
.
สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลการสำรวจ เรื่อง “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” พบว่า ร้อยละ 54.43 ระบุว่า เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย เกี่ยวกับโครงการฯ รองลงมา ร้อยละ 26.67 ระบุว่า เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง ร้อยละ 10.52 ระบุว่า เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก
.
เมื่อวันที่ 3 พ.ค. ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 28-30 เมษายน 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในภาคใต้ (จำนวน 14 จังหวัด ประกอบด้วย ชุมพร นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี สงขลา กระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ระนอง สตูล นราธิวาส ปัตตานี และยะลา อ้างอิงตามประกาศคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการเรื่อง การจัดตั้งกลุ่มจังหวัดและกำหนดจังหวัดที่เป็นศูนย์ปฏิบัติการของกลุ่มจังหวัด (ฉบับที่ 3) (2560, 17 พฤศจิกายน) ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ 134 [ตอนพิเศษ 281 ง]. หน้า [14]) กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,455 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความคิดเห็นของคนภาคใต้ต่อโครงการแลนด์บริดจ์
.
การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample)ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนด ค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0
.
จากการสำรวจเมื่อถามถึงการเคยได้ยินและความเข้าใจของคนภาคใต้เกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 54.43 ระบุว่า เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย เกี่ยวกับโครงการฯ รองลงมา ร้อยละ 26.67 ระบุว่า เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง เกี่ยวกับโครงการฯ ร้อยละ 10.52 ระบุว่า เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก เกี่ยวกับโครงการฯ ร้อยละ 7.08 ระบุว่า ไม่เคยได้ยินใด ๆ เลย เกี่ยวกับโครงการฯ และร้อยละ 1.30 ระบุว่า เคยได้ยิน แต่ไม่เข้าใจเลย เกี่ยวกับโครงการฯ
.
เมื่อสอบถามความคิดเห็นของตัวอย่างที่ระบุว่า เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง และเคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย เกี่ยวกับโครงการฯ (จำนวน 1,333 หน่วยตัวอย่าง) ถึงเรื่องที่คนภาคใต้ มีความกังวลใจเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 38.03 ระบุว่า ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติทั้งทางบกและทางทะเล รองลงมา ร้อยละ 33.16 ระบุว่า ไม่กังวลใจใด ๆ เลย ร้อยละ 29.71 ระบุว่า ผลกระทบต่อสภาพความเป็นอยู่ของชุมชนท้องถิ่น เช่น การถูกเวนคืนที่ดิน วิถีชีวิตท้องถิ่นที่อาจจะเปลี่ยนไป
.
ร้อยละ 25.81 ระบุว่า การทุจริตและความไม่โปร่งใสของโครงการฯ ร้อยละ 15.30 ระบุว่า ความคุ้มค่าในระยะยาว ร้อยละ 12.08 ระบุว่า การถูกต่อต้านจากชุมชน คนในพื้นที่ ร้อยละ 11.78 ระบุว่า คนใต้จะได้ประโยชน์อะไร ร้อยละ 11.40 ระบุว่า ประชาชนคนไทยทั้งประเทศจะได้ประโยชน์อะไร ร้อยละ 10.50 ระบุว่า ปัญหาการก่อสร้างโครงการฯ ที่ล่าช้าหรือไม่สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ร้อยละ 7.58 ระบุว่า ปัญหางบประมาณของรัฐ หากต้องลงทุน ทำโครงการเอง
.
ร้อยละ 6.30 ระบุว่า ปัญหาการหาผู้ลงทุนในโครงการฯ ร้อยละ 6.15 ระบุว่า ในอนาคต ประเทศไทยอาจจะกลายเป็นพื้นที่สำคัญในการแข่งขันกันของประเทศมหาอำนาจ ร้อยละ 4.35 ระบุว่า ปัญหาโครงการฯ อาจจะไม่เกิดขึ้นจริง ร้อยละ 3.98 ระบุว่า การถูกต่อต้านจาก NGO (องค์กรพัฒนาเอกชน) นักวิชาการ นักการเมือง และร้อยละ 0.98 ระบุว่า การถูกต่อต้านจากต่างประเทศ
.
