
“ชาวเกาหลีที่ถูกลืมในทางรถไฟสายมรณะ” กับความโหดร้ายของการเกณฑ์แรงงานยุคจักรวรรดิญี่ปุ่น
ทางรถไฟไทย-พม่า หรือ “ทางรถไฟสายมรณะ” ที่สร้างขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กลางป่ากาญจนบุรีของไทย กลายเป็นสัญลักษณ์ของความโหดร้ายจากการใช้แรงงานบังคับของกองทัพญี่ปุ่น
ทางรถไฟสายนี้มีความยาวประมาณ 415 กิโลเมตร สร้างเสร็จภายในเวลาเพียง 16 เดือน โดยใช้แรงงานเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรและแรงงานพลเรือนจากหลายประเทศในเอเชียจำนวนมหาศาล ท่ามกลางสภาพความเป็นอยู่ที่เลวร้าย ทั้งความอดอยาก โรคระบาด และการใช้ความรุนแรง
มีรายงานว่า เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรกว่า 12,000 คน และแรงงานชาวเอเชียอีกประมาณ 80,000–100,000 คน เสียชีวิตระหว่างการก่อสร้าง จนเกิดคำกล่าวว่า “มีผู้เสียชีวิตหนึ่งคนต่อระยะทางรางรถไฟทุก 1 เมตร”
บทความจากสื่อเกาหลีใต้ระบุว่า ในบรรดาผู้เสียชีวิตจำนวนมากนั้น มีชาวเกาหลีจำนวนไม่น้อยที่ถูกญี่ปุ่นเกณฑ์มาเป็นแรงงาน แต่กลับแทบไม่ถูกกล่าวถึงในประวัติศาสตร์ หลายคนไม่มีแม้แต่ชื่อ หลุมศพ หรือบันทึกทางการ
แรงงานเกาหลีถูกส่งไปทำงานอันตราย เช่น ระเบิดหิน สร้างสะพาน และตัดป่ากลางเขตร้อน โดยไม่ได้รับอาหารหรือสวัสดิการพื้นฐานเทียบเท่าเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร
แม้สงครามจะสิ้นสุดไปนานแล้ว แต่ประเด็นเรื่องแรงงานบังคับยังคงเป็นข้อพิพาทระหว่างเกาหลีใต้กับญี่ปุ่น ในปี 2025 ศาลเกาหลีใต้มีคำตัดสินให้บริษัทญี่ปุ่นบางแห่งจ่ายค่าชดเชยแก่ครอบครัวผู้เสียหาย และยังมีคดีลักษณะเดียวกันอีกหลายคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณา
ขณะเดียวกัน รัฐบาลญี่ปุ่นยังถูกวิจารณ์จากฝ่ายเกาหลีใต้ว่า พยายามลดทอนหรือบิดเบือนข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับแรงงานบังคับและหญิงบำเรอในหนังสือเรียน
อีกประเด็นที่สร้างความไม่พอใจแก่ครอบครัวผู้เสียหาย คือ การที่ชื่อของชาวเกาหลีที่ถูกเกณฑ์แรงงานจำนวนมากถูกนำไปประดิษฐานที่ศาลเจ้ายาสุกุนิในญี่ปุ่นโดยไม่ได้รับความยินยอมจากญาติ
บทความสรุปว่า แม้ทางรถไฟสายมรณะจะอยู่ห่างจากคาบสมุทรเกาหลีหลายพันกิโลเมตร แต่ก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของบาดแผลทางประวัติศาสตร์จากยุคจักรวรรดิญี่ปุ่น ที่ยังไม่ได้รับการสะสางอย่างสมบูรณ์จนถึงปัจจุบัน
ที่มา: สื่อเกาหลีใต้ Gyeongin Global News
ไทย-พม่า รถไฟสายมรณะ
“ชาวเกาหลีที่ถูกลืมในทางรถไฟสายมรณะ” กับความโหดร้ายของการเกณฑ์แรงงานยุคจักรวรรดิญี่ปุ่น
ทางรถไฟไทย-พม่า หรือ “ทางรถไฟสายมรณะ” ที่สร้างขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กลางป่ากาญจนบุรีของไทย กลายเป็นสัญลักษณ์ของความโหดร้ายจากการใช้แรงงานบังคับของกองทัพญี่ปุ่น
ทางรถไฟสายนี้มีความยาวประมาณ 415 กิโลเมตร สร้างเสร็จภายในเวลาเพียง 16 เดือน โดยใช้แรงงานเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรและแรงงานพลเรือนจากหลายประเทศในเอเชียจำนวนมหาศาล ท่ามกลางสภาพความเป็นอยู่ที่เลวร้าย ทั้งความอดอยาก โรคระบาด และการใช้ความรุนแรง
มีรายงานว่า เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรกว่า 12,000 คน และแรงงานชาวเอเชียอีกประมาณ 80,000–100,000 คน เสียชีวิตระหว่างการก่อสร้าง จนเกิดคำกล่าวว่า “มีผู้เสียชีวิตหนึ่งคนต่อระยะทางรางรถไฟทุก 1 เมตร”
บทความจากสื่อเกาหลีใต้ระบุว่า ในบรรดาผู้เสียชีวิตจำนวนมากนั้น มีชาวเกาหลีจำนวนไม่น้อยที่ถูกญี่ปุ่นเกณฑ์มาเป็นแรงงาน แต่กลับแทบไม่ถูกกล่าวถึงในประวัติศาสตร์ หลายคนไม่มีแม้แต่ชื่อ หลุมศพ หรือบันทึกทางการ
แรงงานเกาหลีถูกส่งไปทำงานอันตราย เช่น ระเบิดหิน สร้างสะพาน และตัดป่ากลางเขตร้อน โดยไม่ได้รับอาหารหรือสวัสดิการพื้นฐานเทียบเท่าเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร
แม้สงครามจะสิ้นสุดไปนานแล้ว แต่ประเด็นเรื่องแรงงานบังคับยังคงเป็นข้อพิพาทระหว่างเกาหลีใต้กับญี่ปุ่น ในปี 2025 ศาลเกาหลีใต้มีคำตัดสินให้บริษัทญี่ปุ่นบางแห่งจ่ายค่าชดเชยแก่ครอบครัวผู้เสียหาย และยังมีคดีลักษณะเดียวกันอีกหลายคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณา
ขณะเดียวกัน รัฐบาลญี่ปุ่นยังถูกวิจารณ์จากฝ่ายเกาหลีใต้ว่า พยายามลดทอนหรือบิดเบือนข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับแรงงานบังคับและหญิงบำเรอในหนังสือเรียน
อีกประเด็นที่สร้างความไม่พอใจแก่ครอบครัวผู้เสียหาย คือ การที่ชื่อของชาวเกาหลีที่ถูกเกณฑ์แรงงานจำนวนมากถูกนำไปประดิษฐานที่ศาลเจ้ายาสุกุนิในญี่ปุ่นโดยไม่ได้รับความยินยอมจากญาติ
บทความสรุปว่า แม้ทางรถไฟสายมรณะจะอยู่ห่างจากคาบสมุทรเกาหลีหลายพันกิโลเมตร แต่ก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของบาดแผลทางประวัติศาสตร์จากยุคจักรวรรดิญี่ปุ่น ที่ยังไม่ได้รับการสะสางอย่างสมบูรณ์จนถึงปัจจุบัน
ที่มา: สื่อเกาหลีใต้ Gyeongin Global News