🌺น้ำลด ทางรถไฟสายมรณะ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โผล่กลางแม่น้ำรันตี ในรอบ 42 ปี ชาวบ้านระบุเคยใช้เป็นจุดเติมน้ำให้หัวรถจักรในอดีต
กรณีโลกออนไลน์ให้ความสนใจอย่างมาก หลังเพจ “ฟาร์มอ้นสังขละบุรี” เผยภาพและเรื่องราวเส้นทางรถไฟสายมรณะจากสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งกลับมาปรากฏให้เห็นอีกครั้ง หลังระดับน้ำในพื้นที่ลดลงอย่างมาก จนมีผู้เข้าชมและกดถูกใจนับล้านครั้ง
วันที่ 9 เม.ย.2569 นายกิตติ อายุ 47 ปี เจ้าของเพจ โดยเปิดเผยว่า ตนและกลุ่มเพื่อนมักสำรวจแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่และเผยแพร่เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของสังขละบุรี กระทั่งทราบว่ามีการระบายน้ำจากเขื่อนวชิราลงกรณเพื่อซ่อมบำรุง จึงชักชวนกันออกสำรวจพื้นที่ประวัติศาสตร์
จากการลงพื้นที่ตั้งแต่บริเวณสะพานรันตี ไปจนถึงสามแยกอำเภอสังขละบุรี ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร พบร่องรอยเส้นทางรถไฟสายมรณะ ซึ่งปัจจุบันมีลักษณะเป็นถนนลูกรัง กว้างราว 4 เมตร รวมถึงพบโครงสร้างบ่อน้ำคอนกรีตขนาดประมาณ 10×10 เมตร โผล่กลางแม่น้ำรันตี โดยชาวบ้านระบุว่าเคยใช้เป็นจุดเติมน้ำให้หัวรถจักรในอดีต
ทั้งนี้ ปรากฏการณ์ดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกในรอบ 42 ปี นับตั้งแต่มีการสร้างเขื่อนวชิราลงกรณแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2527 โดยช่วงเวลาที่สามารถเห็นร่องรอยประวัติศาสตร์นี้ได้ คาดว่าจะอยู่ระหว่างเดือนเมษายนถึงมิถุนายน 2569 เท่านั้น
นายกิตติ ยังเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยว ให้เดินทางมาเยี่ยมชมในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ เพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์จากสถานที่จริง และร่วมกันส่งต่อความรู้ที่ถูกต้องให้กับคนรุ่นหลังต่อไป
สำหรับประวัติศาสตร์ เส้นทางรถไฟสายมรณะ สร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยรัฐบาลญี่ปุ่น ขอยืมเงินจากรัฐบาลไทย จำนวน 4 ล้านบาท การก่อสร้างใช้เวลาในการสร้างเสร็จเพียง 1 ปี ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2485 ถึงเดือน ต.ค. 2486 เพื่อใช้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ผ่านประเทศพม่า หลังสงครามเส้นทางรถไฟบางส่วนถูกรื้อทิ้ง บางส่วนจมอยู่ใต้อ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ
ทางรถไฟสายนี้ถือเป็นอนุสรณ์ให้รำลึกถึงเหตุการณ์สงครามในครั้งนั้น เนื่องจากน้ำพักน้ำแรงของการบุกเบิกก่อสร้าง เป็นของทหารเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ที่กองทัพญี่ปุ่นเกณฑ์มา
เหตุที่ทางรถไฟสายนี้ได้ชื่อว่าทางรถไฟสายมรณะ เพราะว่าในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรได้แก่ ทหารอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย ฮอลันดา Gelf vow Slowe นิวซีแลนด์ ประมาณ 61,700 คน กรรมกรชาวจีน ญวน ชวา มลายู พม่า อินเดีย อีกจำนวนมาก
คนไทยที่ถูกเกณฑ์เป็นทาสอีกนับแสนราย มาก่อสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ เพื่อเป็นเส้นทางผ่านไปสู่ประเทศพม่า เพื่อลำเลียงอาวุธยุทโธปกรณ์ รวมทั้งกำลังพล เพื่อจะไปโจมตีพม่า และอินเดียต่อไป ซึ่งขณะนั้นเป็นดินแดนอาณานิคมของอังกฤษ
เส้นทางช่วงหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่ การสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก ความทารุณของสงคราม และโรคภัยตลอดจนการขาดแคลนอาหาร ทำให้เชลยศึกจำนวนหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิตลง
หลังสิ้นสุดสงคราม รัฐบาลไทยได้จ่ายเงินจำนวน 50 ล้านบาท เพื่อซื้อทางรถไฟสายนี้จากอังกฤษ และทำการซ่อมบำรุงบางส่วนของเส้นทางดังกล่าว เพื่อเปิดการเดินรถตั้งแต่สถานีหนองปลาดุกจนถึงสถานีน้ำตก โดยอยู่ในความดูแลของการรถไฟแห่งประเทศไทยจนถึงปัจจุบัน
เส้นทางรถไฟสายนี้เป็นอนุสรณ์ของโลกที่จารึกความโหดร้ายทารุณของสงครามโลกครั้งที่ 2 และเป็นอนุสรณ์แก่ผู้เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่2ด้วย 🌺🌺🌺🌺🌺🌺
