โรงน้ำแข็ง ธุรกิจบ้าน ๆ ที่มีปราการธุรกิจไม่ธรรมดา

โรงน้ำแข็ง ธุรกิจบ้าน ๆ ที่มีปราการธุรกิจไม่ธรรมดา

ชีวิตประจำวันของคนไทย เวลาเดินเข้าร้านอาหารตามสั่ง ร้านส้มตำปากซอย ร้านกาแฟรถเข็น หรือแม้แต่ร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทาง

สิ่งแรกที่มักถูกยกมาวางบนโต๊ะ เพื่อดับกระหายและตอบโจทย์เมืองร้อนได้ดีที่สุด อาจไม่ใช่อาหาร แต่คือ น้ำแข็ง

เมื่อมองเข้าไปลึก ๆ เบื้องหลังก็คือ โรงน้ำแข็ง ธุรกิจที่มีสินค้าหน้าตาเหมือนกันแทบทุกเจ้า โมเดลแทบไม่ต่างกัน จนดูเหมือนว่าใคร ๆ ก็สามารถเข้ามาแข่งได้

และธุรกิจนี้มักจะเป็นเจ้าเดิมหน้าเดิม ที่อยู่คู่กับท้องถิ่นประจำอำเภอ ตำบล หรือจังหวัดมาอย่างยาวนาน

แล้วอะไร ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังธุรกิจบ้าน ๆ แต่ขาดไม่ได้นี้ ?


ถ้าพูดถึงโรงน้ำแข็ง หลายคนอาจคิดว่า ต้นทุนหลักของธุรกิจนี้คือ น้ำ เพราะน้ำแข็งก็คือน้ำ และน้ำเป็นวัตถุดิบที่ไม่ได้แพงมาก

แต่ความจริงแล้ว ตัวละครหลักจริง ๆ ในธุรกิจโรงน้ำแข็ง คือ ค่าไฟฟ้าและค่าน้ำมัน

เพราะการทำน้ำแข็งไม่ได้จบแค่การเปิดเครื่องแล้วรอให้น้ำแข็งตัว

โรงงานต้องเดินเครื่องทำความเย็น ต้องรักษาอุณหภูมิ
ต้องเก็บสินค้าในห้องเย็น ต้องผลิตต่อเนื่อง เพื่อให้ทันรอบส่งของในแต่ละวัน

พูดง่าย ๆ คือ โรงน้ำแข็งเป็นธุรกิจที่มีต้นทุนคงที่สูง
ไม่ว่าจะขายดีหรือขายไม่ดี เครื่องจักร ค่าเสื่อม ค่าแรง รถส่งของ และค่าไฟฟ้า ก็ยังเป็นค่าใช้จ่ายที่รออยู่ทุกเดือน

บวกด้วยธรรมชาติของธุรกิจ ที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง

เพราะการจะตั้งโรงน้ำแข็งสักแห่ง ไม่ได้จ่ายแค่ค่าเครื่องจักรผลิตน้ำแข็งเท่านั้น แต่ยังต้องลงทุนกับระบบห้องเย็นขนาดใหญ่เพื่อสต๊อกของ ระบบกรองน้ำ ไปจนถึงกองทัพรถขนส่งที่รองรับการกระจายสินค้า

ซึ่งมันคือ เงินจมก้อนใหญ่ที่ต้องใช้เวลาคืนทุนนานหลายปี

กลายเป็นกำแพงแรกที่กั้นให้คู่แข่งเข้ามายาก

มากกว่านั้น โรงน้ำแข็งเจ้าเดิมมักจะใช้วิธีคือ การวางตู้แช่และถังน้ำแข็ง ให้ร้านค้าใช้ฟรี เพื่อแลกกับการผูกขาดส่งน้ำแข็งเพียงเจ้าเดียว ทำให้เจ้าใหม่เข้าถึงตัวลูกค้าได้ยาก

