แพทย์ชี้ 10 เมนูอาหารไทย เร่งไตวายแบบติดสปีด กินทุกวัน ไม่รอด

ที่มา:  ไทยนิวส์ออนไลน์ - MSN

1.ส้มตำปลาร้า / ส้มตำปู (โซเดียม 1,913 mg)  2.ต้มยำกุ้งน้ำข้น (โซเดียม 1,726 mg)
3.สุกี้แห้ง (โซเดียม 1,300 – 1,500 mg) 4.แกงพะแนงหมู (โซเดียม 1,349 mg)
5.แกงมัสมั่นไก่ (โซเดียม 1,303 mg) 6.ผัดไทย (โซเดียม 1,138 mg)
7.ยำมาม่า (โซเดียม 1,000+ mg) 8.แกงเขียวหวานไก่ (โซเดียม 870 mg)
9.ต้มข่าไก่ (โซเดียม 854 mg) 10.ก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำตก (โซเดียม 842 mg)




นพ.ศุภฤกษ์ วิจารณาญาณ หรือ ศุภฤกษ์ วิจารณาญาณ ออกมาโพสต์เตือนผ่านเพจ “หมอโอ๊ค DoctorSixpack” ถึงอันตรายของพฤติกรรมการกินที่อาจทำร้ายไตโดยไม่รู้ตัว

เจ้าตัวระบุว่า การบริโภคอาหารบางประเภทเป็นประจำ เสี่ยงเร่งให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น จนพัฒนาไปสู่ภาวะไตวาย พร้อมเตือนแรงว่า หากยังกิน “10 อาหารกลุ่มเสี่ยง” ทุกวัน อาจต้องเผชิญถึงขั้นฟอกไตหรือนอนติดเตียง และชี้ว่าคนไทยจำนวนมากยังคงมีพฤติกรรมดังกล่าวในชีวิตประจำวัน

หลังจากที่หมอกลับมาจากอเมริกา เพื่อมาศึกษาต่อด้านเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) ที่ Harvard Medical School หมอเพิ่งได้ตรวจและให้คำปรึกษาคนไข้คนไทยท่านหนึ่งที่โรงพยาบาล ประเทศไทย ย่านอนุเสาวรีย์ครับ เป็นเคสที่น่าตกใจมาก เพราะคนไข้มีภาวะ “ไตวายเฉียบพลัน
ค่าการทำงานของไต (eGFR) ร่วงจากระยะที่ 2 EGFR 70 กว่า กลายเป็น ระยะที่ 4 EGFR เหลือ 29 ภายในเวลาแค่ 3 เดือน

เมื่อซักประวัติลึกๆ พบว่าสาเหตุไม่ได้มาจากกรรมพันธุ์ครับ แต่มาจาก “พฤติกรรม” ล้วนๆ คนไข้ทานอาหารรสเค็มจัด ดื่มน้ำอัดลมและน้ำผลไม้หวานเจี๊ยบแทนน้ำเปล่า กินก๋วยเตี๋ยวเรือมื้อละ 4 ชาม (เน้นลูกชิ้นและอาหารแปรรูป) ปิดท้ายด้วยผลไม้หวานจัดทุกมื้อ พฤติกรรมเหล่านี้นี่แหละครับคือระเบิดเวลาทำลายไต
โรคไต คือ “ฆาตกรเงียบ” ตัวจริงครับ เพราะไตเป็นอวัยวะที่อดทนมาก แม้จะพังไปแล้ว 70% คุณก็อาจจะยังไม่มีอาการอะไรเลย (ไม่มีอาการไม่ได้แปลว่าไม่ป่วย) จนกระทั่งเข้าสู่ ระยะที่ 5 (End-Stage Renal Disease – ESRD) ซึ่งเป็นระยะที่ไตหยุดทำงานโดยสิ้นเชิง สิ่งที่ตามมาคือความน่ากลัวอย่างแท้จริง
คุณภาพชีวิตพังทลาย : คุณต้องถูกจำกัดการดื่มน้ำ (บางคนดื่มได้แค่วันละ 2-3 แก้ว) ทานอะไรก็ไม่ได้ ต้องไปโรงพยาบาลเพื่อฟอกเลือดสัปดาห์ละ 2-3 วัน ครั้งละ 4 ชั่วโมง ร่างกายจะอ่อนเพลีย คันตามตัว และกระดูกเปราะบาง

อัตราการเสียชีวิตสูง : ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า ผู้ป่วยที่ต้องฟอกเลือด มีอัตราการรอดชีวิตใน 5 ปี เพียงแค่ประมาณ 40-50% เท่านั้น และในระยะ 10 ปี อัตราการรอดชีวิตจะยิ่งลดต่ำลงอย่างมาก สาเหตุการเสียชีวิตส่วนใหญ่มาจากโรคหัวใจและหลอดเลือดที่แทรกซ้อนครับ
10 อาหารไทยยอดฮิต เร่งไตวายติดสปีด (พร้อมสูตรเหรียญทองทดแทน) อาหารเหล่านี้เต็มไปด้วย “โซเดียม” (จากเกลือ น้ำปลา ซีอิ๊ว ผงชูรส) “แป้งขัดสี” และ “ฟอสฟอรัส” จากเนื้อสัตว์แปรรูป ซึ่งเมื่อเข้าสู่ร่างกาย โซเดียมจะดึงน้ำเข้าหลอดเลือด ทำให้ความดันโลหิตพุ่งสูงไปกระแทกตาข่ายกรองไต (Glomerulus) จนฉีกขาดครับ