ท้ายที่สุดเมื่อสอบถามความคิดเห็นของตัวอย่างที่ระบุว่า เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง และเคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย เกี่ยวกับโครงการฯ (จำนวน 1,333 หน่วยตัวอย่าง) ถึงความคิดเห็นของคนภาคใต้เกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 34.21 ระบุว่า เห็นด้วยมาก รองลงมา ร้อยละ 33.01 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย ร้อยละ 19.43 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 13.35 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย
.
.
‘ดุสิตโพล’ เผย ดัชนีการเมืองไทย เม.ย. 69 ระบุ ร้อยละ 49.82 อยากให้รัฐบาลแก้ปัญหาปากท้อง
https://www.dailynews.co.th/news/5831550/
.
‘ดุสิตโพล’ เผย ดัชนีการเมืองไทย เม.ย. 69 ระบุ ร้อยละ 49.82 อยากให้รัฐบาลแก้ปัญหาปากท้อง
.
มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “
ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนเมษายน 2569” ระบุ นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่มีบทบาทโดดเด่น คือ
อนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 39.07 ส่วนฝ่ายค้าน
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 27.82 สิ่งที่อยากฝากบอกรัฐบาล คือ แก้ปัญหาปากท้องให้ประชาชน ร้อยละ 49.82
.
เมื่อวันที่ 3 พ.ค. สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “
ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนเมษายน 2569” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,214 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 27-30 เมษายน 2569 พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนเมษายน เฉลี่ย 3.79 คะแนน ลดลงจากเดือนมีนาคม 2569 ที่ได้ 3.89 คะแนน
.
ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนสูงสุด คือ ผลงานของฝ่ายค้าน เฉลี่ย 4.31 คะแนน ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำสุด คือการแก้ปัญหา ยาเสพติดและผู้มีอิทธิพล เฉลี่ย 3.22 คะแนน นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่มีบทบาทโดดเด่น คือ
อนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 39.07 รองลงมาคือ
ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ร้อยละ 28.22 ด้านฝ่ายค้าน คือ
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 27.82 รองลงมาคือ
รักชนก ศรีนอก ร้อยละ 23.25 สิ่งที่อยากฝากบอกรัฐบาล คือ แก้ปัญหาปากท้อง ลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน ร้อยละ 49.82 และสิ่งที่อยากฝากบอกฝ่ายค้าน คือ ตรวจสอบการทุจริตและการใช้งบประมาณของรัฐบาล ร้อยละ 44.37
.
ดร.
พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลสำรวจดัชนีการเมืองไทยที่ลดลงทุกตัวชี้วัด แสดงให้เห็นว่าประชาชนไม่ได้กังวลเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่กำลังมองภาพรวมของการเมือง การบริหารประเทศ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตไปในทิศทางเดียวกัน คือ ยังไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนพอ โดยเฉพาะคะแนนด้านเศรษฐกิจและปากท้องยังอยู่ในระดับต่ำ เสียงสะท้อนของประชาชนจึงอยากฝากถึงรัฐบาลให้เร่งแก้ปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพ เพราะโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลไม่ใช่แค่การประกาศนโยบาย แต่คือการทำให้ประชาชนรู้สึกได้ว่าชีวิตดีขึ้นจริง
.
ผู้ช่วยศาสตราจารย์
กัญญกานต์ เสถียรสุคนธ์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการทำงานของรัฐบาลลดลงอย่างต่อเนื่อง หากวิเคราะห์แล้ว จะเห็นว่าปัจจัยภายนอกอย่างสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีนัยสำคัญต่อการรับรู้ของประชาชน โดยเฉพาะผลกระทบด้านราคาพลังงานที่ส่งผลโดยตรงต่อค่าไฟฟ้า ราคาน้ำมัน และราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น
.
