สวัสดีค่ะ 🙏 กระทู้นี้เราจะพาไปท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่ จ.นครศรีธรรมราช กันค่ะ โดยพวกเราได้มีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวและศึกษาวิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี รวมถึงสถานที่สำคัญต่าง ๆ เป็นเวลา 5 วัน 4 คืนการเดินทางครั้งนี้ไม่ได้เป็นแค่การไปเที่ยว แต่ยังเป็นการเรียนรู้นอกห้องเรียน ทั้งเรื่องประวัติศาสตร์ อาหารท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรม และการใช้ชีวิตของคนในแต่ละพื้นที่ ซึ่งทำให้พวกเราได้รับประสบการณ์ใหม่ ๆ มากมาย ในกระทู้นี้จะมาแชร์บรรยากาศการเดินทาง สถานที่ที่ได้ไป ความประทับใจ รวมถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้จากทริปครั้งนี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์และสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนที่สนใจและชอบการท่องเที่ยวนะคะ

ถ้าพร้อมแล้ว ไปเริ่มการเดินทาง 5 วัน 4 คืนของพวกเรากันเลยค่ะ
วันที่ 0 วันเดินทางจาก กรุงเทพ ไป นครศรีธรรมราช
วันนี้วันที่ 17 เมษายน 2569 เป็นวันที่พวกเราได้เริ่มเดินทางจาก กรุงเทพ ไป นครศรีธรรมราช โดยเราจะใช้วิธีการเดินทางโดยรถไฟ ก็จะมาขึ้นที่สถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ พวกเราก็จะมาถึงที่สถานีกรุงเทพอภิวัฒน์เป็นเวลาประมาณ เวลา 18.00 น. แล้วหาอะไรกินแถวสถานีก่อนขึ้นรถไฟ เพราะรถออกเวลา 19.50 น. โดยพวกเราได้ทำการซื้อรอบรถไฟตอนเย็นเพราะมีแค่รอบเดียวที่จะไป นครศรีธรรมราช โดยเราได้ทำการซื้อตั๋วแบบชั้น 2 พัดลม(ส่วนตัวแนะนำว่าให้ซื้อตั๋วแบบนอนดีกว่าโดยราคาจะสูงกว่าหน่อยเพราะจะได้เดินทางได้สะดวกสบาย)ไว้เรียบร้อยก่อนวันออกเดือนทางประมาณ 1-2 เดือน เพราะเดี๋ยวตั๋วรถไฟจะหมดก่อน

ในระหว่างการเดินทางจะมีพ่อค้าแม่ค้าเดินขายของขึ้นชื่อแต่ละจังหวัด เช่น ตอนรถไฟเข้าที่จังหวัดเพชรบุรี ก็จะมีแม่ค้ามาเดินขายขนมหม้อแกง พอเริ่มลงเข้าไปใต้ก็เริ่มมีข้าวเหนียวไก่ทอดขาย นอกจากจะขายของขึ้นชื่อก็จะมีการขายข้าวกล่องกับน้ำให้ได้เลือกซื้อด้วย แต่พวกเราไม่ได้ซื้อเพราะ ได้หาอะไรกินก่อนที่จะขึ้นรถแล้วเลยไม่ได้มารีวิวให้
วันที่1 ถึงจังหวัดนครศรีธรรมราช
วันนี้วันที่ 18 เมษายน 2569 เราได้นั่งรถไฟถึง สถานีนครศรีธรรมราช โดยที่จริงมีเพื่อนในกลุ่ม 1 คน ได้มาก่อนหน้านี้แล้วเป็นคนในพื้นที่นั้นได้มารอก่อนแล้วมาเจอกันแล้วได้พากันไปหาไรกินซื้อของเล็กน้อยก่อน หลังจากทำภารกิจเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเราได้เดินไปที่คิวรถประจำทางสองแถวซึ่งเดินไปไม่ไกลเท่าไรจากตัวสถานีรถไฟ เพื่อที่จะขึ้นรถสองแถวที่จะไปที่คีรีวง โดยค่าโดยสารต่อคนจะอยู่ที่ 40 บาท

