สี่นี้โป๊ยโจ่ยะ (时年八节) 8 เทศกาลสำคัญในหนึ่งปี และขนมแบบฉบับแต้จิ๋ว


สี่นี้โป๊ยโจ่ยะ (时年八节) 8 เทศกาลสำคัญในหนึ่งปี และขนมแบบฉบับแต้จิ๋ว
 
เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วจริงๆ  อีกไม่นาน…ก็จะถึงเทศกาลบ๊ะจ่างอีกแล้ว กลิ่นใบไผ่กับรสมือเดิม กำลังจะหวนกลับมาอีกครั้ง คิดถึง “อาอึ้ม” (คุณแม่) อีกแล้วค่ะ วันนั้นพวกเราลูกๆ จะนั่งล้อมวงช่วยกันล้าง ช่วยกันเช็ดใบไผ่ทีละใบ ทีละใบ อาตั่วแจ้ที่โตสุด จะได้ช่วยอาอึ้มห่อบ๊ะจ่าง ส่วนอาหมวยเล็ก รีบไปกระแซะข้างๆอาอึ้ม ทำหน้าลอยๆ อยากทำบ้าง อาอึ้มยิ้มน้อยๆ เลือกใบไผ่ใบจิ๋วๆให้สองสามใบ พร้อมแบ่งข้าวเหนียวใส่ถ้วยเล็กๆให้อาหมวยไปนั่งห่อเองเงียบๆ แล้วก็ไมลืม...ยื่นเชือกฟางให้ด้วย
 
วันไหว้บ๊ะจ่าง (端午节) โหง่วหว่วยโจ่ยะ ตรงกับวันที่ 5 เดือน 5 ตามปฏิทินจีน ปีนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายนค่ะ เผลอแป๊บเดียวจะเข้าสู่ครึ่งปี 2569 แล้ว เวลาผ่านไปไวจริงๆ เลยนะคะ เพื่อนๆ ว่ามั้ยคะ
 
เช้านี้แม่นันอยากชวนมาคุยกันอีกครั้ง เกี่ยวกับ “8 เทศกาลในหนึ่งปี” พร้อมสารพัดขนมแบบฉบับแต้จิ๋ว ที่ต้องเตรียมไหว้ในแต่ละเทศกาล เราจะค่อยๆไล่เรียงกันตั้งแต่ “สารทแรก” ของปีกันเลยค่ะ
 
โดย 8 เทศกาลนี้ ถือเป็นสารทใหญ่ตามปฏิทินจีน (ไม่รวมเทศกาลย่อยตามฤดูกาลนะคะ)
- สารทที่ 1 ตรุษจีน (春节) ชุงโจ่ยะ วัน 1 ค่ำ เดือน 1 (จันทรคติจีน) วันขึ้นปีใหม่ของจีน ตรงกับวันที่ 17 ก.พ. 2569
- สารทที่ 2 หง่วงเซียวโจ่ยะ (元宵节) วัน 15 ค่ำ เดือน 1 เทศกาลประทีปโคมไฟ ถือเป็นคืนเพ็ญแรกของปี ตรงกับวันที่ 3 มี.ค. 2569
- สารทที่ 3 วันเช็งเม้ง (清明节) วัน 18 ค่ำ เดือน 2 วันแสดงความกตัญญู ลูกหลานชาวจีนจะเดินทางไปไหว้บรรพบุรุษที่สุสาน ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม - วันที่ 5 เม.ย. 2569
- สารทที่ 4 วันไหว้บ๊ะจ่าง (端午节) โหง่วหว่วยโจ่ยะ วัน 5 ค่ำ เดือน 5 ตรงกับวันที่ 19 มิ.ย. 2569
- สารทที่ 5 วันสารทจีน (中元节) ชิกหว่วยปั่ว วัน 15 ค่ำ เดือน 7 สารทกลางเดือนเจ็ด เทศกาลไหว้ดวงวิญญาณบรรพชน และดวงวิญญาณไร้ญาติ ตรงกับวันที่ 27 ส.ค. 2569
- สารทที่ 6 วันไหว้พระจันทร์ (中秋节) ตงชิวโจ่ยะ วัน 15 ค่ำ เดือน 8 ตรงกับวันที่ 25 ก.ย. 2569
- สารทที่ 7 วันไหว้ขนมบัวลอย(冬节)ตังโจ่ยะ วัน 14 ค่ำ เดือน 11 ตรงกับวันที่ 22 ธ.ค. 2569
- สารทที่ 8 วันไหว้สิ้นปี (过年节) ก๊วยหนี่โจ่ยะ วัน 29 ค่ำ เดือน 12 จะตรงกับวันที่ 5 กพ. ของปี 2570
 