ขณะที่รายได้และค่าจ้างไม่ได้เพิ่มตาม ความไม่พอใจจึงไม่ได้มุ่งไปที่ปัจจัยภายนอก แต่กลับย้อนมาที่ประสิทธิภาพของรัฐบาล ในการบรรเทาผลกระทบแทน วิกฤตภายนอกครั้งนี้จึงเป็น “
บททดสอบ” ความสามารถของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมราคาสินค้า การดำเนินนโยบายตามที่ประกาศ หรือการวางมาตรการเชิงรุก หากรัฐตอบสนองล่าช้า ไม่ชัดเจน หรือขาดความโปร่งใส ก็ยิ่งตอกย้ำปัญหาเดิม เช่น
.
การแก้ไขปัญหาเชิงเศรษฐกิจ การบริหารประเทศ และข้อกังขาเรื่องคอร์รัปชัน วิกฤตตะวันออกกลาง จึงกลายเป็นอีกหนึ่งแรงที่ฉุด ส่งผลให้ “
ระยะห่างของความคาดหวัง” ระหว่างรัฐกับประชาชนกว้างขึ้น ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นลดลงในหลายมิติ สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า ความเชื่อมั่นทางการเมืองไทยในปัจจุบันขึ้นอยู่กับความสามารถของรัฐในการแปลงวิกฤตภายนอกให้กลายเป็นโอกาสของการบริหารจัดการภายในที่มีประสิทธิภาพและตรวจสอบได้เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่น ให้กับประชาชนต่อไป.
.
.
อมรัตน์ ยัน แคนดิเดตผู้ว่าปชน. คุณสมบัติ ‘ไม่มีอะไรแพ้ชัชชาติ’ แต่ทีมเวิร์กปึ้กกว่าเยอะ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5702064
.
อมรัตน์ ยัน แคนดิเดตผู้ว่าปชน. คุณสมบัติ ‘ไม่มีอะไรแพ้ชัชชาติ’ แต่ทีมเวิร์กปึ้กกว่าเยอะ
.
เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม สืบเนื่องกรณีพรรคประชาชนเตรียมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ในวันที่ 5 พฤษภาคมนี้ ที่สามย่านมิตรทาวน์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นาง
อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในช่วงค่ำวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา
.
ความดังนี้
.
‘5 พ.ค.พบแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. คุณสมบัติไม่มีอะไรแพ้ชัชชาติ แต่ทีมเวิร์กแน่นปึ้กกว่ามาก #ส้มสู้’
.
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา เกิดกระแสข่าวสะพัดว่า ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชนคือ นาย
ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ ดร.โจ สอย่างไรก็ตาม ในการปรากฏตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมหลังกระแสข่าวดังกล่าว ในกิจกรรมเดินรณรงค์ยื่นร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคมฯ ที่จัดขึ้นโดยพรรคประชาชน ดร.
โจ ยังอุบตอบ โดยกล่าวเพียงว่า ขอให้รอวันที่ 5 เดือน 5 รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน
.
ขณะที่ความเคลื่อนไหวต่อประเด็นดังกล่าว ดร.
โจ แขร์โพสต์แคมเปญเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก.พรรคประชาชน ‘
กรุงเทพง่ายๆ ผู้ว่าประชาชน’ โดยระบุข้อความว่า
.
‘เคยรู้สึกมั้ยว่า ต้องสู้ชีวิตตั้งแต่ก้าวขาออกจากบ้าน จะดีมั้ย ถ้าเมืองกรุงเทพทำให้ชีวิตเราง่ายได้มากกว่านี้’
.
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid0LQBtGsoHpS9fU4Bac4RKZ3Ywtk7VYqcPUE9KdgjaMtqUG8EmbWrNF4LfRiNwP6UQl&id=100054162881442
.
https://www.facebook.com/ChaiwatPublic/posts/pfbid0iimL3JRiiL5BSpyhGEUR7n4a7QarzEpn7tn9sJwwEzvbJrf6uCUCMEtSzmZ6pY88l
JJNY : นิด้าเผยผลสำรวจแลนด์บริดจ์│ดัชนีการเมืองไทย เม.ย. 69│อมรัตน์ ยัน‘ไม่มีอะไรแพ้ชัชชาติ’│ทั่วไทยอากาศร้อนตลอดกลางวัน
.
สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลการสำรวจ เรื่อง “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” พบว่า ร้อยละ 54.43 ระบุว่า เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย เกี่ยวกับโครงการฯ รองลงมา ร้อยละ 26.67 ระบุว่า เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง ร้อยละ 10.52 ระบุว่า เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก
.
เมื่อวันที่ 3 พ.ค. ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 28-30 เมษายน 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในภาคใต้ (จำนวน 14 จังหวัด ประกอบด้วย ชุมพร นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี สงขลา กระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ระนอง สตูล นราธิวาส ปัตตานี และยะลา อ้างอิงตามประกาศคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการเรื่อง การจัดตั้งกลุ่มจังหวัดและกำหนดจังหวัดที่เป็นศูนย์ปฏิบัติการของกลุ่มจังหวัด (ฉบับที่ 3) (2560, 17 พฤศจิกายน) ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ 134 [ตอนพิเศษ 281 ง]. หน้า [14]) กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,455 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความคิดเห็นของคนภาคใต้ต่อโครงการแลนด์บริดจ์
.
การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample)ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนด ค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0
.
จากการสำรวจเมื่อถามถึงการเคยได้ยินและความเข้าใจของคนภาคใต้เกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 54.43 ระบุว่า เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย เกี่ยวกับโครงการฯ รองลงมา ร้อยละ 26.67 ระบุว่า เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง เกี่ยวกับโครงการฯ ร้อยละ 10.52 ระบุว่า เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก เกี่ยวกับโครงการฯ ร้อยละ 7.08 ระบุว่า ไม่เคยได้ยินใด ๆ เลย เกี่ยวกับโครงการฯ และร้อยละ 1.30 ระบุว่า เคยได้ยิน แต่ไม่เข้าใจเลย เกี่ยวกับโครงการฯ
.
เมื่อสอบถามความคิดเห็นของตัวอย่างที่ระบุว่า เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง และเคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย เกี่ยวกับโครงการฯ (จำนวน 1,333 หน่วยตัวอย่าง) ถึงเรื่องที่คนภาคใต้ มีความกังวลใจเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 38.03 ระบุว่า ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติทั้งทางบกและทางทะเล รองลงมา ร้อยละ 33.16 ระบุว่า ไม่กังวลใจใด ๆ เลย ร้อยละ 29.71 ระบุว่า ผลกระทบต่อสภาพความเป็นอยู่ของชุมชนท้องถิ่น เช่น การถูกเวนคืนที่ดิน วิถีชีวิตท้องถิ่นที่อาจจะเปลี่ยนไป
.
ร้อยละ 25.81 ระบุว่า การทุจริตและความไม่โปร่งใสของโครงการฯ ร้อยละ 15.30 ระบุว่า ความคุ้มค่าในระยะยาว ร้อยละ 12.08 ระบุว่า การถูกต่อต้านจากชุมชน คนในพื้นที่ ร้อยละ 11.78 ระบุว่า คนใต้จะได้ประโยชน์อะไร ร้อยละ 11.40 ระบุว่า ประชาชนคนไทยทั้งประเทศจะได้ประโยชน์อะไร ร้อยละ 10.50 ระบุว่า ปัญหาการก่อสร้างโครงการฯ ที่ล่าช้าหรือไม่สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ร้อยละ 7.58 ระบุว่า ปัญหางบประมาณของรัฐ หากต้องลงทุน ทำโครงการเอง
.
ร้อยละ 6.30 ระบุว่า ปัญหาการหาผู้ลงทุนในโครงการฯ ร้อยละ 6.15 ระบุว่า ในอนาคต ประเทศไทยอาจจะกลายเป็นพื้นที่สำคัญในการแข่งขันกันของประเทศมหาอำนาจ ร้อยละ 4.35 ระบุว่า ปัญหาโครงการฯ อาจจะไม่เกิดขึ้นจริง ร้อยละ 3.98 ระบุว่า การถูกต่อต้านจาก NGO (องค์กรพัฒนาเอกชน) นักวิชาการ นักการเมือง และร้อยละ 0.98 ระบุว่า การถูกต่อต้านจากต่างประเทศ
.