หลังจากเดินทางมาถึงหมู่บ้านคีรีวง พวกเราก็เดินทางเข้าที่พักซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดจอดรถมากนัก บรรยากาศของหมู่บ้านเต็มไปด้วยความเงียบสงบ รายล้อมไปด้วยธรรมชาติและภูเขา แม้ในช่วงกลางวันอากาศจะค่อนข้างร้อน แต่พอเข้าสู่ช่วงเย็นอากาศกลับเย็นสบายและสดชื่นมาก
เมื่อเก็บสัมภาระและพักผ่อนกันเรียบร้อย พวกเราจึงออกมาเดินเล่นชมบรรยากาศภายในหมู่บ้าน ก่อนจะวางแผนไปเล่นน้ำที่สะพานคีรีวง โดยเช่าจักรยานจากที่พักในราคา 50 บาท เพื่อปั่นไปยังจุดเล่นน้ำ ระหว่างทางแม้อากาศจะร้อนและเส้นทางมีเนินขึ้นเขาจนแอบเหนื่อยอยู่ไม่น้อย แต่เมื่อได้ลงเล่นน้ำเย็นใสของลำธาร ก็ช่วยคลายความเหนื่อยล้าได้ทันที ถือเป็นอีกช่วงเวลาที่ทั้งสนุกและน่าประทับใจมากสำหรับทริปนี้

หลังจากเล่นน้ำที่สะพานคีรีวงกันจนหายเหนื่อย พวกเราก็ปั่นจักรยานต่อมายังอีกฝั่งหนึ่งของหมู่บ้าน ซึ่งเป็นบริเวณเขื่อนคีรีวง โดยตั้งใจว่าจะมาลองพายเรือชมธรรมชาติและสัมผัสบรรยากาศวิถีชุมชนคนแถวนี้ เมื่อเดินทางมาถึง ทางร้านเช่าเรือบอกว่าช่วงที่พวกเราเดินทางมาตรงกับฤดูร้อน ทำให้ทางเขื่อนมีการปล่อยน้ำ ส่งผลให้น้ำด้านล่างแห้งและกระแสน้ำบริเวณด้านบนค่อนข้างเชี่ยว ทางร้านจึงไม่สามารถนำเรือมาเทียบท่าให้บริการได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม ด้วยความเป็นกันเองของคนในชุมชน เจ้าของร้านจึงอนุญาตให้พวกเรานำเรือลงน้ำกันเอง พร้อมลดราคาเหลือเพียง 100 บาท จากปกติ 200 บาท แม้การพายเรือท่ามกลางกระแสน้ำจะค่อนข้างยากและต้องใช้แรงพอสมควร แต่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่สนุกและน่าจดจำ พวกเราได้สัมผัสทั้งความสวยงามของธรรมชาติ และน้ำใจของคนในชุมชนที่คอยให้ความช่วยเหลือแก่นักท่องเที่ยวอยู่เสมอ ซึ่งถือเป็นเสน่ห์สำคัญของการท่องเที่ยวที่ทำให้การเดินทางครั้งนี้มีความหมายมากยิ่งขึ้น หลังจากพายเรือเสร็จ พวกเราจึงกลับขึ้นฝั่งและปั่นจักรยานกลับที่พักเพื่ออาบน้ำและพักผ่อน ก่อนจะออกมาหาอาหารพื้นถิ่นรับประทานในมื้อเย็น
ในเมื้อเย็นเราได้ออกไปร้านอาหารใกล้ๆที่พัก โดยที่เราได้สั่งเป็น แกงส้ม(ภาคใต้) กับ ไข่เจียว แล้วส่วนแต่ละคนก็สั่งอาหารตามสั่งมากินของแต่ละคนมากินคู่กับกับข้าว โดยพวกเราส่วนใหญ่เป็นคนใต้อยู่แล้วเลยคุ้นชินและชอบรสชาติของแกงส้มของภาคใต้อยู่แล้ว เลยสั่งมาเพื่อให้เพื่อนคนภาคกลางลองกินเพราะเขาไม่เคยกินมาก่อน เลยได้ชิมไปเขาบอกว่ารสชาติไม่เหมือนของภาคกลางที่เขาเคยกิน แต่ก็รสชาติอร่อยนะยิ่งกินกันกับของทอดยิ่งอร่อยเข้าไปอีกเลยได้สั่งไข่เจียวมากินคู่กันด้วย แล้วหลังกินข้าวอิ่มกันเรียบร้อยก็กลับมาที่พักเพื่อที่จะเตรียมตัวนอน
วันที่2 เที่ยวคาเฟ่ก่อนกลับเข้าเมือง
