วิกฤติหนัก! เกาหลีใต้ ร้านกาแฟปิดตัว 50% Market Saturation กำลังมา! [ThaiFranchise Today]

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

ประเทศที่กำลังเจอ “วิกฤติร้านกาแฟ” หนักที่สุด ไม่ใช่สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, จีน, ญี่ปุ่น แต่คือ เกาหลีใต้ ตลาดกาแฟ อาจไม่ใช่โอกาสสำหรับทุกคน แต่อาจเป็นหลุมพลางทางธุรกิจที่อันตรายที่สุดในยุคนี้

“สงครามราคา” วิกฤตธุรกิจร้านกาแฟในเกาหลีใต้

วิกฤติกาแฟของเกาหลีใต้ในปี 2026 กลุ่มที่น่าเป็นห่วงและปิดตัวมากที่สุดไม่ใช่แบรนด์ยักษ์ใหญ่แต่เป็นกลุ่มระดับ กลาง – ล่าง โดยเฉพาะร้านกาแฟในเกาหลีที่มีรายได้ต่ำกว่า 100 ล้านวอนต่อปี (ประมาณ 2.7 ล้านบาท) มีโอกาสอยู่รอดได้น้อยมาก

อันเนื่องจากเมื่อหักลบค่าเช่าและค่าแรงในเกาหลี ที่มีสัดส่วนสูงถึง 60-70% ของร้าน รายได้ที่จะกลายมาเป็นกำไรแทบไม่เหลือ สัญญาณเตือนของวิกฤติเริ่มปรากฏตั้งแต่ปี 2014 ซึ่งเป็นปีที่มีจำนวนร้านกาแฟพุ่งสูงขึ้นกว่า 140% เมื่อเทียบกับปี 2009 ตลาดเริ่มเข้าสู่ภาวะ คนขายมากกว่าคนซื้อ  แบรนด์แฟรนไชส์เริ่มแย่งลูกค้ากันเองในพื้นที่เดียวกัน

ต่อเนื่องมาถึงปี 2019 ที่มีร้านกาแฟในโซลมากกว่า 15,000 แห่ง แม้ว่าความต้องการสินค้าจะยังสูง แต่กำไรต่อร้านเริ่มลดลง เพราะค่าเช่าที่พุ่งขึ้นมากตามความนิยมของย่านนั้นๆ กระทั่งในปี 2023 ที่เป็นวิกฤติจริง อันมีเหตุจากภาวะเงินเฟ้อ

ภาวะเงินเฟ้อทำให้ต้นทุนเมล็ดกาแฟและค่าแรงพุ่งสูงขึ้นมาก ขณะที่ผู้บริโภคเริ่มประหยัดเงิน นำไปสู่การเกิดสงครามราคา

และที่ได้รับผลกระทบหนักสุดคือพวกร้านกาแฟขนาดเล็กที่มีตัวเลขบอกว่าร้านกลุ่มนี้อายุขัยของร้านแค่ 2.9 ปี ซึ่งสัมพันธ์กับสัญญาเช่าที่ + เงินทุนสำรอง เพราะในเกาหลีใต้สัญญาเช่าเชิงพาณิชย์มักจะเริ่มที่ 2 ปี เมื่อเข้าสู่ปีที่ 3 เจ้าของที่มักจะขอขึ้นค่าเช่าตามความนิยมของย่านนั้นๆ ร้านที่ทำกำไรน้อยจึงมักตัดสินใจปิดตัวลงในช่วงนี้เพราะสู้ค่าเช่าใหม่ไม่ไหว

และการที่แบรนด์ใหญ่หรือธุรกิจที่มีอำนาจต่อรองสูงกว่าย่อมได้เปรียบกว่าในเรื่องต้นทุนวัตถุดิบ ก็เป็นผลโดยตรงที่ทำให้สู้ราคาไม่ได้ และบางครั้งธุรกิจที่มีขนาดใหญ่กว่า ใช้กลยุทธ์ตั้งร้านดักหน้า-ดักหลังร้านกาแฟขนาดเล็กที่กำลังดัง เพื่อดึงลูกค้าด้วยโปรโมชั่นที่ร้านเล็กๆ ไม่สามารถใช้กลยุทธ์แบบนั้นแข่งขันได้ ก็ยิ่งมีผลกระทบต่อเรื่องรายได้มากขึ้น