ท้ายที่สุดเมื่อสอบถามความคิดเห็นของตัวอย่างที่ระบุว่า เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง และเคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย เกี่ยวกับโครงการฯ (จำนวน 1,333 หน่วยตัวอย่าง) ถึงความคิดเห็นของคนภาคใต้เกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 34.21 ระบุว่า เห็นด้วยมาก รองลงมา ร้อยละ 33.01 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย ร้อยละ 19.43 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 13.35 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย
.
.
‘ดุสิตโพล’ เผย ดัชนีการเมืองไทย เม.ย. 69 ระบุ ร้อยละ 49.82 อยากให้รัฐบาลแก้ปัญหาปากท้อง
https://www.dailynews.co.th/news/5831550/
.
‘ดุสิตโพล’ เผย ดัชนีการเมืองไทย เม.ย. 69 ระบุ ร้อยละ 49.82 อยากให้รัฐบาลแก้ปัญหาปากท้อง
.
มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนเมษายน 2569” ระบุ นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่มีบทบาทโดดเด่น คือ อนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 39.07 ส่วนฝ่ายค้าน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 27.82 สิ่งที่อยากฝากบอกรัฐบาล คือ แก้ปัญหาปากท้องให้ประชาชน ร้อยละ 49.82
.
เมื่อวันที่ 3 พ.ค. สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนเมษายน 2569” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,214 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 27-30 เมษายน 2569 พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนเมษายน เฉลี่ย 3.79 คะแนน ลดลงจากเดือนมีนาคม 2569 ที่ได้ 3.89 คะแนน
.
ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนสูงสุด คือ ผลงานของฝ่ายค้าน เฉลี่ย 4.31 คะแนน ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำสุด คือการแก้ปัญหา ยาเสพติดและผู้มีอิทธิพล เฉลี่ย 3.22 คะแนน นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่มีบทบาทโดดเด่น คือ อนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 39.07 รองลงมาคือ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ร้อยละ 28.22 ด้านฝ่ายค้าน คือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 27.82 รองลงมาคือ รักชนก ศรีนอก ร้อยละ 23.25 สิ่งที่อยากฝากบอกรัฐบาล คือ แก้ปัญหาปากท้อง ลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน ร้อยละ 49.82 และสิ่งที่อยากฝากบอกฝ่ายค้าน คือ ตรวจสอบการทุจริตและการใช้งบประมาณของรัฐบาล ร้อยละ 44.37
.
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลสำรวจดัชนีการเมืองไทยที่ลดลงทุกตัวชี้วัด แสดงให้เห็นว่าประชาชนไม่ได้กังวลเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่กำลังมองภาพรวมของการเมือง การบริหารประเทศ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตไปในทิศทางเดียวกัน คือ ยังไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนพอ โดยเฉพาะคะแนนด้านเศรษฐกิจและปากท้องยังอยู่ในระดับต่ำ เสียงสะท้อนของประชาชนจึงอยากฝากถึงรัฐบาลให้เร่งแก้ปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพ เพราะโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลไม่ใช่แค่การประกาศนโยบาย แต่คือการทำให้ประชาชนรู้สึกได้ว่าชีวิตดีขึ้นจริง
.
ผู้ช่วยศาสตราจารย์กัญญกานต์ เสถียรสุคนธ์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการทำงานของรัฐบาลลดลงอย่างต่อเนื่อง หากวิเคราะห์แล้ว จะเห็นว่าปัจจัยภายนอกอย่างสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีนัยสำคัญต่อการรับรู้ของประชาชน โดยเฉพาะผลกระทบด้านราคาพลังงานที่ส่งผลโดยตรงต่อค่าไฟฟ้า ราคาน้ำมัน และราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น
.