วันนี้วันที่ 19 เมษายน 2569 วันนี้เป็นวันที่พวกเราจะต้องออกจากคีรีวงแต่พวกเรายังมีเวลาเหลืออยู่ เลยพวกเราได้ออกจากที่พักโดยปั่นจักรยานไปที่ “กลุ่มมัดย้อมสีธรรมชาติบ้านคีรีวง” แต่ในช่วงที่ไปค่อนข้างเงียบเพราะในช่วงเวลานั้นทุกคนไปเที่ยวต่างจังหวัดเพราะวันสงกรานต์ เลยไม่ค่อยมีคนจากที่ปกติจะมีคนเยอะมาก จะเป็นร้านขายสินค้าที่ทำมาจากธรรมชาติ สีจากเปลือกผลไม้ มาทำเป็นลวดลายและการย้อมสี
พวกเราเลยปั่นไปอีกที่หนึ่งคือ “กลุ่มบ้านสมุนไพรคีรีวง” เป็นหนึ่งจดที่มีการขายของฝากผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร เช่น ชาเลือดมงกร อัญชันตากแห้ง น้ำมังคุด และอีกผิตภัณอื่นๆอีกมากมาย ส่วนข้างหลัง กลุ่มบ้านสมุนไพรคีรีวง ติดลำธารที่สามารถให้อาหารปลาได้เลย และที่นั่นมีคาเฟ่ให้ซื้อชากาแฟด้วย พวกเราก็ได้ซื้อกาแฟนั่งชิวชมธรรมชาติ ของคีรีวงก่อนกลับ จนพวกเราได้นั่งชมบรรยากาศเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเราได้ปั่นจักรยานกลับไปที่ป้ายที่สะพานข้างที่เป็นจุดเช็คอินคีรีวง
หลังจากใช้เวลาเที่ยวและพักผ่อนกันอย่างเต็มที่ พวกเราก็กลับเข้าที่พักเพื่ออาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า และจัดเก็บสัมภาระ ก่อนจะเช็กเอาต์ออกจากที่พัก จากนั้นจึงเดินไปยังจุดรอรถสองแถวเพื่อเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองนครศรีธรรมราช
เมื่อรถสองแถวมาถึง พวกเราก็ออกเดินทางเข้าเมือง และได้แวะรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านไทยโอชา ซึ่งเป็นร้านข้าวหมกไก่ชื่อดังประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช รสชาติอร่อยและเป็นอีกหนึ่งร้านอาหารพื้นถิ่นที่อยากแนะนำให้ใครที่มีโอกาสมาเที่ยวจังหวัดนี้ได้ลองมาชิมกัน

⭐⭐⭐⭐⭐ไทยโอชา ร้านเด็ดนครศรีธรรมราช ใครมาไม่กินถือว่าพลาด โดยส่วนตัวเป็นคนไม่ค่อยชอบทานข้าวหมกไก่ แต่มาใต้ทั้งทีเลยลองสักหน่อย กินไปคำแรกร้องว้าวว ข้าวร้อนมาก แฮ่! อร่อยมากกก ถ้ามีโอกาสอยากให้ทุกคนลองสิ่งนี้
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ พวกเราจึงเดินทางต่อด้วยรถสองแถวสายจากตัวเมืองนครศรีธรรมราชไปยังอำเภอทุ่งสง โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนที่รถจะมาจอดบริเวณหน้าสถานีรถไฟชุมทางทุ่งสง ซึ่งที่พักของพวกเราก็อยู่ไม่ไกลจากสถานี ทำให้สามารถเดินไปเช็กอินได้อย่างสะดวก
