"Cinema Paradiso" - หนังที่ทำให้ผมน้ำตาไหลทุกครั้งที่ดูครับ! ย้อนอดีตไปกับโรงหนังเก่าๆ ที่หัวใจเต้นแรง


"Cinema Paradiso" - หนังที่ทำให้ผมน้ำตาไหลทุกครั้งที่ดูครับ! ย้อนอดีตไปกับโรงหนังเก่าๆ ที่หัวใจเต้นแรง

สวัสดีครับเพื่อนสมาชิกชาว Pantip ทุกท่าน วันนี้ผมอยากจะมาแชร์ความรู้สึกถึงหนังเรื่องหนึ่งที่ผูกพันและประทับใจมาตลอดชีวิตเลยครับ นั่นก็คือเรื่อง "Cinema Paradiso" ครับ เป็นหนังอิตาลีเก่าแก่ที่ผมเชื่อว่าหลายๆ คนคงเคยได้ยินชื่อ หรืออาจจะเคยดูแล้วก็เป็นได้ แต่สำหรับผมนะ การได้กลับมาดูเรื่องนี้อีกครั้ง มันเหมือนได้ย้อนวันวานกลับไปในวัยเด็กอีกครั้งเลยครับ

หนังเรื่องนี้มันเล่าเรื่องราวชีวิตของ "โตโต" เด็กชายชาวซิซิลี ที่หลงใหลในโลกของภาพยนตร์อย่างมากครับ พ่อแม่ของเขาก็ไม่ได้ใส่ใจเขาเท่าไหร่ นักบวชประจำโบสถ์ก็เหมือนจะเป็นคนเดียวที่คอยดูแลเขา แต่ชีวิตของโตโตมันเปลี่ยนไปจริงๆ ตอนที่เขาได้รู้จักกับ "อัลเฟรโด" ช่างฉายหนังประจำโรงหนังเล็กๆ ชื่อ "Paradiso" ที่เป็นเหมือนหัวใจของหมู่บ้านเลยครับ

โรงหนัง Paradiso นี่แหละครับ คือตัวเอกอีกตัวของเรื่องเลยก็ว่าได้ ภาพของโรงหนังเก่าๆ ผนังสีซีดๆ ที่มีที่นั่งบุผ้าขาดๆ เก่าๆ แต่กลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เสียงกรี๊ด เสียงปรบมือของผู้คน มันทำให้เราสัมผัสได้ถึงบรรยากาศของยุคนั้นจริงๆ ครับ ในสมัยนั้น การดูหนังมันไม่ใช่แค่ความบันเทิง แต่มันคือการรวมตัวของคนในชุมชนเลยครับ ทุกคนมานั่งดูหนังด้วยกัน หัวเราะด้วยกัน ร้องไห้ด้วยกัน มันมีความผูกพันที่หาไม่ได้ง่ายๆ ในยุคนี้แล้วนะครับ

ความสัมพันธ์ระหว่างโตโตกับอัลเฟรโดนี่แหละครับ คือแก่นสำคัญของเรื่องเลยครับ อัลเฟรโดเหมือนเป็นพ่อคนที่สองของโตโต เขาไม่ได้แค่สอนวิธีฉายหนังให้โตโต แต่เขาค่อยๆ สอนให้โตโตเข้าใจชีวิต สอนให้เขาเติบโต สอนให้เขารู้จักความรัก ความผิดหวัง และความฝันครับ ฉากที่อัลเฟรโดสอนโตโตเรื่องการฉายหนัง การใช้ชีวิต มันอบอุ่นหัวใจมากๆ เลยครับ

จำได้เลยว่าตอนเด็กๆ ผมก็เป็นคนชอบดูหนังมากครับ ไม่ได้ถึงกับหลงใหลแบบโตโต แต่ก็รู้สึกอินไปกับเรื่องราวบนจอภาพเสมอ การได้มาดู "Cinema Paradiso" มันเลยยิ่งทำให้ผมรู้สึกเชื่อมโยงกับตัวละครโตโตได้ง่ายมากๆ ครับ เราเห็นเขาโตขึ้น เห็นเขาเรียนรู้โลกใบนี้ผ่านแผ่นฟิล์ม ผมชอบฉากที่โตโตพยายามจะฉายหนังเอง หรือฉากที่เขาแอบเข้าไปดูหนังในโรงหนังตอนกลางคืน มันดูเป็นเด็กน้อยที่อยากรู้อยากเห็นจริงๆ ครับ

