01 / การทําร้ายจิตใจมีผลกระทบระยะยาวที่เลวร้ายพอ ๆ กับการทําร้าย ร่างกาย หรืออาจเลวร้ายกว่าด้วยซ้ำ การทําร้ายจิตใจมักไม่ได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง เพราะเราไม่อาจ “มองเห็น” มันได้เสมอไป แต่การทําร้ายทุกประเภทมีผลกระทบระยะยาว ที่รุนแรงไม่ต่างกัน การทําร้ายจิตใจคล้ายคลึงกับการทําร้ายร่างกายตรงที่ มันจะค่อย ๆ ทําลายความมั่นใจ คุณค่า และความคิดของคนคนหนึ่งอย่าง เป็นระบบ การทําร้ายจิตใจมีหลายรูปแบบ เช่น การบงการ การข่มขู่ การด้อยค่า การดูแคลน การวิพากษ์วิจารณ์ การตะคอก และอื่น ๆ
02 / อารมณ์คงอยู่ยาวนานกว่าความทรงจําที่สร้างมันขึ้นมา อารมณ์ในอดีตของเรายังคงส่งผลต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตปัจจุบัน หมายความว่าถ้าเราไม่เยียวยาสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต เราก็จะถูกมันควบคุมอยู่ ตลอดเวลา ยิ่งไปกว่านั้น ความกลัวอย่างไร้เหตุผลและความกังวลอย่างรุนแรง จากการใช้ชีวิตในแต่ละวันล้วนมีสาเหตุ ซึ่งเราจําเป็นต้องรับมือและหาทาง แก้ไขเพื่อหยุดผลกระทบของมันอย่างมีประสิทธิภาพ
03 / มีเหตุผลที่คนทำงานสร้างสรรค์มักอยู่ในภาวะซึมเศร้า การแสดงออกและการประสบกับอารมณ์เชิงลบนั้นสัมพันธ์กับการกระตุ้นสมองส่วนฟรอนทัล คอร์เทกซ์ ซีกขวา (รวมถึงอมิกดาลา) และสมองบริเวณเดียวกันนี้จะถูกกระตุ้นเมื่อเราใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงสร้างความหมายที่เป็นนามธรรมให้กับประสบการณ์ปัจจุบันที่เป็นรูปธรรม
04 / ความกลัวไม่ได้หมายความว่าคุณอยากหนีไปให้พ้น แต่หมายความว่าคุณรู้สึกสนใจ ไม่ว่าเราจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม แต่อารมณ์ที่เกี่ยวข้องกับความกลัวมากที่สุดคือความสนใจ เคยมีคนกล่าวว่าความกลัวมีสองด้านที่เรามองไม่เห็น โดยด้านหนึ่งต้องการหลีกหนี ส่วนอีกด้านหนึ่งต้องการสํารวจอย่างละเอียดนี่หมายความว่าโดยทั่วไปแล้วไม่มีอะไรที่ “น่ากลัว” เว้นเสียแต่ว่าเราอยากเข้าใจมัน รู้ว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของมัน และสัมผัสได้ว่ามันจะกลายเป็นอีกหนิงประสบการณ์ของเรา
05 / การมีความรู้สึกอื่น ๆ นอกเหนือจากความสุขไม่ได้บ่งบอกว่าคุณล้มเหลว คุณจะมีสุขภาพที่ดีได้ต้องประสบกับสารพัดอารมณ์อารมณ์เชิงลบมีประโยชน์สำหรับคุณ อันที่จริงการทำให้ตัวเองรับรู้เพียง“ความสุข” (หรืออารมณ์ใด ๆ ก็ตาม) อย่างต่อเนื่องเป็นสัญญาณของความเจ็บป่วยทางจิตใจ ร่างกายและจิตใจของเราไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นอย่างนั้น พูดอีกอย่างก็คือ คุณไม่ควรมีความสุขตลอดเวลา จงรับฟังสิ่งที่ร่างกายกำลังบอกคุณ อารมณ์เชิงลบเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่ามีบางอย่างผิดปกติ สิ่งที่คุณต้องแก้ไขจึงไม่ใช่อารมณ์ แต่เป็นสิ่งที่ส่งผลให้เกิดอารมณ์นั้น