น้ำลดตอผุด เส้นทางรถไฟสายมรณะเดิมผุด
กรณีโลกออนไลน์ให้ความสนใจอย่างมาก หลังเพจ “ฟาร์มอ้นสังขละบุรี” เผยภาพและเรื่องราวเส้นทางรถไฟสายมรณะจากสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งกลับมาปรากฏให้เห็นอีกครั้ง หลังระดับน้ำในพื้นที่ลดลงอย่างมาก จนมีผู้เข้าชมและกดถูกใจนับล้านครั้ง
วันที่ 9 เม.ย.2569 นายกิตติ อายุ 47 ปี เจ้าของเพจ โดยเปิดเผยว่า ตนและกลุ่มเพื่อนมักสำรวจแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่และเผยแพร่เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของสังขละบุรี กระทั่งทราบว่ามีการระบายน้ำจากเขื่อนวชิราลงกรณเพื่อซ่อมบำรุง จึงชักชวนกันออกสำรวจพื้นที่ประวัติศาสตร์
จากการลงพื้นที่ตั้งแต่บริเวณสะพานรันตี ไปจนถึงสามแยกอำเภอสังขละบุรี ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร พบร่องรอยเส้นทางรถไฟสายมรณะ ซึ่งปัจจุบันมีลักษณะเป็นถนนลูกรัง กว้างราว 4 เมตร รวมถึงพบโครงสร้างบ่อน้ำคอนกรีตขนาดประมาณ 10×10 เมตร โผล่กลางแม่น้ำรันตี โดยชาวบ้านระบุว่าเคยใช้เป็นจุดเติมน้ำให้หัวรถจักรในอดีต
ทั้งนี้ ปรากฏการณ์ดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกในรอบ 42 ปี นับตั้งแต่มีการสร้างเขื่อนวชิราลงกรณแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2527 โดยช่วงเวลาที่สามารถเห็นร่องรอยประวัติศาสตร์นี้ได้ คาดว่าจะอยู่ระหว่างเดือนเมษายนถึงมิถุนายน 2569 เท่านั้น
นายกิตติ ยังเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยว ให้เดินทางมาเยี่ยมชมในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ เพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์จากสถานที่จริง และร่วมกันส่งต่อความรู้ที่ถูกต้องให้กับคนรุ่นหลังต่อไป
สำหรับประวัติศาสตร์ เส้นทางรถไฟสายมรณะ สร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยรัฐบาลญี่ปุ่น ขอยืมเงินจากรัฐบาลไทย จำนวน 4 ล้านบาท การก่อสร้างใช้เวลาในการสร้างเสร็จเพียง 1 ปี ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2485 ถึงเดือน ต.ค. 2486 เพื่อใช้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ผ่านประเทศพม่า หลังสงครามเส้นทางรถไฟบางส่วนถูกรื้อทิ้ง บางส่วนจมอยู่ใต้อ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ
ทางรถไฟสายนี้ถือเป็นอนุสรณ์ให้รำลึกถึงเหตุการณ์สงครามในครั้งนั้น เนื่องจากน้ำพักน้ำแรงของการบุกเบิกก่อสร้าง เป็นของทหารเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ที่กองทัพญี่ปุ่นเกณฑ์มา
เหตุที่ทางรถไฟสายนี้ได้ชื่อว่าทางรถไฟสายมรณะ เพราะว่าในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรได้แก่ ทหารอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย ฮอลันดา Gelf vow Slowe นิวซีแลนด์ ประมาณ 61,700 คน กรรมกรชาวจีน ญวน ชวา มลายู พม่า อินเดีย อีกจำนวนมาก
คนไทยที่ถูกเกณฑ์เป็นทาสอีกนับแสนราย มาก่อสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ เพื่อเป็นเส้นทางผ่านไปสู่ประเทศพม่า เพื่อลำเลียงอาวุธยุทโธปกรณ์ รวมทั้งกำลังพล เพื่อจะไปโจมตีพม่า และอินเดียต่อไป ซึ่งขณะนั้นเป็นดินแดนอาณานิคมของอังกฤษ
เส้นทางช่วงหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่ การสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก ความทารุณของสงคราม และโรคภัยตลอดจนการขาดแคลนอาหาร ทำให้เชลยศึกจำนวนหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิตลง
หลังสิ้นสุดสงคราม รัฐบาลไทยได้จ่ายเงินจำนวน 50 ล้านบาท เพื่อซื้อทางรถไฟสายนี้จากอังกฤษ และทำการซ่อมบำรุงบางส่วนของเส้นทางดังกล่าว เพื่อเปิดการเดินรถตั้งแต่สถานีหนองปลาดุกจนถึงสถานีน้ำตก โดยอยู่ในความดูแลของการรถไฟแห่งประเทศไทยจนถึงปัจจุบัน
เส้นทางรถไฟสายนี้เป็นอนุสรณ์ของโลกที่จารึกความโหดร้ายทารุณของสงครามโลกครั้งที่ 2 และเป็นอนุสรณ์แก่ผู้เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่2ด้วย 🌺🌺🌺🌺🌺🌺