นอกจากนี้ ธุรกิจนี้ยังต้องรับมือกับปัญหาเรื่องแรงงาน เนื่องจากเนื้องานแบกหามของหนัก ที่ต้องใช้ร่างกายและความอดทนเป็นอย่างมาก

สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือ น้ำแข็งเป็นสินค้าที่แทบไม่แตกต่างกัน

ถ้าเป็นกาแฟ ร้านหนึ่งอาจบอกว่าตัวเองผสมเมล็ดกาแฟดีกว่า
ถ้าเป็นข้าวมันไก่ ร้านหนึ่งอาจบอกว่าน้ำจิ้มเด็ดกว่า
ถ้าเป็นเสื้อผ้า แบรนด์หนึ่งอาจขายดิไซน์และภาพลักษณ์

แต่น้ำแข็งทั่วไป เมื่อใส่ลงแก้วแล้วละลาย สุดท้ายมันก็คือน้ำเหมือนกัน

ในทางเศรษฐศาสตร์ สินค้าแบบนี้เรียกว่า Commodity คือสินค้าที่ผู้บริโภคมองว่า แต่ละเจ้าทดแทนกันได้

ถ้าน้ำแข็งของโรงงาน A กับโรงงาน B เย็นเหมือนกัน สะอาดเหมือนกัน และราคาใกล้กัน ร้านอาหารจำนวนมากก็ไม่ได้มีเหตุผลมากพอที่จะยอมจ่ายให้กับน้ำแข็งที่แพงกว่า

คำถามจึงไม่ใช่ว่า ใครทำน้ำแข็งได้อร่อยกว่า
แต่คำถามคือ ใครส่งได้เร็วกว่า ใครส่งได้ตรงเวลากว่า ใครอยู่ใกล้ร้านค้ามากกว่า

และใครทำให้ร้านอาหารไม่ต้องกังวลว่าวันนี้น้ำแข็งจะหมด

ลองนึกภาพร้านอาหารตามสั่งร้านหนึ่ง

ตอนเที่ยง ลูกค้าเต็มร้าน น้ำแข็งในถังเริ่มเหลือน้อย เด็กเสิร์ฟโทรหาโรงน้ำแข็งให้มาส่งเพิ่ม ถ้าโรงน้ำแข็งเจ้าแรกมาถึงใน 20 นาที แต่เจ้าใหม่ที่ถูกกว่ากระสอบละไม่กี่บาท ต้องรอ 1 ชั่วโมง

ร้านอาหารจะเลือกใคร ?

คำตอบส่วนใหญ่อาจไม่ใช่เจ้าที่ถูกที่สุด แต่เป็นเจ้าที่ไว้ใจได้ที่สุด

นี่คือหัวใจสำคัญของธุรกิจโรงน้ำแข็ง

ซึ่งการทำกำไรของธุรกิจนี้ ไม่ได้อยู่ในก้อนน้ำแข็งอย่างเดียว แต่อยู่ในเส้นทางรถส่งน้ำแข็ง

เพราะน้ำแข็งเป็นสินค้าที่แพ้ระยะทาง ยิ่งวิ่งไกล ต้นทุนยิ่งเพิ่ม ค่าน้ำมันเพิ่ม ค่าแรงเพิ่ม เวลาส่งเพิ่ม และที่สำคัญน้ำแข็งละลายมากขึ้น

ความหนาแน่นของจุดส่ง จึงเป็นตัวแปรสำคัญในการสร้างอัตรากำไร ยิ่งรถหนึ่งคันวิ่งระยะทางสั้น แต่ส่งได้หลายร้านในคราวเดียว อัตรากำไรจะยิ่งดีขึ้น

ซึ่งโรงน้ำแข็งในท้องถิ่นหนึ่ง อาจไม่ได้กลัวโรงน้ำแข็งจากอีกถิ่นมากนัก เพราะต่อให้คู่แข่งผลิตได้ถูกกว่า แต่ถ้าต้องขับรถมาส่งไกลกว่า ต้นทุนขนส่งก็อาจกินส่วนต่างราคาจนหมด

