ซาบ รับคำสั่งซื้อเครื่องบินรบ Gripen E/F รุ่นใหม่ของกองทัพอากาศไทย ที่จะมาพร้อมนโยบายชดเชยการนำเข้า(Offset Policy) ครอบคลุมการตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนในไทย การพัฒนาบุคลากร และการส่งเสริมอุตสาหกรรมการบินในประเทศ
กองทัพอากาศเปิดเผยในปีที่แล้วว่า ตัดสินใจซื้อเครื่องบินขับไล่โจมตี Gripen E/F รุ่นใหม่ ระยะที่ 1 จำนวน 4 ลำ มูลค่าโครงการรวม 19,500 ล้านบาท โดยดีลนี้มาพร้อมแพกเกจนโยบายชดเชยการนำเข้า ได้แก่ ระบบสื่อสารยุทธวิธีแบบ Link T ที่เชื่อมโยงได้กับทุกเหล่าทัพ การส่งเสริมอุตสาหกรรมการบินในประเทศ การลงทุน-วิจัยร่วม และโครงการพัฒนาเทคโนโลยีไซเบอร์
ซาบ เปิดเผยว่า ในโครงการ Gripen E/F ล็อตใหม่ กำลังอยู่ระหว่างการพูดคุยเรื่องนโยบายชดเชยการนำเข้า ซึ่งรวมถึงแผนการลงทุนตั้งโรงงานผลิตบางชิ้นส่วนของเครื่องบินรบรุ่นนี้ในไทย พร้อมแสวงหาความร่วมมือกับบริษัท OEM ภายในประเทศ
นายเฟรดริก ลินด์บลูม รองประธานและผู้จัดการประจำประเทศ ซาบ ประเทศไทย ระบุว่า Offset Policy ยังครอบคลุมการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทั้งทางตรง คือการฝึกอบรมให้แก่กองทัพ และทางอ้อม ผ่านความร่วมมือกับภาคการศึกษา
ประเทศไทยได้สร้างรากฐานที่แข็งแกร่งด้านระบบเฝ้าระวังทางอากาศและระบบบัญชาการและควบคุมไว้เป็นอย่างดีแล้ว โอกาสสำคัญในวันนี้คือการต่อยอดจากรากฐานดังกล่าวด้วยโซลูชันที่มีความยืดหยุ่น เชื่อมโยงการทำงานทั้งหมดเข้าด้วยกัน เพื่อรับมือกับภัยคุกคามทางอากาศในหลากหลายรูปแบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับบริบทสงครามยุคใหม่ที่โดรนและระบบต่อต้านโดรนมีบทบาทสำคัญมากยิ่งขึ้น
https://www.thansettakij.com/motor/motor/658864
SAAB เล็งผลิตชิ้นส่วน “กริฟเพน” ในไทย รับออเดอร์ใหม่
กองทัพอากาศเปิดเผยในปีที่แล้วว่า ตัดสินใจซื้อเครื่องบินขับไล่โจมตี Gripen E/F รุ่นใหม่ ระยะที่ 1 จำนวน 4 ลำ มูลค่าโครงการรวม 19,500 ล้านบาท โดยดีลนี้มาพร้อมแพกเกจนโยบายชดเชยการนำเข้า ได้แก่ ระบบสื่อสารยุทธวิธีแบบ Link T ที่เชื่อมโยงได้กับทุกเหล่าทัพ การส่งเสริมอุตสาหกรรมการบินในประเทศ การลงทุน-วิจัยร่วม และโครงการพัฒนาเทคโนโลยีไซเบอร์
ซาบ เปิดเผยว่า ในโครงการ Gripen E/F ล็อตใหม่ กำลังอยู่ระหว่างการพูดคุยเรื่องนโยบายชดเชยการนำเข้า ซึ่งรวมถึงแผนการลงทุนตั้งโรงงานผลิตบางชิ้นส่วนของเครื่องบินรบรุ่นนี้ในไทย พร้อมแสวงหาความร่วมมือกับบริษัท OEM ภายในประเทศ
นายเฟรดริก ลินด์บลูม รองประธานและผู้จัดการประจำประเทศ ซาบ ประเทศไทย ระบุว่า Offset Policy ยังครอบคลุมการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทั้งทางตรง คือการฝึกอบรมให้แก่กองทัพ และทางอ้อม ผ่านความร่วมมือกับภาคการศึกษา
ประเทศไทยได้สร้างรากฐานที่แข็งแกร่งด้านระบบเฝ้าระวังทางอากาศและระบบบัญชาการและควบคุมไว้เป็นอย่างดีแล้ว โอกาสสำคัญในวันนี้คือการต่อยอดจากรากฐานดังกล่าวด้วยโซลูชันที่มีความยืดหยุ่น เชื่อมโยงการทำงานทั้งหมดเข้าด้วยกัน เพื่อรับมือกับภัยคุกคามทางอากาศในหลากหลายรูปแบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับบริบทสงครามยุคใหม่ที่โดรนและระบบต่อต้านโดรนมีบทบาทสำคัญมากยิ่งขึ้น
https://www.thansettakij.com/motor/motor/658864