สวัสดีค่ะ วันนี้อยากจพมาแชร์เรื่องราวของตัวเองค่ะ
แรกเริ่มเลย เรามีความคิดจะออกจากที่ทำงานตั้งนานแล้วค่ะ ด้วยปัญหาหลายๆอย่าง ทั้งเรื่องค่าแรงที่ไม่มามากพอ และเพื่อนร่วมงานที่Toxic และนิสัยบางอย่างของหัวหน้างาน สิ่งหลายๆอย่างนี้ก็ทำให้เราเสียสุขภาพจิตจนต้องรับเข้าการรักษาจิตเวชเลยค่ะ แต่ตอนนี้ไม่ได้รักษาแล้ว ด้วยความที่เรามีความคิดนี้ เราก็พยายามหางานไว้รองรับ และประจวบเหมาะพอดีเลยค่ะ อาของเราแนะนำงานๆนึงมา ซึ่งเราก็วางแผนไว้แล้วค่ะ ว่าจะบอกหัวหน้างานตอนไหน แต่ก่อนจะออกวันเดียว เราทะเลาะกับเพื่อนร่วมงาน ขอใช้ชื่อว่า น้ำ นะคะ คือเราแค่ไม่เข้าใจเวลาเข้างานของเขาค่ะ เพราะเขาไม่บอกเราเลย แต่เขาก็สวนกลับมาและด่าเราอย่างรุนแรง อย่าคำว่า อี

ค่ะ น้ำมีนิสัยแบบนี้มานาน ขัดใจอะไรหน่อยก็ด่า แค่พิมว่าจ้า ก็โดนมองว่ากวนบาทา และโดนด่ากลับเสียๆหายๆ อยู่เยอะมากค่ะ แล้วก็บอกว่าเราเป็นพวกขี้ฟ้อง เรารู้สึกไม่ได้รับความยุติธรรมมานานค่ะ หลังจากทะเลาะกันวันนั้น เราก็ออกเลยค่ะ เพราะรู้สึกว่าทนไม่ไหวแล้ว เราก็บอกกับหัวหน้าค่ะ ว่ามันสะสมมานาน คิดมาตั้งนานแล้ว หลังจากนั้น แค่ไม่กี่ชั่วโมง น้ำก็พิมมาด่าเรา ด้วยคำพูดที่หยาบคายมากๆๆ เลยค่ะ ทั้ง

เอย แล้วยังมาบลูลี่เรื่องที่เราเคยรักษาที่จิตเวชล้อเลียนทำเหมือนเรื่องเล่นค่ะ
ส่วนด้านของเพื่อนสนิด ก็ทะเลาะกันค่ะ คือเราขอบอกก่อนนะคะ ว่าเราเคยเอาเรื่องราวของเพื่อนสนิดไปเล่าให้คนอื่นฟัง ซึ่งคนอื่นที่ว่าก็คือหัวหน้าเราเองค่ะ แล้วเราก็แอบเข้าแชทของเพื่อนค่ะ แย่มากเลยใช่มั้ยคะ เราจะบอกทีล่ะอย่างค่ะ 1) เรื่องเล่าเรื่องของเพื่อนสนิดไปเล่า แน่นอนว่าจริงค่ะ แต่ไม่ทุกเรื่องเสมอไป เพื่อนเราเขามีนิสัยอย่างนึงค่ะ ตั้งแต่เลิกกับแฟนไป เขาก็มักจะคุยกับผู้ชายหลายคนซึ่ง เขารู้จักแค่วันเดียวอีกวันนัดเจอกันเลย และหายไป กลับมาเกือบเช้า และก็มาอ้างว่าไปกับคนอื่นซึ่งคนนั้นก็เดือนร้อนเพราะโดนแม่ของเพื่อนตามมาด่าค่ะ เราก็คุย ก็เล่าให้ฟัง ว่าอยากให้มันหาคนที่ดีกว่านี้ อะไรทำนองนี้ค่ะ แต่ถึงจะพูดยังไงมันก็แย่อยู่ดีใช่มั้ยคะ เรื่องอ่านแชทคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตก็เหมือนกัน ช่วงแรกก็บังเอิญจริงๆค่ะ เพราะว่าเขาเคยเขาระบบตัวเองไว้ และมันก็ขึ้นแจ้งเตือนมา เราก็นึกว่าของเรา เลยกดเข้าไปดู ก็เจอข้อความ ที่เห็นได้ชัดเลยว่า เพื่อนเนี่ยไปทำอะไรมา