รวมถึงอีกปัญหาที่สำคัญคือการที่ลูกค้า 1 คน สั่งกาแฟ 1 แก้ว ประมาณ 120 บาท แต่นั่งใช้โน้ตบุ๊กและชาร์จไฟนาน 3-4 ชั่วโมง ร้านขนาดเล็กที่มีที่นั่งจำกัดเพียง 4-5 โต๊ะ ไม่สามารถทำยอดขายให้คุ้มค่าไฟและค่าแรงดังกล่าวได้

วิเคราะห์ “ร้านกาแฟ” เมืองไทยมีโอกาส “วิกฤติ” แค่ไหน

พฤติกรรมของลูกค้ากาแฟในเมืองไทยปัจจุบันเน้น ความเร็ว - ราคาถูก - เข้าถึงง่าย ต้องยอมรับในส่วนหนึ่งว่า ร้านกาแฟในเกาหลีใต้อยู่ได้ด้วย ปริมาณ (Volume) คือต้องขายให้ได้จำนวนแก้วมากๆเพื่อจ่ายค่าเช่าที่แพง

ส่วนร้านกาแฟในไทยอยู่ได้ด้วย ไลฟ์สไตล์ (Lifestyle) ที่ดึงดูดให้คนยอมจ่ายราคาต่อแก้วที่สูงขึ้นเพื่อแลกกับความแปลกใหม่ ความคุ้มค่า ถ้าถามว่าจะวิกฤติไหม? คำตอบคือน่าจะยัง แต่ก็ต้องยอมรับว่าถ้าร้านไหนปรับตัวช้า ไม่ก้าวตามเทคโนโลยีและพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไป ไม่มีการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี ก็อาจจะเกิดวิกฤติได้เช่นกัน

เพราะต้องไม่ลืมว่าทุกวันนี้เราไม่ได้จะสู้กับแค่แบรนด์ไทย แบรนด์อย่าง Luckin Coffee และ Cotti Coffee ก็เลือกตลาดเมืองไทยในการเป็นฐานเพื่อขยายตัวสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำคัญคือเรื่องทำเลเช่นการที่หลายแบรนด์เริ่มเข้าไปตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ปกติร้านกาแฟเข้าไม่ถึง เช่น ทางเชื่อมรถไฟฟ้า, ใต้ตึกออฟฟิศขนาดเล็ก, หรือแม้แต่ในล็อบบี้คอนโด

โดยใช้พื้นที่เพียง 3-5 ตารางเมตรในการเปิดร้าน หรือบางสาขาก็เริ่มมีการนำแขนกลหุ่นยนต์ มาช่วยชง (Robot Barista) เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนแรงงานและควบคุมมาตรฐานรสชาติให้คงที่ 100% ซึ่งช่วยลดต้นทุนค่าแรงในระยะยาว  

หรือยกตัวอย่างที่น่าสนใจคือการที่พันธุ์ไทยใช้กลยุทธ์งฐานลูกค้าสมาชิกบัตร Max Card จากปั๊ม PT มาใช้สิทธิประโยชน์ในร้านกาแฟ ซึ่งเป็นโมเดลที่แข็งแกร่งและทำให้ได้เปรียบพวกแบรนด์จากต่างชาติที่ต้องมานับหนึ่งใหม่ในการหาลูกค้า

อย่างไรก็ดีสิ่งที่ต้องระวังให้ดีคือการบริหารจัดการต้นทุนเดลิเวอรี่ ที่แม้จะเป็นช่องการขายที่เพิ่มรายได้มาก บางร้านมียอดขายมากกว่า วันละ 100-200 แก้วแต่เมื่อหัก GP 30% + ค่าโฆษณา + ค่าแก้ว/ถุง/หลอด กำไรสุทธิเหลือเพียงแก้วละ 5-8 บาท

หากมีต้นทุนค่าเช่าที่สูงหรือต้นทุนวัตถุดิบอื่นๆที่แพงจะทำให้มีกำไรเหลือน้อยหรือแทบไม่มีเลย ทางออกที่ดีที่สุดคือการสร้างจุดเด่นให้หน้าร้านเป็นช่องทางขายที่มีรายได้มากขึ้นจะได้ รวมถึงการพัฒนาโมเดลธุรกิจให้แข็งแกร่งโดยเฉพาะการใช้ระบบแฟรนไชส์ในการขยายสาขา
.
.
Cr. https://www.youtube.com/watch?v=BV69F5BL9b8
ที่มา : ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่