06 / อารมณ์สามารถ “ทำนายอนาคต” พูดอีกอย่างก็คือ ลางสังหรณ์ นี่แหละคือของจริง การศึกษาของมหาวิทยาลัยโคลัมเบียชื่อ “Emotional Oracle Effect (ปรากฏการณ์ค่าพยากรณ์ทางอารมณ์)” ได้พิสูจน์ว่าคนที่เชื่อในอารมณ์ของตัวเองสามารถทำนายผลลัพธ์ในอนาคตได้ และเนื่องจากคนเหล่านี้ใช้ประโยชน์จากอารมณ์อย่างสม่ำเสมอ พวกเขาจึงมีช่องทางที่จะเข้าถึงจิตใต้สำนึกของตัวเอง ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลที่ไม่ค่อยมีใครรู้ว่ามีอยู่
07/เราหวนนึกถึงความเจ็บปวดทางสังคมได้มากกว่าความเจ็บปวดทางร่างกาย นี่จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่นักวิจัยบางคนเชื่อว่าความเจ็บปวดทางสังคมสร้างความเสียหายได้มากกว่า เราจะลืมความทรงจําเกี่ยวกับความเจ็บปวดทางร่างกายเมื่อไม่มีปัจจัยทางจิตวิทยามาเกี่ยวข้อง หรือเมื่อเราไม่ได้รู้สึกโดยสัญชาตญาณว่าจำเป็นต้องประมวลผลหรือปรับตัวเพื่อความอยู่รอด อย่างไรก็ตาม สมองของเราจะให้ความสำคัญกับการปฏิเสธ ความอับอาย ตลอดจนอารมณ์ทางสังคมอื่น ๆเป็นอันดับหนึ่ง เพราะเราจำเป็นต้องดำรงอยู่ใน “เผ่า” เพื่อความอยู่รอด
08 / ความเครียดอาจเป็นอารมณ์ที่อันตรายที่สุด (โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง) แต่เรากลับรับมือกับมันน้อยกว่าความรู้สึกอื่น ๆ การผ่อนคลายไม่ใช่เพียงสิ่งที่คุณควรทำเพื่อปรนเปรอตัวเอง แต่เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งยวด ความเครียดจะทำให้คุณอ่อนล้าไปทุกส่วน อีกทั้งยังเชื่อมโยงไม่ทางใดก็ทางหนึ่งกับสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ทั่วโลก เช่น อุบัติเหตุ โรคมะเร็ง โรคหัวใจ และการฆ่าตัวตาย
09 / อันที่จริงโซเชียลมีเดียกำลังทำให้เรารู้สึกห่างเหินกันมากขึ้น เมื่อเราเสพเรื่องราวชีวิตของคนอื่นเพียงบางแง่มุมอย่างต่อเนื่อง เราก็ปะติดปะต่อเรื่องราวเหล่านั้นเข้าด้วยกันแล้วทึกทักเอาเองว่าความเป็นจริงของพวกเขาเป็นอย่างไร ซึ่งห่างไกลจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ๆ การใช้โซเชียลมีเดียเริ่มทำให้เราวิตกกังวล (และครุ่นคิดว่าตัวเองกำลังใช้ชีวิตได้ดีตามมาตรฐานที่ผู้อื่นคาดหวังหรือไม่) เราเริ่มให้ความสำคัญกับการใช้เวลาดูหน้าจอมากกว่าพบหน้ากันในชีวิตจริง และด้วยความที่เราเป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องการความใกล้ชิดจากเพื่อนมนุษย์ (ไม่ว่าจะในเชิงโรแมนติกหรือไม่ก็ตาม) โซเชียลมีเดียจึงนับว่าเป็นสิ่งที่สร้างความเสียหายมากขึ้นเรื่อย ๆ ในวัฒนธรรมของเรา
10 / “เราไม่สามารถเลือกเฉยชาต่อความรู้สึกใดความรู้สึกหนึ่งได้ เมื่อเราเฉยชาต่อความรู้สึกเชิงลบ เราก็จะเฉยชาต่อความยินดี ความซาบซึ้งใจ และความสุขไปด้วย”เบรเน บราวน์ กล่าวว่าการเฉยชาต่อประสบการณ์หนึ่ง ๆ จะทำให้เราเฉยชาต่อทุกสิ่งไปด้วย ถ้าเราเพิกเฉยความเศร้า ก็เท่ากับเราปิดกั้นตัวเองจากความสุข นี่หมายความว่าการสัมผัสกับทุกประสบการณ์ไม่ว่าจะดีหรือร้ายย่อมดีต่อสุขภาพมากกว่า
