รักษาการ ผอ.นาซา สั่งการให้เร่งความเร็วของแผนการ เพื่อสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์บนดวงจันทร์ให้เสร็จภายในปี 2573 หวั่นจีนกับรัสเซียลงมือตัดหน้า
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักงานการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา ของสหรัฐฯ จะเร่งแผนการสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์บนดวงจันทร์ ให้เสร็จสิ้นภายในปี 2574 นี้ โดยเป็นส่วนหนึ่งในความทะเยอทะยานของสหรัฐฯ ที่จะสร้างฐานถาวรสำหรับมนุษย์เพื่ออาศัยอยู่บนพื้นผิวของดวงดาวดวงนี้
ตามรายงานของเว็บไซต์ข่าว โพลิติโก (Politico) นายฌอน ดัฟฟี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และรักษาการผู้อำนวยการนาซา อ้างถึงแผนการคล้ายกันของจีนกับรัสเซีย และว่า 2 ประเทศนี้อาจประกาศเขตห้ามเข้าบนดวงจันทร์ (keep-out zone)
แต่คำถามที่ตามมาคือ เป้าหมายและกรอบเวลาดังกล่าวมีโอกาสเป็นจริงได้มากแค่ไหน เนื่องจากปัจจุบันนาซาถูกลดงบประมาณอย่างหนัก ขณะที่นักวิทยาศาสตร์หลายคนกังวลว่า แผนการนี้อาจถูกผลักดันโดยเป้าหมายทางภูมิรัฐศาสตร์
ทั้งนี้ หลายประเทศรวมทั้งสหรัฐฯ, จีน, รัสเซีย, อินเดีย และญี่ปุ่น ต่างกำลังรีบเร่งในการสำรวจพื้นผิวของดวงจันทร์ และบางประเทศมีแผนสร้างที่อยู่ถาวรของมนุษย์ขึ้นบนนั้น
"เพื่อที่จะพัฒนาเทคโนโลยีสำคัญนี้อย่างเหมาะสม เพื่อให้สามารถสนับสนุนเศรษฐศาสตร์ดวงจันทร์ในอนาคต, เครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานสูงบนดาวอังคาร และเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ความมั่นคงทางอวกาศของประเทศเรา หน่วยงานนี้จำเป็นต้องเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว" นายดัฟฟีระบุในจดหมายที่เขาเขียนถึงนาซา
นายดัฟฟียังเรียกร้องให้บริษัทพาณิชย์ต่างๆ ยื่นข้อเสนอเรื่องการสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ที่สามารถให้กำเนิดไฟฟ้าได้อย่างน้อย 100 กิโลวัตต์ ซึ่งถือว่าน้อยมากหากอยู่บนโลก โดยกังหันลมบนบกยังสามารถผลิตไฟฟ้าได้ถึง 2-3 เมกะวัตต์
อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์หลายคนก็เห็นด้วยเรื่องการสร้างแหล่งพลังงานบนพื้นผิวดวงจันทร์ เช่น ดร.ลิม ซงอู จากมหาวิทยาลัย เซอร์เรย์ กล่าวว่า การสร้างที่อยู่อาศัยขนาดย่อมบนดวงจันทร์เพื่อให้ลูกเรือกลุ่มเล็กๆ อยู่ ก็อาจต้องใช้เครื่องผลิตไฟฟ้าหลายเมกะวัตต์แล้ว แผงโซลาร์เซลล์กับแบตเตอรี่ไม่สามารถทดแทนพลังงานขนาดนั้นได้
"พลังงานนิวเคลียร์ไม่ใช่แค่สิ่งที่พึงปรารถนา แต่เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้"
ในด้านความปลอดภัย ดร. ไซมอน บาร์เบอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ดวงดาวจากมหาวิทยาลัยโอเพ่น ยอมรับว่า การส่งวัตถุกัมมันตรังสีผ่านชั้นบรรยากาศโลกนั้น ทำให้เกิดความกังวลด้านความปลอดภัย ผู้ที่จะทำต้องมีใบอนุญาตพิเศษ แต่นี่ไม่ใช่เรื่องที่ไม่สามารถเอาชนะได้
อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์บางคนก็แสดงความกังวลเช่นกันว่า คำสั่งล่าสุดของนายดัฟฟี มีแรงจูงใจทางการเมือง เพื่อแข่งกันค้นพบทวีปใหม่บนดวงจันทร์
"ดูเหมือนว่า เรากำลังกลับไปสู่วันเวลาเก่าของการชิงชัยว่าใครจะออกสู่อวกาศได้ก่อนกัน ซึ่งจากมุมมองทางวิทยาศาสตร์ มันน่าผิดหวังนิดหน่อย และน่ากังวลด้วย" ดร.บาร์เบอร์กล่าว "การแข่งขันสามารถทำให้เกิดนวัตกรรม แต่หากมุ่งเน้นแต่ผลประโยชน์ของชาติและการสถาปนาความเป็นเจ้าของ คุณอาจคลาดสายตาจากภาพที่ใหญ่กว่า ซึ่งก็คือการสำรวจระบบสุริยะและอวกาศที่ใกล้กว่านั้น"
นาซาเล็งสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์บนดวงจันทร์ภายในปี 2573