JJNY : ธนเดชจี้ตอบได้โควต้า│เซียเดินขบวนวันแรงงาน│ปชน.จี้เคลียร์เรือฟริเกต│แจ้งเกิดทิพย์จีนโผล่│น้ำมันปรับลดแต่เกินร้อย

ให้ออกแล้ว ที่ปรึกษากมธ.พิทักษ์สถาบัน สว. หาประโยชน์หวย ธนเดช ชี้ไม่พอ จี้ตอบได้โควต้าจากไหน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5699805
.

.
ให้ออกแล้ว ที่ปรึกษากมธ.พิทักษ์สถาบัน สว. หาประโยชน์หวย ธนเดช ชี้ไม่พอ จี้ตอบได้โควต้าจากไหน
.
จากกรณีที่ ร.ท. ธนเดช เพ็งสุข ส.ส.กทม.พรรคประชาชน ออกมาเปิดเผยว่าได้รับคลิปสนทนา ของสมาคมเมโลเดียน แห่งประเทศไทย โดยมีบุคคลแอบอ้าง ว่าเป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา อ้างว่ามีโควต้าลอตเตอรี่ ประกาศหานอมินีบัญชีม้า หัวละ 2,000 บาท
.
พร้อมกันนี้ ร.ท.ธนเดช ได้เปิดคลิปเสียง ที่ได้รับมาเมื่อ เดือนที่ผ่านมา โดยอ้างว่าชื่อนาย ด. ซึ่งนาย ด. อ้างว่าเป็นที่ปรึกษา กมธ.ฯ พร้อมระบุว่าได้โควตาลอตเตอรี่ออนไลน์ หากใครต้องการขายก็เตรียมเอกสารให้พร้อม และให้ส่งเข้าไลน์ ส.ว.บุญรอด ใครส่งมาก่อนก็ได้ก่อน
.
ล่าสุด ร.ท.ธนเดช ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า
.
ได้รับประสานจาก ปธ.กมธ.วิสามัญ พิทักษ์ และเทิดทูน สถาบันฯ ว่าได้ให้บุคคล ดังกล่าวออกจาก ทปษ.กมธ. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเรื่องนี้แค่นี้มันไม่พอครับ แอบอ้าง เบียดเบียนประชาชน และโควตาได้มายังไง วุฒิสภา ต้องมีคำตอบ นะครับ
.
https://www.facebook.com/TanadejP/posts/pfbid02o2CUbGRWA8YXfQYQWHi7pmmU5ntEmNVSGAwZSJyrdb29hhEoBKXBA6ZEJNAc9ZzQl
.

.
เซีย เดินขบวนวันแรงงาน ทวงคืนประกันสังคม ให้มืออาชีพบริหาร ชวนผู้ประกันตนร่วมยื่นร่างกม.บ่ายนี้
https://www.matichon.co.th/politics/news_5699799
.
‘เซีย ปชน.’ ร่วมวันแรงงาน ‘ทวงคืนประกันสังคม’ ชวนผู้ประกันตนเดินขบวนเข้าสภาวันนี้
.
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 1 พฤษภาคม ที่ลานคนเมือง นายเซีย จำปาทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นำขบวนผู้ประกันตน ร่วมเดินรณรงค์กับสหภาพแรงงานต่างๆ เพื่อเรียกร้องสิทธิให้แก่ผู้ประกันตน เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2569 โดยมีนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และ น.ส.ธนพร วิจันทร์ ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เข้าร่วมกิจกรรม
.
นายเซียกล่าวว่า เนื่องในวันแรงงานปี 2569 พรรคประชาชนมีข้อเรียกร้องสำคัญคือ การ “ทวงคืนประกันสังคม” ให้กลับมาเป็นของผู้ประกันตนอย่างแท้จริง ปัจจุบันกองทุนประกันสังคมยังขาดความโปร่งใส โดยไม่มีการเปิดเผยข้อมูลการลงทุนอย่างชัดเจน ทั้งในส่วนของการนำเงินไปลงทุนในช่องทางใด และผลตอบแทนเป็นอย่างไร ทำให้ผู้ประกันตนไม่สามารถตรวจสอบได้ นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการบริหารงานโดย “มืออาชีพ” เนื่องจากปัจจุบันกองทุนประกันสังคมมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 2.9 ล้านล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง หากขาดผู้เชี่ยวชาญในการบริหาร อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของกองทุนในอนาคต
.
นายเซียกล่าวด้วยว่า อีกประเด็นสำคัญคือการเปิดโอกาสให้ผู้ประกันตนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ เช่น การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม การทำประชาพิจารณ์ และการกำหนดนโยบายสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการใช้เงินกองทุน หากดำเนินการได้ครบทั้ง 3 ด้าน จะช่วยให้กองทุนประกันสังคมเติบโตอย่างยั่งยืน และสามารถดูแลสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนได้ดีขึ้น
.
พร้อมกันนี้ พรรคประชาชนได้เชิญชวนผู้ประกันตนร่วมยื่นร่างกฎหมายประกันสังคม โดยนัดหมายเวลา 14.30 น. ที่แยกบางโพ ก่อนเดินขบวนไปยังรัฐสภาเพื่อยื่นข้อเสนอ
.