10 เรื่องสําคัญที่เราเข้าใจผิดเกี่ยวกับอารมณ์
01 / การทําร้ายจิตใจมีผลกระทบระยะยาวที่เลวร้ายพอ ๆ กับการทําร้าย ร่างกาย หรืออาจเลวร้ายกว่าด้วยซ้ำ การทําร้ายจิตใจมักไม่ได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง เพราะเราไม่อาจ “มองเห็น” มันได้เสมอไป แต่การทําร้ายทุกประเภทมีผลกระทบระยะยาว ที่รุนแรงไม่ต่างกัน การทําร้ายจิตใจคล้ายคลึงกับการทําร้ายร่างกายตรงที่ มันจะค่อย ๆ ทําลายความมั่นใจ คุณค่า และความคิดของคนคนหนึ่งอย่าง เป็นระบบ การทําร้ายจิตใจมีหลายรูปแบบ เช่น การบงการ การข่มขู่ การด้อยค่า การดูแคลน การวิพากษ์วิจารณ์ การตะคอก และอื่น ๆ
02 / อารมณ์คงอยู่ยาวนานกว่าความทรงจําที่สร้างมันขึ้นมา อารมณ์ในอดีตของเรายังคงส่งผลต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตปัจจุบัน หมายความว่าถ้าเราไม่เยียวยาสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต เราก็จะถูกมันควบคุมอยู่ ตลอดเวลา ยิ่งไปกว่านั้น ความกลัวอย่างไร้เหตุผลและความกังวลอย่างรุนแรง จากการใช้ชีวิตในแต่ละวันล้วนมีสาเหตุ ซึ่งเราจําเป็นต้องรับมือและหาทาง แก้ไขเพื่อหยุดผลกระทบของมันอย่างมีประสิทธิภาพ
03 / มีเหตุผลที่คนทำงานสร้างสรรค์มักอยู่ในภาวะซึมเศร้า การแสดงออกและการประสบกับอารมณ์เชิงลบนั้นสัมพันธ์กับการกระตุ้นสมองส่วนฟรอนทัล คอร์เทกซ์ ซีกขวา (รวมถึงอมิกดาลา) และสมองบริเวณเดียวกันนี้จะถูกกระตุ้นเมื่อเราใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงสร้างความหมายที่เป็นนามธรรมให้กับประสบการณ์ปัจจุบันที่เป็นรูปธรรม
04 / ความกลัวไม่ได้หมายความว่าคุณอยากหนีไปให้พ้น แต่หมายความว่าคุณรู้สึกสนใจ ไม่ว่าเราจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม แต่อารมณ์ที่เกี่ยวข้องกับความกลัวมากที่สุดคือความสนใจ เคยมีคนกล่าวว่าความกลัวมีสองด้านที่เรามองไม่เห็น โดยด้านหนึ่งต้องการหลีกหนี ส่วนอีกด้านหนึ่งต้องการสํารวจอย่างละเอียดนี่หมายความว่าโดยทั่วไปแล้วไม่มีอะไรที่ “น่ากลัว” เว้นเสียแต่ว่าเราอยากเข้าใจมัน รู้ว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของมัน และสัมผัสได้ว่ามันจะกลายเป็นอีกหนิงประสบการณ์ของเรา
05 / การมีความรู้สึกอื่น ๆ นอกเหนือจากความสุขไม่ได้บ่งบอกว่าคุณล้มเหลว คุณจะมีสุขภาพที่ดีได้ต้องประสบกับสารพัดอารมณ์อารมณ์เชิงลบมีประโยชน์สำหรับคุณ อันที่จริงการทำให้ตัวเองรับรู้เพียง“ความสุข” (หรืออารมณ์ใด ๆ ก็ตาม) อย่างต่อเนื่องเป็นสัญญาณของความเจ็บป่วยทางจิตใจ ร่างกายและจิตใจของเราไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นอย่างนั้น พูดอีกอย่างก็คือ คุณไม่ควรมีความสุขตลอดเวลา จงรับฟังสิ่งที่ร่างกายกำลังบอกคุณ อารมณ์เชิงลบเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่ามีบางอย่างผิดปกติ สิ่งที่คุณต้องแก้ไขจึงไม่ใช่อารมณ์ แต่เป็นสิ่งที่ส่งผลให้เกิดอารมณ์นั้น