เมื่อเข้าที่พักเรียบร้อย พวกเราก็ขึ้นไปเก็บของและอาบน้ำพักผ่อน ก่อนจะออกมาหาอาหารเย็นรับประทาน ซึ่งในช่วงนั้นบริเวณใกล้ที่พักมีการจัดงานตลาดนัดสงกรานต์ ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น พวกเราได้เดินเลือกซื้อขนมและของกินเล่นจากร้านค้าภายในตลาด รวมถึงรับประทานอาหารตามสั่งในบริเวณนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ได้สัมผัสวัฒนธรรมการใช้ชีวิตของชุมชนอย่างใกล้ชิด หลังจากนั้นพวกเราก็รีบกลับเข้าที่พักเพื่อพักผ่อนและเข้านอนแต่หัวค่ำ เนื่องจากในเช้าวันถัดไป พวกเรามีแผนจะตื่นแต่เช้าเพื่อไปซื้อวัตถุดิบที่ตลาดโต้รุ่ง สำหรับนำขึ้นไปประกอบอาหารบนยอดเขาเหมน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญของการเดินทางในวันต่อไป
ต่อด้านล่าง
[CR] นครศรีธรรมราช 5 วัน 4 คืน จากคีรีวงศ์ สู่ ยอดเขาเหมน
ถ้าพร้อมแล้ว ไปเริ่มการเดินทาง 5 วัน 4 คืนของพวกเรากันเลยค่ะ
วันที่ 0 วันเดินทางจาก กรุงเทพ ไป นครศรีธรรมราช
วันนี้วันที่ 17 เมษายน 2569 เป็นวันที่พวกเราได้เริ่มเดินทางจาก กรุงเทพ ไป นครศรีธรรมราช โดยเราจะใช้วิธีการเดินทางโดยรถไฟ ก็จะมาขึ้นที่สถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ พวกเราก็จะมาถึงที่สถานีกรุงเทพอภิวัฒน์เป็นเวลาประมาณ เวลา 18.00 น. แล้วหาอะไรกินแถวสถานีก่อนขึ้นรถไฟ เพราะรถออกเวลา 19.50 น. โดยพวกเราได้ทำการซื้อรอบรถไฟตอนเย็นเพราะมีแค่รอบเดียวที่จะไป นครศรีธรรมราช โดยเราได้ทำการซื้อตั๋วแบบชั้น 2 พัดลม(ส่วนตัวแนะนำว่าให้ซื้อตั๋วแบบนอนดีกว่าโดยราคาจะสูงกว่าหน่อยเพราะจะได้เดินทางได้สะดวกสบาย)ไว้เรียบร้อยก่อนวันออกเดือนทางประมาณ 1-2 เดือน เพราะเดี๋ยวตั๋วรถไฟจะหมดก่อน
ในระหว่างการเดินทางจะมีพ่อค้าแม่ค้าเดินขายของขึ้นชื่อแต่ละจังหวัด เช่น ตอนรถไฟเข้าที่จังหวัดเพชรบุรี ก็จะมีแม่ค้ามาเดินขายขนมหม้อแกง พอเริ่มลงเข้าไปใต้ก็เริ่มมีข้าวเหนียวไก่ทอดขาย นอกจากจะขายของขึ้นชื่อก็จะมีการขายข้าวกล่องกับน้ำให้ได้เลือกซื้อด้วย แต่พวกเราไม่ได้ซื้อเพราะ ได้หาอะไรกินก่อนที่จะขึ้นรถแล้วเลยไม่ได้มารีวิวให้
วันที่1 ถึงจังหวัดนครศรีธรรมราช
วันนี้วันที่ 18 เมษายน 2569 เราได้นั่งรถไฟถึง สถานีนครศรีธรรมราช โดยที่จริงมีเพื่อนในกลุ่ม 1 คน ได้มาก่อนหน้านี้แล้วเป็นคนในพื้นที่นั้นได้มารอก่อนแล้วมาเจอกันแล้วได้พากันไปหาไรกินซื้อของเล็กน้อยก่อน หลังจากทำภารกิจเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเราได้เดินไปที่คิวรถประจำทางสองแถวซึ่งเดินไปไม่ไกลเท่าไรจากตัวสถานีรถไฟ เพื่อที่จะขึ้นรถสองแถวที่จะไปที่คีรีวง โดยค่าโดยสารต่อคนจะอยู่ที่ 40 บาท
หลังจากเดินทางมาถึงหมู่บ้านคีรีวง พวกเราก็เดินทางเข้าที่พักซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดจอดรถมากนัก บรรยากาศของหมู่บ้านเต็มไปด้วยความเงียบสงบ รายล้อมไปด้วยธรรมชาติและภูเขา แม้ในช่วงกลางวันอากาศจะค่อนข้างร้อน แต่พอเข้าสู่ช่วงเย็นอากาศกลับเย็นสบายและสดชื่นมาก