รวมถึงต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในพื้นที่ มีรถส่งที่วิ่งประจำ มีคนขับที่รู้เส้นทาง รู้ว่าร้านไหนเปิดกี่โมง ร้านไหนขายดีช่วงเที่ยง ร้านไหนต้องเติมน้ำแข็งเพิ่มช่วงเย็น และร้านไหนโทรมาแล้วต้องรีบไปก่อน

นอกจากนี้ บางพื้นที่ยังมีปราการล่องหน ที่คู่แข่งรายใหม่ยากจะแทรกตัวเข้าไปง่าย ๆ นั่นคือ กติกาการแบ่งเขตทำธุรกิจ ที่รู้กันว่าใครคือเจ้าถิ่นในพื้นที่นั้น

เมื่อรวมเงินลงทุนตั้งต้นที่สูง ต้นทุนคงที่จำนวนมาก ข้อจำกัดของระยะทาง ความสัมพันธ์กับลูกค้าในพื้นที่ และระบบขนส่งที่ดี

ทั้งหมดนี้ จึงกลายเป็น Local Moat หรือปราการท้องถิ่น ที่ทำให้ธุรกิจนี้มักจะเป็นเจ้าเดิมหน้าเดิม ที่อยู่คู่กับท้องถิ่นประจำอำเภอ ตำบล หรือจังหวัดมาอย่างยาวนาน

แม้จะขายสินค้าที่ดูเหมือนไม่มีแบรนด์
แม้ผู้บริโภคปลายทางส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าน้ำแข็งมาจากโรงน้ำแข็งไหน
และแม้น้ำแข็งทุกก้อนจะดูเหมือนกันไปหมดก็ตาม..

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจนี้ก็ไม่ได้สวยหรูเสมอไป

ต้นทุนค่าไฟที่ยังเป็นตัวแปรสำคัญ อาจทำให้ผู้เล่นที่บริหารพลังงานได้ดีกว่า เช่น มีระบบประหยัดพลังงาน หรือใช้โซลาร์เซลล์เข้ามาช่วย ได้เปรียบมากขึ้น

เครื่องทำน้ำแข็งอัตโนมัติที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ก็อาจทำให้ร้านค้าบางประเภทเริ่มคำนวณแล้วพบว่า ผลิตเองอาจคุ้มกว่าในบางกรณี

ขณะที่มาตรฐานสุขอนามัยที่เข้มงวดขึ้น ก็ทำให้โรงน้ำแข็งต้องลงทุนเพิ่ม ทั้งด้านสถานที่ กระบวนการผลิต ภาชนะบรรจุ และการควบคุมคุณภาพ

เพราะในมุมของผู้บริโภค น้ำแข็งอาจเป็นแค่ของที่ใส่แก้วแล้วละลาย

แต่ในมุมของธุรกิจอาหาร น้ำแข็งคือสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความสะอาด ความปลอดภัย และความเชื่อมั่นโดยตรง

ถึงตรงนี้จะเห็นว่า ธุรกิจโรงน้ำแข็งเป็นธุรกิจท้องถิ่นที่น่าสนใจ

สินค้าของมันละลายได้ แต่ปราการธุรกิจของมันกลับไม่ได้ละลายง่ายขนาดนั้น

บางครั้งธุรกิจที่แข็งแรงที่สุด อาจไม่ใช่ธุรกิจที่มีเทคโนโลยีหวือหวา หรือมีแบรนด์ที่คนทั้งประเทศรู้จัก

แต่อาจเป็นธุรกิจใกล้ตัว ที่เข้าใจพื้นที่ของตัวเองดีที่สุด เหมือนโรงน้ำแข็งเจ้าประจำ ที่มาถึงร้านอาหารก่อนที่น้ำแข็งในถังจะหมดพอดี..
_________
ที่มา : ลงทุนแมน
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่