การค้นพบอาจไม่ได้เป็นดั่งฝัน เมื่อดาวที่เคยคาดว่าจะมีน้ำกลับไม่มี แถมยังเป็นดาวที่ร้อนมาก ๆอีกด้วย



ย้อนกลับไปเมื่อปี 2019 นักดาราศาสตร์ได้ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบรหัส L 98-59 d
ด้วยกล้องโทรทรรศน์อวกาศ TESS (Transiting Exoplanet Survey Satellite)
ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าโลกประมาณ 1.6 เท่า แต่กลับมีความหนาแน่นที่น้อยกว่าเกินกว่าที่จะเป็นดาวเคราะห์หินแข็งแบบโลกได้
จึงมีความเป็นไปได้ที่ดาวเคราะห์ดวงนี้จะเต็มไปด้วยผืนน้ำ มีมหาสมุทรลึกสุดลูกหูลูกตา
ที่อยู่ห่างเราไปประมาณ 35 ปีแสง ซึ่งมีศักยภาพที่จะเอื้อให้สิ่งมีชีวิตถือกำเนิดขึ้นมาได้
.
แต่ทว่าจากการศึกษาของทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอ็อกฟอร์ดครั้งล่าสุดในปี 2024 ที่ได้ใช้กล้องโทรทรรศน์เจมส์เวบบ์
ซึ่งมีอุปกรณ์ที่ตรวจสอบละเอียดมากกว่า พบว่าแท้จริงแล้วดาวเคราะห์ดวงนี้ไม่ใช่ดาวเคราะห์น้ำแบบที่เคยคิดกัน
แต่เป็นดาวเคราะห์ที่มีอุณหภูมิพื้นผิวถึง 1,500 องศาเซลเซียส
ร้อนเพียงพอที่จะหลอมละลายหินให้กลายเป็นของเหลวได้ จัดเป็นดาวเคราะห์ดวงใหม่ในกลุ่ม ‘ดาวเคราะห์หลอมเหลว’ (Molten Planet)
.
นักดาราศาสตร์กลุ่มใหม่ที่ได้ทำการศึกษากล่าวว่าดาวเคราะห์รหัส L 98-59 d ดวงนี้ปกคลุมไปด้วยหินหลอมเหลวทั่งทั้งดาว
ไม่ได้มีเปลือกหินแข็งแบบบนโลก แม้ดาวเคราะห์ดวงนี้จะก็ตัวผ่านไปมากกว่า 5 พันล้านปีแล้วก็ตาม
ซึ่งหินหลอมเหลวนี้อาจมีความลึกหลายพันกิโลเมตร น่ากลัวเสียยิ่งกว่ามหาสมุทรบนโลก
.
ทั้งกล้องเจมส์เวบบ์ยังสามารถตรวจจับได้ว่า ชั้นบรรยากาศของ L 98-59 d นั้นเต็มไปด้วยแก๊สไฮโดรเจนซัลไฟด์ หรือแก๊สไข่เน่า
ซึ่งโมเดลทางคณิตศาสตร์สามารถคำนวณได้ว่าแก๊สนี้เกิดจากปฏิกิริยาเคมีระหว่างชั้นบรรยากาศกับมหาสมุทรหินหลอมเหลวที่กักเก็บกำมะถันจำนวนมหาศาลไว้ภายใน ทำให้มีการจัดให้ดาวดวงนี้อยู่ในกลุ่มย่อยของดาวเคราะห์หลอมเหลวที่อุดมไปด้วยธาตุกำมะถัน (Sulphur-Rich Molten World) เป็นดาวดวงแรกในแคตาล็อกดาวเคราะห์นอกระบบของมนุษย์
.
ส่วนสาเหตุของอุณหภูมิที่ร้อนสุดโต่งนี้มีความเป็นไปได้สูงว่าเกิดจากชั้นบรรยากาศที่หนาทึบ
ซึ่งสร้างจากภาวะเรือนกระจกอย่างรุนแรง ในขณะเดียวกันการมีกำมะถันในปริมาณสูงในมหาสมุทรหลอมเหลวก็ช่วยให้จุดหลอมเหลวของหินลดต่ำลง
ทำให้พื้นผิวดาวแข็งตัวได้ยากขึ้น จนไม่ได้สามารถก่อตัวเป็นเปลือกดาวที่เสถียรแบบโลกได้
.
โดย ดร. แฮร์ริสัน นิโคลส์ (Harrison Nicholls) ผู้นำการวิจัยระบุว่า การค้นพบนี้ชี้ให้เห็นว่าระบบจำแนกประเภทดาวเคราะห์ที่เราใช้กันอยู่นั้นยังไม่ครอบคลุมประเภทของดาวเคราะห์ได้อย่างเพียงพอ อีกทั้งเอกภพของเรายังมีความหลากหลายของดวงดาวมากกว่าที่เราเคยจินตนาการไว้มาก แม้ดาวดวงนี้จะไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้ แต่มันช่วยให้เราเข้าใจวิวัฒนาการของดาวเคราะห์นอกระบบได้ดียิ่งขึ้นมากกว่าเดิม
.
News by Peeravut Boonsat, The Space Times
Edited by Chinapong Lienpanich, The Space Times

The Space Times
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่