เมื่อเก็บสัมภาระและพักผ่อนกันเรียบร้อย พวกเราจึงออกมาเดินเล่นชมบรรยากาศภายในหมู่บ้าน ก่อนจะวางแผนไปเล่นน้ำที่สะพานคีรีวง โดยเช่าจักรยานจากที่พักในราคา 50 บาท เพื่อปั่นไปยังจุดเล่นน้ำ ระหว่างทางแม้อากาศจะร้อนและเส้นทางมีเนินขึ้นเขาจนแอบเหนื่อยอยู่ไม่น้อย แต่เมื่อได้ลงเล่นน้ำเย็นใสของลำธาร ก็ช่วยคลายความเหนื่อยล้าได้ทันที ถือเป็นอีกช่วงเวลาที่ทั้งสนุกและน่าประทับใจมากสำหรับทริปนี้
หลังจากเล่นน้ำที่สะพานคีรีวงกันจนหายเหนื่อย พวกเราก็ปั่นจักรยานต่อมายังอีกฝั่งหนึ่งของหมู่บ้าน ซึ่งเป็นบริเวณเขื่อนคีรีวง โดยตั้งใจว่าจะมาลองพายเรือชมธรรมชาติและสัมผัสบรรยากาศวิถีชุมชนคนแถวนี้ เมื่อเดินทางมาถึง ทางร้านเช่าเรือบอกว่าช่วงที่พวกเราเดินทางมาตรงกับฤดูร้อน ทำให้ทางเขื่อนมีการปล่อยน้ำ ส่งผลให้น้ำด้านล่างแห้งและกระแสน้ำบริเวณด้านบนค่อนข้างเชี่ยว ทางร้านจึงไม่สามารถนำเรือมาเทียบท่าให้บริการได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม ด้วยความเป็นกันเองของคนในชุมชน เจ้าของร้านจึงอนุญาตให้พวกเรานำเรือลงน้ำกันเอง พร้อมลดราคาเหลือเพียง 100 บาท จากปกติ 200 บาท แม้การพายเรือท่ามกลางกระแสน้ำจะค่อนข้างยากและต้องใช้แรงพอสมควร แต่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่สนุกและน่าจดจำ พวกเราได้สัมผัสทั้งความสวยงามของธรรมชาติ และน้ำใจของคนในชุมชนที่คอยให้ความช่วยเหลือแก่นักท่องเที่ยวอยู่เสมอ ซึ่งถือเป็นเสน่ห์สำคัญของการท่องเที่ยวที่ทำให้การเดินทางครั้งนี้มีความหมายมากยิ่งขึ้น หลังจากพายเรือเสร็จ พวกเราจึงกลับขึ้นฝั่งและปั่นจักรยานกลับที่พักเพื่ออาบน้ำและพักผ่อน ก่อนจะออกมาหาอาหารพื้นถิ่นรับประทานในมื้อเย็น
ในเมื้อเย็นเราได้ออกไปร้านอาหารใกล้ๆที่พัก โดยที่เราได้สั่งเป็น แกงส้ม(ภาคใต้) กับ ไข่เจียว แล้วส่วนแต่ละคนก็สั่งอาหารตามสั่งมากินของแต่ละคนมากินคู่กับกับข้าว โดยพวกเราส่วนใหญ่เป็นคนใต้อยู่แล้วเลยคุ้นชินและชอบรสชาติของแกงส้มของภาคใต้อยู่แล้ว เลยสั่งมาเพื่อให้เพื่อนคนภาคกลางลองกินเพราะเขาไม่เคยกินมาก่อน เลยได้ชิมไปเขาบอกว่ารสชาติไม่เหมือนของภาคกลางที่เขาเคยกิน แต่ก็รสชาติอร่อยนะยิ่งกินกันกับของทอดยิ่งอร่อยเข้าไปอีกเลยได้สั่งไข่เจียวมากินคู่กันด้วย แล้วหลังกินข้าวอิ่มกันเรียบร้อยก็กลับมาที่พักเพื่อที่จะเตรียมตัวนอน
วันที่2 เที่ยวคาเฟ่ก่อนกลับเข้าเมือง
วันนี้วันที่ 19 เมษายน 2569 วันนี้เป็นวันที่พวกเราจะต้องออกจากคีรีวงแต่พวกเรายังมีเวลาเหลืออยู่ เลยพวกเราได้ออกจากที่พักโดยปั่นจักรยานไปที่ “กลุ่มมัดย้อมสีธรรมชาติบ้านคีรีวง” แต่ในช่วงที่ไปค่อนข้างเงียบเพราะในช่วงเวลานั้นทุกคนไปเที่ยวต่างจังหวัดเพราะวันสงกรานต์ เลยไม่ค่อยมีคนจากที่ปกติจะมีคนเยอะมาก จะเป็นร้านขายสินค้าที่ทำมาจากธรรมชาติ สีจากเปลือกผลไม้ มาทำเป็นลวดลายและการย้อมสี