กับคนที่พึ่งรู้จักแค่สองวัน เราก็ยอมรับค่ะว่ามันผิด แต่ด้วยนิสัยแบบนี้ก็อดดูไม่ได้ แต่พอรู้ว่าเขามีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้ว และเหมือนจะไม่มีใคร เราก็ไม่ได้สนใจแล้วค่ะ แล้วเราก็เอาเรื่องแฟนเก่าของเพื่อนไปเล่าให้หัวหน้าฟังจริง แน่นอนว่าเรื่องพวกนี้เพื่อนก็บอกว่าเขารู้ค่ะ เราก็ไม่ได้แก้ตัว ก็บอกไผหมปเลยค่ะ แล้วก็ขอโทษ แต่ไม่ใช่เลิกคบแค่เรื่องนี้นะคะ มันสะสมระหว่างเรามานานแล้ว ทั้งเขาและหนูก็ค่าไม่ได้สนิดกันเหมือนเดิม แถมยังมีเรื่องทะเลาะกัน และหนูก็ทราบดีค่ะว่าเขาเองก็เอาเรื่องของหนูไปคุยกับคนอื่นเหมือนกัน ซึ่งคนนั้นก็คือเพื่อนร่วมงานที่ Toxic ค่ะ เพื่อนสนิดคนนี้ก็ทำไม่ดีกับเรา ไม่รู้เขาเครียดอะไรกับที่บ้านก็จะชอบมาพาลใส่เรา พูดจาแย่ๆ พูดจาที่มันไม่ควรพูดออกมาใส่เราน่ะค่ะ สุดท้ายก็ต้องตัดเพื่อนกันไป
และที่สำคัที่สุด เพื่อนร่วมงานคนนั้นก็ยังไม่จบกับเราค่ะ แม้เราจะตอบกวนๆใส่เขา เขาก็ดูเหมือนยังเถียงต่อเราได้เรื่อยๆ จนกระทั่งจะนัดตบกับเราค่ะ แต่เราไม่ได้ว่างขนาดนั้นค่ะ และเพื่อนสนิดของเราก็ร่วมกับเขาด้วย แถมยังบอกว่าพี่มี ชาย พี่สาว มาคุ้มหัว ไม่กลัว และทักหาคนรอบตัวเราทุกคนค่ะให้ล่อเราออกมา แต่เราก็ไม่ได้ไปค่ะ ออกจะเหนื่อยที่เขาเอาแต่ทักแต่โทรืจนบล็อคไปปล้วเรียบร้อยค่ะ และเริ่มต้นใหม่
เรื่องของเรากับเพื่อนสนิดก็จบลงไปแล้ว ก็มีแต่เพื่อนร่วมงานนี่แหล่ะค่ะ ทร่ดูจะตามกัดไม่ขาด
ต้องออกจากงาน ทะเลาะกับเพื่อนร่วมงานแล้วยังตัดขาดกับเพื่อนสนิดอีก
แรกเริ่มเลย เรามีความคิดจะออกจากที่ทำงานตั้งนานแล้วค่ะ ด้วยปัญหาหลายๆอย่าง ทั้งเรื่องค่าแรงที่ไม่มามากพอ และเพื่อนร่วมงานที่Toxic และนิสัยบางอย่างของหัวหน้างาน สิ่งหลายๆอย่างนี้ก็ทำให้เราเสียสุขภาพจิตจนต้องรับเข้าการรักษาจิตเวชเลยค่ะ แต่ตอนนี้ไม่ได้รักษาแล้ว ด้วยความที่เรามีความคิดนี้ เราก็พยายามหางานไว้รองรับ และประจวบเหมาะพอดีเลยค่ะ อาของเราแนะนำงานๆนึงมา ซึ่งเราก็วางแผนไว้แล้วค่ะ ว่าจะบอกหัวหน้างานตอนไหน แต่ก่อนจะออกวันเดียว เราทะเลาะกับเพื่อนร่วมงาน ขอใช้ชื่อว่า น้ำ นะคะ คือเราแค่ไม่เข้าใจเวลาเข้างานของเขาค่ะ เพราะเขาไม่บอกเราเลย แต่เขาก็สวนกลับมาและด่าเราอย่างรุนแรง อย่าคำว่า อี