06 / อารมณ์สามารถ “ทำนายอนาคต” พูดอีกอย่างก็คือ ลางสังหรณ์ นี่แหละคือของจริง การศึกษาของมหาวิทยาลัยโคลัมเบียชื่อ “Emotional Oracle Effect (ปรากฏการณ์ค่าพยากรณ์ทางอารมณ์)” ได้พิสูจน์ว่าคนที่เชื่อในอารมณ์ของตัวเองสามารถทำนายผลลัพธ์ในอนาคตได้ และเนื่องจากคนเหล่านี้ใช้ประโยชน์จากอารมณ์อย่างสม่ำเสมอ พวกเขาจึงมีช่องทางที่จะเข้าถึงจิตใต้สำนึกของตัวเอง ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลที่ไม่ค่อยมีใครรู้ว่ามีอยู่
07/เราหวนนึกถึงความเจ็บปวดทางสังคมได้มากกว่าความเจ็บปวดทางร่างกาย นี่จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่นักวิจัยบางคนเชื่อว่าความเจ็บปวดทางสังคมสร้างความเสียหายได้มากกว่า เราจะลืมความทรงจําเกี่ยวกับความเจ็บปวดทางร่างกายเมื่อไม่มีปัจจัยทางจิตวิทยามาเกี่ยวข้อง หรือเมื่อเราไม่ได้รู้สึกโดยสัญชาตญาณว่าจำเป็นต้องประมวลผลหรือปรับตัวเพื่อความอยู่รอด อย่างไรก็ตาม สมองของเราจะให้ความสำคัญกับการปฏิเสธ ความอับอาย ตลอดจนอารมณ์ทางสังคมอื่น ๆเป็นอันดับหนึ่ง เพราะเราจำเป็นต้องดำรงอยู่ใน “เผ่า” เพื่อความอยู่รอด
08 / ความเครียดอาจเป็นอารมณ์ที่อันตรายที่สุด (โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง) แต่เรากลับรับมือกับมันน้อยกว่าความรู้สึกอื่น ๆ การผ่อนคลายไม่ใช่เพียงสิ่งที่คุณควรทำเพื่อปรนเปรอตัวเอง แต่เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งยวด ความเครียดจะทำให้คุณอ่อนล้าไปทุกส่วน อีกทั้งยังเชื่อมโยงไม่ทางใดก็ทางหนึ่งกับสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ทั่วโลก เช่น อุบัติเหตุ โรคมะเร็ง โรคหัวใจ และการฆ่าตัวตาย
09 / อันที่จริงโซเชียลมีเดียกำลังทำให้เรารู้สึกห่างเหินกันมากขึ้น เมื่อเราเสพเรื่องราวชีวิตของคนอื่นเพียงบางแง่มุมอย่างต่อเนื่อง เราก็ปะติดปะต่อเรื่องราวเหล่านั้นเข้าด้วยกันแล้วทึกทักเอาเองว่าความเป็นจริงของพวกเขาเป็นอย่างไร ซึ่งห่างไกลจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ๆ การใช้โซเชียลมีเดียเริ่มทำให้เราวิตกกังวล (และครุ่นคิดว่าตัวเองกำลังใช้ชีวิตได้ดีตามมาตรฐานที่ผู้อื่นคาดหวังหรือไม่) เราเริ่มให้ความสำคัญกับการใช้เวลาดูหน้าจอมากกว่าพบหน้ากันในชีวิตจริง และด้วยความที่เราเป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องการความใกล้ชิดจากเพื่อนมนุษย์ (ไม่ว่าจะในเชิงโรแมนติกหรือไม่ก็ตาม) โซเชียลมีเดียจึงนับว่าเป็นสิ่งที่สร้างความเสียหายมากขึ้นเรื่อย ๆ ในวัฒนธรรมของเรา
10 / “เราไม่สามารถเลือกเฉยชาต่อความรู้สึกใดความรู้สึกหนึ่งได้ เมื่อเราเฉยชาต่อความรู้สึกเชิงลบ เราก็จะเฉยชาต่อความยินดี ความซาบซึ้งใจ และความสุขไปด้วย”เบรเน บราวน์ กล่าวว่าการเฉยชาต่อประสบการณ์หนึ่ง ๆ จะทำให้เราเฉยชาต่อทุกสิ่งไปด้วย ถ้าเราเพิกเฉยความเศร้า ก็เท่ากับเราปิดกั้นตัวเองจากความสุข นี่หมายความว่าการสัมผัสกับทุกประสบการณ์ไม่ว่าจะดีหรือร้ายย่อมดีต่อสุขภาพมากกว่า