1.ส้มตำปลาร้า / ส้มตำปู (โซเดียม 1,913 mg)
ทำไมถึงแย่ : น้ำปลาร้าและผงชูรสมหาศาลทำให้ความดันพุ่งทะลุปรอท ไตต้องทำงานหนักเพื่อขับเกลือทิ้ง
เมนูทดแทน : ส้มตำไทย (สั่งแม่ค้าไม่ใส่ผงชูรส ลดน้ำปลาลงครึ่งหนึ่ง บีบมะนาวแท้เพิ่มความเปรี้ยว)

2.ต้มยำกุ้งน้ำข้น (โซเดียม 1,726 mg)
ทำไมถึงแย่ : น้ำพริกเผา นมข้นจืด และน้ำปลา คือการรวมตัวของไขมันเลวและโซเดียมที่ทำให้เลือดหนืดข้น
เมนูทดแทน : ต้มยำกุ้งน้ำใส (ไม่ใส่น้ำพริกเผา เน้นสมุนไพร ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และที่สำคัญ “ห้ามซดน้ำซุป”)

3.สุกี้แห้ง (โซเดียม 1,300 – 1,500 mg)
ทำไมถึงแย่ : น้ำจิ้มสุกี้ที่ราดลงไปชุ่มๆ อุดมไปด้วยโซเดียมและน้ำตาลทรายที่ขูดขีดหลอดเลือดไต
เมนูทดแทน : สุกี้น้ำ (เน้นผักและเต้าหู้ ใส่น้ำจิ้มแค่ 1 ช้อนชาเพื่อแต่งรส และไม่ซดน้ำซุป)

4.แกงพะแนงหมู (โซเดียม 1,349 mg)
ทำไมถึงแย่ : เครื่องแกงสำเร็จรูปและกะทิเคี่ยวแตกมัน ทำให้เกิดภาวะอักเสบในหลอดเลือด
เมนูทดแทน : หมูสับ (ไม่ติดมัน) รวนน้ำจิ้มแจ่วโซเดียมต่ำ ทานคู่กับผักสด

5.แกงมัสมั่นไก่ (โซเดียม 1,303 mg)
ทำไมถึงแย่ : หวานจัด เค็มจัด มันจัด ครบสูตรการสร้างไขมันพอกตับและภาวะดื้ออินซูลิน
เมนูทดแทน : ต้มจืดไก่สับปั้นก้อนใส่ผักกาดขาวและเห็ดหอม

6.ผัดไทย (โซเดียม 1,138 mg)
ทำไมถึงแย่ : แป้งเส้นจันท์ที่ดูดซับน้ำมัน ผสมกับน้ำมะขามเปียกที่เคี่ยวกับน้ำตาลปี๊บและน้ำปลา ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งกระชาก
เมนูทดแทน : ยำเส้นแก้วหรือเส้นบุก ใส่กุ้งลวกและเห็ดหูหนู (เส้นใยสูง ไม่กระตุ้นอินซูลิน)

7.ยำมาม่า (โซเดียม 1,000+ mg)
ทำไมถึงแย่ : เส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถูกทอดในน้ำมันและซึมซับโซเดียมไว้เต็มที่ ยิ่งโดนผงปรุงรสยิ่งทำลายไต
เมนูทดแทน : ยำวุ้นเส้น (เน้นวุ้นเส้นถั่วเขียวแท้ ใส่เห็ดรวม ปรุงรสด้วยมะนาวสดและพริกขี้หนู)

8.แกงเขียวหวานไก่ (โซเดียม 870 mg)
ทำไมถึงแย่ : คล้ายพะแนงครับ เครื่องแกงและกะทิทำร้ายระบบหลอดเลือดโดยตรง
เมนูทดแทน : แกงเลียงผักรวม (ใช้ความเผ็ดร้อนจากพริกไทยดำและสมุนไพรขยายหลอดเลือด ลดการใส่กะปิ

9.ต้มข่าไก่ (โซเดียม 854 mg)
ทำไมถึงแย่ : ความเค็มมันจากกะทิและเกลือ ทำให้ไตสูญเสียสมดุลการขับน้ำ
เมนูทดแทน : ไก่นึ่งสมุนไพร หรือปลาทับทิมนึ่งจิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ดหญ้าหวาน

10.ก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำตก (โซเดียม 842 mg)
ทำไมถึงแย่ : นี่คือเมนูที่ทำร้ายคนไข้ของหมอครับ! น้ำซุปเลือดข้นๆ ซีอิ๊วดำ และ “ลูกชิ้น/หมูยอ” (เนื้อสัตว์แปรรูป) มีฟอสฟอรัสสังเคราะห์ที่ดูดซึมเข้าเลือด 100% ไตขับไม่ออกจนกลายเป็นหินปูนเกาะหลอดเลือด!
เมนูทดแทน : ก๋วยเตี๋ยวน้ำใสเส้นหมี่ขาว (สั่งไม่ใส่ลูกชิ้น ไม่ใส่กระเทียมเจียว ใส่แต่เนื้อสัตว์ต้ม และห้ามซดน้ำซุปเด็ดขาด
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่