และแน่นอนครับ ฉากที่ผมประทับใจที่สุด และเป็นฉากที่ทำให้ผมน้ำตาไหลทุกครั้งที่ดู ก็คือฉากจบของเรื่องครับ (ขออนุญาตสปอยล์นิดนึงนะครับ ใครยังไม่เคยดู แล้วอยากเซอร์ไพรส์ ลองข้ามส่วนนี้ไปก่อนได้ครับ) หลังเวลาผ่านไปหลายปี โตโตกลับมาที่บ้านเกิดอีกครั้งเพื่อฟังสวดพระอภิธรรมอัลเฟรโด เขาได้กลับมาที่โรงหนัง Paradiso ซึ่งตอนนี้มันถูกปิดไปแล้ว และเขาได้รับม้วนฟิล์มที่อัลเฟรโดทิ้งไว้ให้เป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายครับ

เมื่อโตโตได้กลับไปดูฟิล์มม้วนนั้นในโรงหนังที่ปิดร้าง มันคือการรวมฉากจูบที่ถูกตัดออกโดยนักบวชตลอดหลายปีที่ผ่านมาครับ อัลเฟรโดรู้ว่าโตโตชอบดูฉากเหล่านี้ เลยเก็บมันไว้ให้โตโตดู เป็นเหมือนการรวมความทรงจำ ความรัก และการให้อภัยไว้ในฟิล์มม้วนเดียวครับ ฉากนั้นมันทรงพลังมากๆ ครับ ภาพของโตโตที่นั่งดูฟิล์มน้ำตาไหลไปพร้อมกับเสียงเพลงประกอบ มันสะท้อนถึงความรักในภาพยนตร์ ความรักที่อัลเฟรโดมีให้ และความทรงจำดีๆ ที่ไม่อาจลืมเลือน

ผมว่า "Cinema Paradiso" ไม่ใช่แค่หนังเกี่ยวกับโรงหนังนะครับ แต่มันคือหนังเกี่ยวกับความทรงจำเกี่ยวกับวัยเด็กเกี่ยวกับความรักเกี่ยวกับมิตรภาพ และเกี่ยวกับพลังของภาพยนตร์ที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตคนเราได้จริงๆ ครับ หนังเรื่องนี้ทำให้เราได้ย้อนคิดถึงความทรงจำเก่าๆ ของเราเองด้วยครับ นึกถึงหนังเรื่องแรกที่เราเคยดู นึกถึงโรงหนังที่เราเคยไป นึกถึงคนที่เคยไปดูหนังเป็นเพื่อนเรา มันเป็นความรู้สึกที่อบอุ่น ปนเศร้าปนสุขไปพร้อมๆ กันครับ

นักแสดงทุกคนในเรื่องก็แสดงได้ดีมากๆ ครับ โดยเฉพาะ ฟิลิปป์ นัวแรต์ ในบท อัลเฟรโด เขาถ่ายทอดความเป็นคนแก่ที่อบอุ่น ใจดี และมีความลึกซึ้งออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ส่วนนักแสดงเด็กที่เล่นเป็นโตโตตอนเด็กก็เก่งมากๆ ครับ สามารถทำให้เราเชื่อและเอาใจช่วยเขาได้ตลอดทั้งเรื่อง

ดนตรีประกอบของ Ennio Morricone ก็เป็นอีกส่วนสำคัญที่ทำให้หนังเรื่องนี้สมบูรณ์แบบครับ เพลงมันติดหูมากๆ พอได้ยินทีไรก็ทำให้นึกถึงฉากต่างๆ ในหนังได้ทันที มันช่วยเสริมอารมณ์ของเรื่องให้เข้มข้นขึ้นไปอีกครับ

สำหรับใครที่ยังไม่เคยดู "Cinema Paradiso" ผมอยากแนะนำให้ลองหามาดูกันนะครับ อาจจะรู้สึกว่ามันเป็นหนังเก่า แต่รับรองว่าคุณจะไม่ผิดหวังแน่นอนครับ มันเป็นหนังที่ดูแล้วจะทำให้คุณรู้สึกดี อิ่มเอมใจ และอาจจะทำให้น้ำตาไหลได้เหมือนผมครับ มันเป็นหนังที่ควรค่าแก่การดูซ้ำแล้วซ้ำอีกครับ

และสำหรับเพื่อนๆ ที่เคยดูแล้ว อยากจะแชร์ความรู้สึก หรือฉากที่ประทับใจในเรื่องนี้ ก็มาคุยกันได้นะครับ ผมอยากฟังความเห็นของทุกคนครับ ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตรงนี้นะครับ หวังว่ารีวิวของผมจะทำให้หลายๆ คนอยากกลับไปสัมผัสความมหัศจรรย์ของ "Cinema Paradiso" อีกครั้งนะครับ สวัสดีครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่