ส่วนด้านของเพื่อนสนิด ก็ทะเลาะกันค่ะ คือเราขอบอกก่อนนะคะ ว่าเราเคยเอาเรื่องราวของเพื่อนสนิดไปเล่าให้คนอื่นฟัง ซึ่งคนอื่นที่ว่าก็คือหัวหน้าเราเองค่ะ แล้วเราก็แอบเข้าแชทของเพื่อนค่ะ แย่มากเลยใช่มั้ยคะ เราจะบอกทีล่ะอย่างค่ะ 1) เรื่องเล่าเรื่องของเพื่อนสนิดไปเล่า แน่นอนว่าจริงค่ะ แต่ไม่ทุกเรื่องเสมอไป เพื่อนเราเขามีนิสัยอย่างนึงค่ะ ตั้งแต่เลิกกับแฟนไป เขาก็มักจะคุยกับผู้ชายหลายคนซึ่ง เขารู้จักแค่วันเดียวอีกวันนัดเจอกันเลย และหายไป กลับมาเกือบเช้า และก็มาอ้างว่าไปกับคนอื่นซึ่งคนนั้นก็เดือนร้อนเพราะโดนแม่ของเพื่อนตามมาด่าค่ะ เราก็คุย ก็เล่าให้ฟัง ว่าอยากให้มันหาคนที่ดีกว่านี้ อะไรทำนองนี้ค่ะ แต่ถึงจะพูดยังไงมันก็แย่อยู่ดีใช่มั้ยคะ เรื่องอ่านแชทคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตก็เหมือนกัน ช่วงแรกก็บังเอิญจริงๆค่ะ เพราะว่าเขาเคยเขาระบบตัวเองไว้ และมันก็ขึ้นแจ้งเตือนมา เราก็นึกว่าของเรา เลยกดเข้าไปดู ก็เจอข้อความ ที่เห็นได้ชัดเลยว่า เพื่อนเนี่ยไปทำอะไรมา กับคนที่พึ่งรู้จักแค่สองวัน เราก็ยอมรับค่ะว่ามันผิด แต่ด้วยนิสัยแบบนี้ก็อดดูไม่ได้ แต่พอรู้ว่าเขามีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้ว และเหมือนจะไม่มีใคร เราก็ไม่ได้สนใจแล้วค่ะ แล้วเราก็เอาเรื่องแฟนเก่าของเพื่อนไปเล่าให้หัวหน้าฟังจริง แน่นอนว่าเรื่องพวกนี้เพื่อนก็บอกว่าเขารู้ค่ะ เราก็ไม่ได้แก้ตัว ก็บอกไผหมปเลยค่ะ แล้วก็ขอโทษ แต่ไม่ใช่เลิกคบแค่เรื่องนี้นะคะ มันสะสมระหว่างเรามานานแล้ว ทั้งเขาและหนูก็ค่าไม่ได้สนิดกันเหมือนเดิม แถมยังมีเรื่องทะเลาะกัน และหนูก็ทราบดีค่ะว่าเขาเองก็เอาเรื่องของหนูไปคุยกับคนอื่นเหมือนกัน ซึ่งคนนั้นก็คือเพื่อนร่วมงานที่ Toxic ค่ะ เพื่อนสนิดคนนี้ก็ทำไม่ดีกับเรา ไม่รู้เขาเครียดอะไรกับที่บ้านก็จะชอบมาพาลใส่เรา พูดจาแย่ๆ พูดจาที่มันไม่ควรพูดออกมาใส่เราน่ะค่ะ สุดท้ายก็ต้องตัดเพื่อนกันไป
และที่สำคัที่สุด เพื่อนร่วมงานคนนั้นก็ยังไม่จบกับเราค่ะ แม้เราจะตอบกวนๆใส่เขา เขาก็ดูเหมือนยังเถียงต่อเราได้เรื่อยๆ จนกระทั่งจะนัดตบกับเราค่ะ แต่เราไม่ได้ว่างขนาดนั้นค่ะ และเพื่อนสนิดของเราก็ร่วมกับเขาด้วย แถมยังบอกว่าพี่มี ชาย พี่สาว มาคุ้มหัว ไม่กลัว และทักหาคนรอบตัวเราทุกคนค่ะให้ล่อเราออกมา แต่เราก็ไม่ได้ไปค่ะ ออกจะเหนื่อยที่เขาเอาแต่ทักแต่โทรืจนบล็อคไปปล้วเรียบร้อยค่ะ และเริ่มต้นใหม่
เรื่องของเรากับเพื่อนสนิดก็จบลงไปแล้ว ก็มีแต่เพื่อนร่วมงานนี่แหล่ะค่ะ ทร่ดูจะตามกัดไม่ขาด