พวกเราเลยปั่นไปอีกที่หนึ่งคือ “กลุ่มบ้านสมุนไพรคีรีวง” เป็นหนึ่งจดที่มีการขายของฝากผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร เช่น ชาเลือดมงกร อัญชันตากแห้ง น้ำมังคุด และอีกผิตภัณอื่นๆอีกมากมาย ส่วนข้างหลัง กลุ่มบ้านสมุนไพรคีรีวง ติดลำธารที่สามารถให้อาหารปลาได้เลย และที่นั่นมีคาเฟ่ให้ซื้อชากาแฟด้วย พวกเราก็ได้ซื้อกาแฟนั่งชิวชมธรรมชาติ ของคีรีวงก่อนกลับ จนพวกเราได้นั่งชมบรรยากาศเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเราได้ปั่นจักรยานกลับไปที่ป้ายที่สะพานข้างที่เป็นจุดเช็คอินคีรีวง
หลังจากใช้เวลาเที่ยวและพักผ่อนกันอย่างเต็มที่ พวกเราก็กลับเข้าที่พักเพื่ออาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า และจัดเก็บสัมภาระ ก่อนจะเช็กเอาต์ออกจากที่พัก จากนั้นจึงเดินไปยังจุดรอรถสองแถวเพื่อเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองนครศรีธรรมราช
เมื่อรถสองแถวมาถึง พวกเราก็ออกเดินทางเข้าเมือง และได้แวะรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านไทยโอชา ซึ่งเป็นร้านข้าวหมกไก่ชื่อดังประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช รสชาติอร่อยและเป็นอีกหนึ่งร้านอาหารพื้นถิ่นที่อยากแนะนำให้ใครที่มีโอกาสมาเที่ยวจังหวัดนี้ได้ลองมาชิมกัน
⭐⭐⭐⭐⭐ไทยโอชา ร้านเด็ดนครศรีธรรมราช ใครมาไม่กินถือว่าพลาด โดยส่วนตัวเป็นคนไม่ค่อยชอบทานข้าวหมกไก่ แต่มาใต้ทั้งทีเลยลองสักหน่อย กินไปคำแรกร้องว้าวว ข้าวร้อนมาก แฮ่! อร่อยมากกก ถ้ามีโอกาสอยากให้ทุกคนลองสิ่งนี้
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ พวกเราจึงเดินทางต่อด้วยรถสองแถวสายจากตัวเมืองนครศรีธรรมราชไปยังอำเภอทุ่งสง โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนที่รถจะมาจอดบริเวณหน้าสถานีรถไฟชุมทางทุ่งสง ซึ่งที่พักของพวกเราก็อยู่ไม่ไกลจากสถานี ทำให้สามารถเดินไปเช็กอินได้อย่างสะดวก
เมื่อเข้าที่พักเรียบร้อย พวกเราก็ขึ้นไปเก็บของและอาบน้ำพักผ่อน ก่อนจะออกมาหาอาหารเย็นรับประทาน ซึ่งในช่วงนั้นบริเวณใกล้ที่พักมีการจัดงานตลาดนัดสงกรานต์ ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น พวกเราได้เดินเลือกซื้อขนมและของกินเล่นจากร้านค้าภายในตลาด รวมถึงรับประทานอาหารตามสั่งในบริเวณนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ได้สัมผัสวัฒนธรรมการใช้ชีวิตของชุมชนอย่างใกล้ชิด หลังจากนั้นพวกเราก็รีบกลับเข้าที่พักเพื่อพักผ่อนและเข้านอนแต่หัวค่ำ เนื่องจากในเช้าวันถัดไป พวกเรามีแผนจะตื่นแต่เช้าเพื่อไปซื้อวัตถุดิบที่ตลาดโต้รุ่ง สำหรับนำขึ้นไปประกอบอาหารบนยอดเขาเหมน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญของการเดินทางในวันต่อไป
ต่อด้านล่าง
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้