหมดประจำเดือนความเสี่ยงในผู้หญิงเพิ่มขึ้นใกล้เคียงกับผู้ชายมากขึ้น อายุที่มากขึ้นเพราะกล้ามเนื้อในลำคอและทางเดินหายใจเสียความยืดหยุ่น โครงสร้างใบหน้าบางอย่าง เช่น คางเล็ก ลิ้นใหญ่ ต่อมทอนซิลโต หรือโพรงจมูกแคบ
การดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน เพราะคลายกล้ามเนื้อทางเดินหายใจมากขึ้น และประวัติครอบครัว เพราะมีองค์ประกอบทางพันธุกรรม¹⁰
วิธีตรวจวินิจฉัย — ไม่ยากอย่างที่คิด
การตรวจวินิจฉัย OSA ที่เป็นมาตรฐานคือ Polysomnography (PSG) หรือ Sleep Study ซึ่งเป็นการนอนค้างในห้องปฏิบัติการพร้อมติดเซ็นเซอร์วัดการหายใจ ออกซิเจนในเลือด คลื่นสมอง การเคลื่อนไหวของตาและขา และอัตราการเต้นของหัวใจตลอดคืน
ปัจจุบันมีทางเลือกที่สะดวกขึ้นมากคือ Home Sleep Testing (HST) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ขนาดเล็กที่ใส่กลับบ้านและนอนทดสอบในสภาพแวดล้อมของตัวเอง แม้จะตรวจได้ไม่ครอบคลุมเท่า PSG แต่เพียงพอสำหรับการวินิจฉัย OSA ในกรณีที่มีความเสี่ยงสูงและอาการชัดเจน¹¹
ถ้าคุณมีสัญญาณที่กล่าวถึงข้างต้นหรือคะแนน Epworth สูง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการส่งตรวจครับ
มีต่อ
คนข้างๆทักด่วน กรนดัง-สะดุ้งตื่นกลางดึก สัญญาณอันตราย หยุดหายใจขณะหลับ 'หมอวี'เผยพบในผู้ใหญ่สูง 20%
กล่องความรู้: Epworth Sleepiness Scale — ทดสอบง่าย ๆ ที่บ้าน