โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ นำเข้าจากจีนน่าสนใจมาก

ไทยเราศึกษาลงทุนนำเข้าเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดจิ๋วมาใช้ใน มหาวิทยาลัยแล้ว


ทำไมไม่ลงทุนสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ใกล้ๆ ทวายไปเลยครับ



ของไทยก็มีแล้ว จากจีน ปลอดภัยดี





ตามการรายงานสถานะอุตสาหกรรมนิวเคลียร์โลก ใน ประจำปี 2564 ระบุว่าเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ทั่วโลกลดลง 3.9%

ในปี 2563 โดยในปี 2564 มีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ทั้งสิ้น 415 เครื่อง ที่เปิดใช้งานทั่วโลก ซึ่งน้อยกว่าในปี 2554 ถึง 22 เครื่อง

นั่นเป็นเพราะถึงแม้จะเป็นที่ยอมรับว่าพลังงานนิวเคลียร์มีความสามารถในการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับผู้คนหลายล้านคน


แต่มักเผชิญกับการต่อต้านจากผู้คนจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง ด้วยข้อกังวลด้านความปลอดภัย
กระนั้นในบางประเทศ เช่น ในจีนกลับมีจำนวนเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์เพิ่มขึ้น 4.4%


แม้จะเป็นอัตราการเติบโตประจำปีที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2552 แต่จีนก็แซงหน้าฝรั่งเศสในฐานะประเทศที่เป็น
ผู้ผลิตพลังงานนิวเคลียร์รายใหญ่อันดับ 2 ของโลก





การพิจารณาใช้เทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จากประเทศจีนถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจและมีความเป็นไปได้สูง


เนื่องจากจีนเป็นผู้นำระดับโลกด้านกำลังการผลิตและมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยมีทั้งข้อดีที่โดดเด่น
และประเด็นท้าทายที่ประเทศไทยต้องเตรียมรับมือ ดังนี้ครับ


ข้อดีของการใช้เทคโนโลยีจีนต้นทุนต่ำกว่า:
การลงทุนสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของจีนมีต้นทุนถูกกว่าฝั่งตะวันตก (สหรัฐอเมริกาหรือยุโรป) อย่างเห็นได้ชัด


ประสบการณ์สูง: จีนมีอัตราการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งใหม่รวดเร็วที่สุดในโลก มีเตาปฏิกรณ์ที่ใช้งานจริงจำนวนมาก


ถ่ายทอดเทคโนโลยี: จีนมีนโยบายสนับสนุนและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมนิวเคลียร์ให้ประเทศคู่ค้าได้ง่ายกว่า


เทคโนโลยีทันสมัย: จีนมีความเชี่ยวชาญในเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์รุ่นใหม่ เช่น เตาปฏิกรณ์แบบ
Hualong One (HPR1000) ซึ่งเน้นระบบความปลอดภัยขั้นสูง


การลงทุนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในต่างประเทศของจีนดำเนินการผ่านรัฐวิสาหกิจหลัก เช่น CNNC
และ CGN โดยเน้นการส่งออกเทคโนโลยี หัวหลง-1 (Hualong-1 / HPR1000)




ซึ่งเป็นเตาปฏิกรณ์รุ่นที่ 3 ที่จีนพัฒนาขึ้นเอง การลงทุนส่วนใหญ่เกิดขึ้นภายใต้นโยบาย
หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative) โดยมีโครงการสำคัญดังนี้:


ปากีสถาน: ตลาดหลักที่สำคัญที่สุด โดยจีนร่วมสร้างโรงไฟฟ้าหลายแห่ง เช่น
โครงการ Chashma และ Karachi Coastal (ใช้เตาปฏิกรณ์หัวหลง-1)

สหราชอาณาจักร: บริษัท CGN ของจีนได้เข้าไปถือหุ้นในโครงการ Bradwell B
เพื่อสร้างเตาปฏิกรณ์หัวหลง-1 รวมถึงร่วมทุนในโครงการ Hinkley Point C


อาร์เจนตินา: มีข้อตกลงและแผนการลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โดยใช้เทคโนโลยีหัวหลง-1

โรมาเนีย: มีความร่วมมือในการลงทุนและพัฒนาเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์เพิ่มเติม (Cernavoda)
โดยบริษัท CGN ของจีนนอกจากโครงการเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่แล้ว


จีนยังส่งออกเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กสำหรับงานวิจัยและการแพทย์ (MNSR)
ไปยังประเทศต่างๆ เช่น กานา ไนจีเรีย อิหร่าน ซีเรีย
และล่าสุดได้สนับสนุนอุปกรณ์ให้กับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ในประเทศไทย


(มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) มีโครงการจัดตั้ง เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยขนาดเล็ก (SUT-RR) กำลังสูงสุด 45 กิโลวัตต์

โครงการนี้ถือเป็น สถานประกอบการทางนิวเคลียร์แห่งแรกของประเทศไทย โดยเน้นการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์เป็นหลัก)





เทียบต้นทุนการผลิต จีน กับ เยอรมัน

ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจีน (LCOE): ต้นทุนตลอดอายุโครงการ (Levelized Cost of Electricity)
ของจีนอยู่ที่ประมาณ 1.8 - 2.5 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง (หรือราว $0.065 ต่อ kWh)



จีน: ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในจีนอยู่ที่ประมาณ (6.5 เซนต์ (สหรัฐฯ) ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง)
หรือประมาณ 2.3 บาท ซึ่งต่ำกว่าสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป

เยอรมัน: เนื่องจากเยอรมันเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียน (Renewables)
เป็นหลักและยกเลิกนิวเคลียร์ไปแล้ว ค่าไฟเฉลี่ยสำหรับผู้บริโภคทั่วไปจึงพุ่งสูงขึ้นไป
อยู่ในช่วง 40 - 50  เซนต์ (สหรัฐฯ) ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง(หรือราว 14 - 17 บาท)

แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่