.
ปชน.จี้รมว.กลาโหม-ทร. เคลียร์ปมเรือฟริเกต ลำ 2 จ่อสะดุด แนะเพิ่มสัดส่วน Offset มากกว่า 20%
https://www.matichon.co.th/politics/news_5699691
.
เอกราช ส.ส.ปชน. จี้ รมว.กลาโหม-ทร.ตอบ ปมเรือฟริเกต ลำที่ 2 ไม่ผ่านงบปี’70 กังขาแก้แบบเอื้อประโยชน์เอกชนหรือไม่ แนะเพิ่มสัดส่วน Offset มากกว่า 20% หนุนอุตสาหกรรมภายในประเทศ
.
จากกรณีกระแสข่าวโครงการต่อเรือฟริเกต ลำที่ 2 ของกองทัพเรือ งบประมาณ 17,000 ล้านบาท ไม่ผ่านการพิจารณาร่วมกันของกระทรวงกลาโหมและสำนักงบประมาณ เนื่องจากเร่งดันโครงการจัดซื้อเรือฟริเกต ลำที่ 2 เร็วเกินไป ส่งผลให้เพดานงบประมาณ ปี 2570 สูงเกินไปนั้น
.
เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (30 เมษายน) นายเอกราช อุดมอำนวย ส.ส.พรรคประชาชน จัดแถลงข่าวกรณีดังกล่าว ที่รัฐสภา พร้อมเปิดเผยผ่านทางเฟซบุ๊ก ระบุดังนี้
.
งบปี 2570 ที่จัดซื้อเรือฟริเกตมีการแก้ไขแบบเพื่อเอื้อประโยชน์ให้เอกชนบางรายหรือไม่!
.
นายเอกราช อุดมอำนวย ส.ส.พรรคประชาชน แถลงข่าวเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชี้แจงการจัดซื้อเรือฟริเกตของกองทัพเรือ เพื่อยืนยันว่าการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลยังคงเป็นเป้าหมายหลัก
.
ทั้งนี้ ในฐานะ ส.ส.ที่ติดตามเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะโครงการจัดหาเรือฟริเกตแบบเร่งด่วนในปีงบประมาณ 2569 ซึ่งได้มีมติผ่านงบประมาณเพื่อจัดหาเรือ 1 ลำ ในระยะที่ 1 โดยข้อเท็จจริงที่ผ่านมา กองทัพเรือมีความจำเป็นต้องใช้เรือฟริเกตจำนวน 2 ลำ แต่ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณในปี 2569 ประกอบกับสถานการณ์ปัจจุบันที่การรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลในอ่าวไทย รวมถึงการพิทักษ์อธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน มีความสำคัญอย่างยิ่ง
.
ดังนั้น ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างดังกล่าว จึงขอตั้งข้อสังเกตและมีคำถามไปยังกองทัพเรือและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ใน 3 ประเด็นสำคัญ ดังนี้
.
1. ปัจจุบันกองทัพเรือได้มีการออกแบบเรือ และเชิญชวนผู้เข้าร่วมประมูลเรียบร้อยแล้ว โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาด้านเทคนิคของคณะกรรมการ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน จึงขอสอบถามว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวมีการแก้ไขแบบเพื่อเอื้อประโยชน์ให้เอกชนบางรายหรือไม่ และมีกลไกหรือช่องว่างใดที่อาจนำไปสู่การดำเนินการในลักษณะดังกล่าวหรือไม่
.
2. สำหรับปีงบประมาณ 2570 กองทัพเรือมีแผนจะขอจัดหาเรือเพิ่มอีก 1 ลำ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในเชิงขนาด (Economies of Scale) และสนับสนุนอุตสาหกรรมต่อเรือภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม ปรากฏเป็นข่าวว่ามีการเชิญกองทัพเรือไปพิจารณาปรับลดหรือยุติโครงการดังกล่าว จึงขอสอบถามว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เนื่องจากหากมีการตัดเรืออีก 1 ลำ จะส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถของกองทัพเรือในการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล โดยเฉพาะในช่วงที่เรือบางส่วนกำลังทยอยปลดประจำการ
.
3. ในส่วนของนโยบายการชดเชยทางอุตสาหกรรม (Offset Policy) ในสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งกำหนดไว้ที่ร้อยละ 20 ของวงเงินงบประมาณ เห็นว่ายังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ และอาจไม่เพียงพอต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมภายในประเทศ จึงควรมีการศึกษาว่าหากต้องการให้เม็ดเงินงบประมาณจากโครงการนี้หมุนเวียนอยู่ในประเทศมากขึ้น ทั้งในอุตสาหกรรมต่อเรือ อุตสาหกรรมเหล็ก และห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้อง ควรเพิ่มสัดส่วน Offset ให้สูงกว่าร้อยละ 20 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานภายในประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
.
ทั้งนี้ ขอเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชี้แจงข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าวอย่างชัดเจน เพื่อยืนยันว่าการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลยังคงเป็นเป้าหมายหลัก และเพื่อให้การใช้งบประมาณของประเทศเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมภายในประเทศ
.
https://www.facebook.com/jawjarntalk/posts/pfbid08qXaAb41BboT8mpWnLg1us8gSj8FRydN5grv7gdRB25SSqeLGmRJXqAAfCuEVShZl
.