ขณะที่รายได้และค่าจ้างไม่ได้เพิ่มตาม ความไม่พอใจจึงไม่ได้มุ่งไปที่ปัจจัยภายนอก แต่กลับย้อนมาที่ประสิทธิภาพของรัฐบาล ในการบรรเทาผลกระทบแทน วิกฤตภายนอกครั้งนี้จึงเป็น “บททดสอบ” ความสามารถของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมราคาสินค้า การดำเนินนโยบายตามที่ประกาศ หรือการวางมาตรการเชิงรุก หากรัฐตอบสนองล่าช้า ไม่ชัดเจน หรือขาดความโปร่งใส ก็ยิ่งตอกย้ำปัญหาเดิม เช่น
.
การแก้ไขปัญหาเชิงเศรษฐกิจ การบริหารประเทศ และข้อกังขาเรื่องคอร์รัปชัน วิกฤตตะวันออกกลาง จึงกลายเป็นอีกหนึ่งแรงที่ฉุด ส่งผลให้ “ระยะห่างของความคาดหวัง” ระหว่างรัฐกับประชาชนกว้างขึ้น ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นลดลงในหลายมิติ สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า ความเชื่อมั่นทางการเมืองไทยในปัจจุบันขึ้นอยู่กับความสามารถของรัฐในการแปลงวิกฤตภายนอกให้กลายเป็นโอกาสของการบริหารจัดการภายในที่มีประสิทธิภาพและตรวจสอบได้เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่น ให้กับประชาชนต่อไป.
.
.
อมรัตน์ ยัน แคนดิเดตผู้ว่าปชน. คุณสมบัติ ‘ไม่มีอะไรแพ้ชัชชาติ’ แต่ทีมเวิร์กปึ้กกว่าเยอะ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5702064
.
อมรัตน์ ยัน แคนดิเดตผู้ว่าปชน. คุณสมบัติ ‘ไม่มีอะไรแพ้ชัชชาติ’ แต่ทีมเวิร์กปึ้กกว่าเยอะ
.
เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม สืบเนื่องกรณีพรรคประชาชนเตรียมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ในวันที่ 5 พฤษภาคมนี้ ที่สามย่านมิตรทาวน์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในช่วงค่ำวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา
.
ความดังนี้
.
‘5 พ.ค.พบแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. คุณสมบัติไม่มีอะไรแพ้ชัชชาติ แต่ทีมเวิร์กแน่นปึ้กกว่ามาก #ส้มสู้’
.
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา เกิดกระแสข่าวสะพัดว่า ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชนคือ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ ดร.โจ สอย่างไรก็ตาม ในการปรากฏตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมหลังกระแสข่าวดังกล่าว ในกิจกรรมเดินรณรงค์ยื่นร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคมฯ ที่จัดขึ้นโดยพรรคประชาชน ดร.โจ ยังอุบตอบ โดยกล่าวเพียงว่า ขอให้รอวันที่ 5 เดือน 5 รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน
.
ขณะที่ความเคลื่อนไหวต่อประเด็นดังกล่าว ดร.โจ แขร์โพสต์แคมเปญเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก.พรรคประชาชน ‘กรุงเทพง่ายๆ ผู้ว่าประชาชน’ โดยระบุข้อความว่า
.
‘เคยรู้สึกมั้ยว่า ต้องสู้ชีวิตตั้งแต่ก้าวขาออกจากบ้าน จะดีมั้ย ถ้าเมืองกรุงเทพทำให้ชีวิตเราง่ายได้มากกว่านี้’
.
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid0LQBtGsoHpS9fU4Bac4RKZ3Ywtk7VYqcPUE9KdgjaMtqUG8EmbWrNF4LfRiNwP6UQl&id=100054162881442
.
https://www.facebook.com/ChaiwatPublic/posts/pfbid0iimL3JRiiL5BSpyhGEUR7n4a7QarzEpn7tn9sJwwEzvbJrf6uCUCMEtSzmZ6pY88l