ชาวแต้จิ๋วจะไหว้เจ้าและไหว้บรรพชนกันในวันเทศกาลเหล่านี้ ซึ่งเป็นประเพณีปฏิบัติที่ยึดถือสืบต่อกันมาช้านาน ของไหว้ก็ไม่พ้นพวกหมู ห่าน เป็ดไก่ ผลไม้ และที่ขาดไม่ได้คือขนมประจำเทศกาล
 
ใกล้วัน 24 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจีน ชาวแต้จิ๋วจะเริ่มโม่ข้าวเป็นแป้ง เรียกว่า บีซู หรือบีโข่ยะ เพื่อใช้ทำ “ก้วย” สารพัดชนิด เตรียมไว้สำหรับไหว้เจ้าในแบบฉบับของชาวแต้จิ๋วเอง
 
วัน 24 ค่ำ เดือน 12 วันส่งเจ้าขึ้นสวรรค์ (ซิ้งเจี่ยที) เป็นวันที่เทพเจ้าทุกองค์ (บ้างก็ว่าเฉพาะเทพเจ้าเตาไฟองค์เดียว) บนโลกมนุษย์จะกลับขึ้นไปสวรรค์ เพื่อไปรายงานความดีความชั่วของมนุษย์ต่อองค์เง็กเซียนฮ่องเต้ ของไหว้ในวันส่งเจ้าขึ้นสวรรค์นี้ จะต่างกันตามแต่ว่ามาจากหมู่บ้านตำบลไหน ส่วนมากแล้วจะใช้แค่น้ำตาลทรายหรือโอวทึ้งหนึ่งจาน (ขึ้นอยู่กับบรรพบุรุษแต่ละบ้านเริ่มต้นมาอย่างไร) บ้างมีข้าวต้มหวาน (ใส่น้ำตาล) บ้างไหว้ด้วยขนมกาลอจี๊ ขนมหวานที่ทำจากแป้งข้าวเหนียว คลุกน้ำตาลถั่วและงาคั่ว บางปีแม่นันก็ไหว้ด้วย “หนึ่งเปี้ย"( 软饼)ที่ทำจากแป้งข้าวเหนียว ตัวไส้เป็นไส้หวาน ทอดในน้ำมัน มีลักษณะนิ่มๆหนึบๆ ที่แม่นันเคยทำให้ดูน่ะค่ะ คนไทยจะเรียกขนมชนิดนี้ว่า “อิ่วก้วย” บางคนติดใจในรสชาติถึงขนาดลืมความมันเลี่ยนของตัวขนมไปเลยนะคะ
 
ไหว้ส่งเจ้ากลับสวรรค์แล้ว อีกหนึ่งสัปดาห์ ก็จะต้องไหว้เจ้ากันในวันตรุษจีน “ฮวกก้วย” ขนมมงคลต้อนรับเทศกาลแรกของปี ทำจากแป้งข้าวเจ้า หมักด้วยยีสต์และน้ำเชื่อม ขนมมงคลอีกชนิดหนึ่งคือ "อั่งถ่อก้วย" ในแม่พิมพ์ไม้โบราณทรงลูกท้อแบน เนื้อก้วยสีแดงออกชมพู ไส้ที่ใส่ก็มี ไส้กูช่าย ไส้ข้าวเหนียวผัดถั่วลิสงใส่พริกไทยหอมๆ เป็นของกินอยู่ในกลุ่มขนม "กูช้ายก้วย" นั่นเอง และของกินอื่นๆที่มีความหมายเป็นมงคล
 
ถัดจากวันตรุษจีนมา 15 วัน เป็นวันหง่วงเซียว (คืนเพ็ญแรกของปี หรือจับโหง่วแม๊) จีนแต้จิ๋วในไทยนิยมไหว้ “ไช้เถ่าก้วย” หรือขนมผักกาดในวันหง่วงเซียว เพราะถือเป็นขนมมงคลมีความหมายดี นิยมทำเป็นทรงกลมปอนด์ใหญ่ให้มีความหมายถึงความสามัคคีกลมเกลียว ทำให้เจริญก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ
 
เทศกาลถัดจากนี้ คือเทศกาลเช็งเม้ง ซึ่งตกราววันที่ 4, 5 หรือ 6 ของเดือนเมษายน ของไหว้ในเทศกาลนี้เป็นอาหารคาวหวาน ที่บรรพบุรุษชื่นชอบและเคยทำให้ลูกหลานกิน เช่น ไช้เถ่าก้วย (ขนมผักกาด), ไช้เปา บ๊ะเปา (ซาลาเปาไส้ผัก ไส้หมู) และขนมที่ขาดไม่ได้ในเทศกาลเช็งเม้งคือ “จูชังเปี้ย/ จือชังเปี้ย” ซึ่งในหนึ่งปีจะได้ทานเพียงครั้งเดียว มีรสชาติเค็มหวานอร่อยอย่างลงตัว ทำจากส่วนผสมคาวหวาน รวมทั้งงาขาวและต้นหอม มีทั้งแบบนิ่มและแบบกรอบ
 