.
แจ้งเกิดทิพย์ เด็กจีนในโคราชโผล่รวม 45 ราย ตม.สุวรรณภูมิกัก 2 ชาวจีน
https://www.matichon.co.th/region/news_5699785
.
ท้องถิ่นโคราชตรวจเจออีก แจ้งเกิดทิพย์แก๊งจีนเทา เพิ่มเป็น 45 ราย ตม.สุวรรณภูมิกักตัว 2 ชาวจีน
.
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี นายกิติพงศ์ พงศ์สุรเวท นายกเทศมนตรี ตำบลโพธิ์กลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่เจ้าพนักงานทะเบียนของเทศบาล ที่ สภ.เมืองนครราชสีมา ภายหลังตรวจพบทุจริตในงานทะเบียนราษฎรของเทศบาลฯ มีพฤติการณ์ปลอมเอกสารแจ้งเกิดให้บุคคลต่างชาติเป็นขบวนการ จำนวน 27 ราย พร้อมเรียกรับผลประโยชน์รายละหลักหมื่นบาท
.
ล่าสุด วันนี้ (1 พฤษภาคม 2569) นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง เปิดเผยข้อมูลล่าสุด ว่า ภายหลังจากการประชุมร่วมกับโรงพยาบาลค่ายสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา ที่ถูกผู้กระทำผิดกล่าวแอบอ้างใช้เป็นสถานที่แจ้งเกิดปลอม จนได้รับความเสียหาย ยังพบจำนวนรายชื่อที่แจ้งเกิด เพิ่มอีก 28 ราย รวมเป็น 45 ราย รายชื่อดังกล่าวเป็นชื่อชาวจีนทั้งหมด
.
ผมได้ร่วมประชุมกับโรงพยาบาลค่ายสุรนารีแล้ว ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีและทางโรงพยาบาลยืนยันจะตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ถึงที่สุด นอกจากนี้ มีการแจ้งเกิดปลอมเพิ่มขึ้นอีกทั้งหมด 28 ราย ถ้าดูจากรายชื่อจะพบว่าชื่อที่แจ้งเกิดเป็นชาวจีนทั้งหมด ไม่มีบุคคลสัญชาติไทยอยู่แล้ว และจุดสังเกตอีกอย่างก็คือ ชื่อเด็กที่แจ้งเกิด เป็นคู่แฝดถึง 6 คู่” นายกิติพงศ์ กล่าว และว่า
.
จากการตรวจสอบยังพบอีกว่า ในช่วงเวลาที่แจ้งเกิดนั้น เป็นการแจ้งเกิดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม – ตุลาคม 2568 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมิถุนายน 2568 แจ้งเกิดทั้งหมด 6 ราย เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้รับการประสานจากตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินสุวรรณภูมิ ว่า ได้กักตัวชาวจีนไว้ 2 คนที่กำลังจะเดินทางออกนอกประเทศ ตรวจสอบพบว่า มีสถานที่แจ้งเกิดอยู่ในพื้นที่ตำบลโพธิ์กลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการตรวจสอบ เชื่อมั่นว่าจากการร่วมมือกันจะช่วยกันขจัดเรื่องที่เกิดขึ้นจนหมดไปให้ได้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่