ขนมแฉ่งม้า ของหวานชื่อประหลาด ที่เรารู้จักกันดีในอีกชื่อ

#ขนมแฉ่งม้า ของหวานชื่อประหลาด ที่เรารู้จักกันดีในอีกชื่อหนึ่ง

เมื่อพูดถึง ‘ขนมแฉ่งม้า’ หรือ ‘ขนมแชงม้า’ หลายคนคงเกาหัวแกรกๆ พลางนึกสงสัยว่ามันคือขนมอะไร (วะ) นี่เอาม้ามาทำขนมกินกันแล้วหรือ แต่จริงๆ แล้วขนมแฉ่งม้า (หรือแชงม้า) เป็นขนมไทยโบราณที่เรายังหากินได้ทุกวัน แม้จะเหลือน้อยเต็มทีในชื่อ ‘ขนมปลากริมไข่เต่า’ นั่นเอง
.
‘ปลากริมไข่เต่า’ เป็นขนมหวานสองชนิดมารวมกัน นั่นจึงทำให้มันมีอีกชื่อว่า ‘ขนมสองหม้อ’ จากลักษณะตัวขนมที่แยกออกเป็นสองหม้อสองสี ตัวปลากริมมีลักษณะเป็นเส้นยาวๆ ตรงกลางอ้วน หัวท้ายเรียวคล้ายเส้นลอดช่อง ตัวสีน้ำตาลรสหอมหวานจากน้ำตาลมะพร้าว ส่วนไข่เต่ามีลักษณะกลมรี คล้ายไข่เต่า สีขาว รสชาติเค็มๆ มันๆ จากหัวกะทิ เวลากินก็อยู่ที่ว่าใครชอบกินรสไหนมากกว่า แต่นิยมกินพร้อมกันอย่างละครึ่งแล้วคนให้เข้ากัน ก็จะได้รสชาติที่มีทั้งหอม หวาน มัน เค็มกลมกล่อมลงตัว
.
ส่วนที่มีการโยง ‘ปลากริมไข่เต่า’ กับ ‘ขนมแฉ่งม้า’ นั้นมีบันทึกของท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญอาหารคาว-หวาน และผู้แต่งตำรา ‘แม่ครัวหัวป่าก์’ ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้บันทึกว่า ท่านได้ทราบจากอุบาสิกาเนย ผู้นำขนมปลากริมและขนมไข่เต่ามาถวายแด่ท่านผู้หญิงเปลี่ยน ว่าขนมทั้งสองชนิดนี้ต้องกินคู่กัน เพราะขนมปลากริมมีรสชาติหวานจัด เมื่อกินคู่กันกับขนมไข่เต่าที่ออกรสเค็มปะแล่มๆ ก็จะเข้ากันดี โดยถ้ากินคู่กันแบบนี้ โบราณจะเรียกว่า ‘ขนมแฉ่งม้า’ (แต่หากกินแยกกัน ถึงจะเรียกว่าขนมปลากริมและขนมไข่เต่าตามชื่อของมัน)
.
และยังอ้างถึงบทเพลงกล่อมเด็กที่นิยมร้องสมัยต้นรัชกาลที่ 4 ว่า "โอ้ละเหโอ้ละหึก ลุกขึ้นแต่ดึกทำขนมแฉ่งม้า ผัวก็ตี เมียก็ด่า ขนมแฉ่งม้าก็คาหม้อแกง" จึงน่าจะเชื่อได้ว่า ‘ขนมแฉ่งม้า’ ที่ว่านี้คือ ‘ปลากริมไข่เต่า’
.
ส่วนเหตุที่คนโบราณเรียกว่า ‘ปลากริมไข่เต่า’ ว่า ‘แฉ่งม้า’ หรือ ‘แชงม้า’ สันนิษฐานว่ามาจากชื่อของ ‘ท้าวทองกีบม้า’ หรือ ‘มารีอา กียูมาร์ เดอ ปีญา’ (โปรตุเกส: Maria Guyomar de Pinha) ผู้เป็นภริยาของพระยาวิไชเยนทร์ (คอนสแตนติน ฟอลคอน) ขุนนางกรีกที่รับราชการในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เธอมีชื่อเสียงจากการปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าห้องเครื่องต้นวิเสทในราชสำนัก ตำแหน่ง ‘ท้าวทองกีบม้า’ มาจากชื่อ ‘กียูมาร์’ ว่ากันว่าเธอได้ประดิษฐ์ขนมไทยที่ได้รับอิทธิพลจากอาหารโปรตุเกส มีทองหยิบ, ทองหยอด, ฝอยทอง, ทองม้วน และหม้อแกง เป็นต้น จนได้สมญาว่าเป็น ‘ราชินีแห่งขนมไทย’
.
ในบทความ ‘เพลงกล่อมเด็กกับขนมแชงมา’ ของ รองศาสตราจารย์ อุดม พรประเสริฐ ผู้อำนวยการศูนย์ปราจีนบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ศูนย์ปราจีนบุรี ระบุความเชื่อมโยงนี้ว่า
.
“แต่ที่น่าสนใจ ผู้เขียนค่อนข้างจะปักใจเชื่อ คือ ภาษาฝรั่งเศส มีคำว่า เชอวัล (Cheval) ซึ่งแปลว่า ม้า คำคำนี้มีความหมายไปตรงกับชื่อของท้าวทองกีบม้า ซึ่งเป็นลูกครึ่งฝรั่งผู้ทำขนมอยู่ในวัง และเคยทำขนมถวายพระนารายณ์ เพื่อต้อนรับทูตฝรั่งเศส เป็นไปได้หรือไม่ว่า การเรียกขนมชนิดหนึ่งในขณะนั้น อาจเรียกชื่อตามชื่อผู้คิดประดิษฐ์ขึ้นเพื่อให้เกียรติ ท้าวทองกีบม้า และคำว่า เชอวัล ก็แปลว่าม้า คำว่า เชอ อาจกลายเป็นแชง แล้วเอาชื่อของท้าวทองกีบม้า ซึ่งชื่อเดิมว่า มารี กีมาร์ มาผสมกันเข้า แล้วเรียกตามสำเนียงไทยว่า แชงมา ตั้งชื่อขนม แล้วเรียกชื่อนี้สืบกันมา”
.
แต่ก็มีคนแย้งว่าหากว่ากันตามเพลงกล่อมเด็ก ‘ขนมแฉ่งม้า’ น่าจะหมายถึงขนมหม้อแกงมากกว่า เพราะเป็นขนมที่รับมาจากโปรตุเกสสมัยอยุธยาเหมือนกัน แต่ ‘ปลากริมไข่เต่า’ ใช้เวลาทำไม่นานเหมือนหม้อแกงที่ต้อง “ลุกแต่ดึกทำขนมแฉ่งม้า” เพราะใช้เวลาทำนานกว่านั่นเอง
.
ที่มา : sauceเรื่องราวกินได้
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่