เข้าวัน 5 ค่ำ เดือน 5 จะเป็นเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง คนจีนแต้จิ๋วเรียกเทศกาลนี้ตามวันเดือนว่า “โหงวหว่วยโจ่ยะ” ของไหว้นอกจากบ๊ะจ่างแล้ว ยังมีกีจ่าง (ขนมจ้างด่าง) ทำจากแป้งข้าวเหนียวแช่น้ำด่าง (กี) จนเมล็ดข้าวเหนียวนุ่ม ห่อด้วยใบไผ่คล้ายบ๊ะจ่างลูกเล็กๆ ใช้เชือกมัดให้เป็นพวง นำไปต้มให้สุกกลายเป็นกีจ่างสีเหลืองสวย จิ้มกินกับน้ำตาลโอวทึ้ง
 
ถัดมาเป็นเทศกาลสารทจีน (วัน 15 ค่ำ เดือน 7) ของไหว้จะเป็นอาหารมงคลคาวหวาน ชือคักก้วย ตีก้วย (ขนมเทียนชือขัก ขนมเข่ง) ในบางจังหวัดยังคงมีทำ “ชือคักก้วย” แบบโบราณ ซึ่งในตัวแป้งจะผสมด้วยมันเทศและสมุนไพรชือขัก พร้อมอาหารคาวหวานอีกชุดใหญ่จัดให้ดวงวิญญาณเร่ร่อน ฮอเฮียตี๋
 
เข้าวัน 15 ค่ำ เดือน 8 จะเป็นเทศกาลไหว้พระจันทร์ (ตงชิวโจ่ยะ) เทศกาลนี้จะไหว้ “เเปะกอ” ขนมโก๋ ซึ่งเป็นขนมที่ทำจากแป้งข้าวเหนียว ขนม "เหล็กเต่ากอ" ที่ทำจากแป้งถั่วเขียว กรรมวิธีแบบโบราณจะยุ่งยากมาก แต่หอมอร่อยที่สุด อัดใส่พิมพ์เป็นรูปทรงต่างๆ และ “โหง่วหยิ่งเปี้ย” ขนมไหว้พระจันทร์ไส้ธัญพืชและส่วนผสมคาวหวานอีกเป็นสิบชนิด มีรสชาติอร่อยลงตัว ปัจจุบันหาทานยาก
 
ราวๆ วันที่ 21-22-23 วันใดวันหนึ่งในเดือนธันวาคม จะเป็นเทศกาลไหว้ขนมบัวลอย (ตังโจ่ยะ) “อี๊/ อี่เกี้ย” ทำจากแป้งข้าวเหนียว ปั้นเป็นลูกกลมๆเล็ก สีขาว สีชมพู ต้มใส่น้ำเชื่อมผสมสีแดงเพื่อความเป็นสิริมงคล การได้กินบัวลอยในเทศกาลตังโจ่ยะ ถือได้ว่ามีอายุเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งปี ในอดีตถือเป็นวันเปลี่ยนปีนักษัตร และเป็นวันสิ้นปีที่แท้จริง
 
แล้วปฏิทินก็จะวนกลับมาถึงวัน 24 ค่ำเดือน 12 ตามปีปฏิทินจีน วันที่ชาวจีนแต้จิ๋วจะไหว้ส่งเทพเจ้ากลับสวรรค์อีกครั้ง ซึ่งชาวแต้จิ๋วก็จะเริ่มโม่แป้ง ทำ “ก้วย” สารพัดชนิด เตรียมไว้ไหว้เจ้ากันต่ออีกปี และจะวนเวียนเช่นนี้ไปเรื่อยๆตราบเท่าที่ชาวแต้จิ๋วยังคงเคารพในตัวเทพเจ้าทั้งหลาย และนั่นก็หมายความว่า “ก้วย” ที่มาจากต้นน้ำธัญญพืชของเหล่าเกษตรกร จะยังอยู่คู่กับประเพณีและวิถีชีวิตของชาวแต้จิ๋วต่อไปด้วย
 
หลากหลายเมนูใน 8 เทศกาลที่แม่นันเล่ามานี้  รวมอยู่ในหนังสือ "รวมรสมืออาม่า" ที่ทุกท่านมีอยู่แล้ว อย่าลืมนำไปทำไหว้บรรพบุรุษตามเทศกาลต่างๆนะคะ หากมีขั้นตอนไหนไม่เข้าใจ หรือติดขัดตรงไหน แวะมาสอบถามแม่นันในอินบ็อกซ์ได้เสมอค่ะ
 
 
ขอขอบคุณข้อมูลประกอบการเขียนบทความ
อาจารย์จักรกฤษณ์ เกษกาญจนานุ
คุณจักสรณ์ วรางค์ศรีศิริ (MGR)
และปฏิทินจีน myhora
 
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่