ไปเที่ยวชมร่องรอยทางรถไฟสายมรณะยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 กลางแม่น้ำรันตีกัน

น้ำลดครั้งประวัติศาสตร์! เส้นทางรถไฟสายมรณะโผล่กลางแม่น้ำรันตีในรอบ 42 ปี



จากการลงพื้นที่ตั้งแต่บริเวณสะพานรันตี ไปจนถึงสามแยกอำเภอสังขละบุรี ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร พบร่องรอยเส้นทางรถไฟสายมรณะ ซึ่งปัจจุบันมีลักษณะเป็นถนนลูกรัง กว้างราว 4 เมตร รวมถึงพบโครงสร้างบ่อน้ำคอนกรีตขนาดประมาณ 10×10 เมตร โผล่กลางแม่น้ำรันตี โดยชาวบ้านระบุว่าเคยใช้เป็นจุดเติมน้ำให้หัวรถจักรในอดีต

ทั้งนี้ ปรากฏการณ์ดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกในรอบ 42 ปี นับตั้งแต่มีการสร้างเขื่อนวชิราลงกรณแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2527 โดยช่วงเวลาที่สามารถเห็นร่องรอยประวัติศาสตร์นี้ได้ คาดว่าจะอยู่ระหว่างเดือนเมษายนถึงมิถุนายน 2569 เท่านั้น

สำหรับประวัติศาสตร์ เส้นทางรถไฟสายมรณะ สร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยรัฐบาลญี่ปุ่น ขอยืมเงินจากรัฐบาลไทย จำนวน 4 ล้านบาท การก่อสร้างใช้เวลาในการสร้างเสร็จเพียง 1 ปี ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2485 ถึงเดือน ต.ค. 2486 เพื่อใช้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ผ่านประเทศพม่า หลังสงครามเส้นทางรถไฟบางส่วนถูกรื้อทิ้ง บางส่วนจมอยู่ใต้อ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ

ทางรถไฟสายนี้ถือเป็นอนุสรณ์ให้รำลึกถึงเหตุการณ์สงครามในครั้งนั้น เนื่องจากน้ำพักน้ำแรงของการบุกเบิกก่อสร้าง เป็นของทหารเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ที่กองทัพญี่ปุ่นเกณฑ์มา

เหตุที่ทางรถไฟสายนี้ได้ชื่อว่าทางรถไฟสายมรณะ เพราะว่าในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรได้แก่ ทหารอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย ฮอลันดา นิวซีแลนด์ ประมาณ 61,700 คน กรรมกรชาวจีน ญวน ชวา มลายู พม่า อินเดีย อีกจำนวนมาก  มาก่อสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ เพื่อเป็นเส้นทางผ่านไปสู่ประเทศพม่า เพื่อลำเลียงอาวุธยุทโธปกรณ์ รวมทั้งกำลังพล เพื่อจะไปโจมตีพม่า และอินเดียต่อไป ซึ่งขณะนั้นเป็นดินแดนอาณานิคมของอังกฤษ

เส้นทางช่วงหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่ การสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก ความทารุณของสงคราม และโรคภัยตลอดจนการขาดแคลนอาหาร ทำให้เชลยศึกจำนวนหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิตลง

หลังสิ้นสุดสงคราม รัฐบาลไทยได้จ่ายเงินจำนวน 50 ล้านบาท เพื่อซื้อทางรถไฟสายนี้จากอังกฤษ และทำการซ่อมบำรุงบางส่วนของเส้นทางดังกล่าว เพื่อเปิดการเดินรถตั้งแต่สถานีหนองปลาดุกจนถึงสถานีน้ำตก โดยอยู่ในความดูแลของการรถไฟแห่งประเทศไทยจนถึงปัจจุบัน

เส้นทางรถไฟสายนี้เป็นอนุสรณ์ของโลกที่จารึกความโหดร้ายทารุณของสงครามโลกครั้งที่ 2 และเป็นอนุสรณ์แก่ผู้เสียชีวิตในสงครามด้วย



ที่มา

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่