ลอนดอน, สหราชอาณาจักร – ผลการศึกษาขนาดใหญ่จากสหราชอาณาจักรสร้างความประหลาดใจให้กับวงการสุขภาพ เมื่อนักวิจัยพบว่า "ความเร็วในการเดิน" สามารถพยากรณ์อายุขัยได้แม่นยำกว่าดัชนีมวลกาย (BMI) โดยผู้ที่ติดนิสัยเดินเร็วมีแนวโน้มอายุยืนกว่าผู้ที่เดินช้าสูงสุดถึง 15 ปี แม้จะเป็นผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินก็ตาม
ความเร็วที่ต่าง ผลลัพธ์ที่ห่างกันนับสิบปี
ทีมนักวิจัยจาก University of Leicester ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพจาก UK Biobank ซึ่งรวบรวมกลุ่มตัวอย่างเกือบ 500,000 คน โดยติดตามผลเป็นระยะเวลานานกว่า 10 ปี ผลการศึกษาพบความแตกต่างของอายุขัยที่ชัดเจนระหว่าง "คนเดินเร็ว" (Brisk Walkers) และ "คนเดินช้า" (Slow Walkers) ดังนี้:
• ผู้หญิง: กลุ่มที่เดินเร็วมีอายุขัยเฉลี่ย 86.7 – 87.8 ปี ขณะที่กลุ่มเดินช้ามีอายุขัยเพียง 72.4 ปี
• ผู้ชาย: กลุ่มที่เดินเร็วมีอายุขัยเฉลี่ย 85.2 – 86.8 ปี ขณะที่กลุ่มเดินช้ามีอายุขัยเพียง 64.8 ปี
ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นว่าเพียงแค่การปรับความเร็วในการเดิน อาจมีความสัมพันธ์กับช่วงชีวิตที่ยืนยาวขึ้นถึง 15 - 20 ปี เลยทีเดียว
ล้มล้างความเชื่อเดิม: BMI ไม่ใช่ทุกอย่าง
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของงานวิจัยชิ้นนี้คือ "ความเร็วในการเดินส่งผลดีต่ออายุขัยโดยไม่สนน้ำหนักตัว" นักวิจัยพบว่าคนอ้วนที่มีความฟิตของร่างกายเพียงพอจนสามารถเดินเร็วได้ ยังมีโอกาสอายุยืนยาวกว่าคนที่มีรูปร่างผอมแต่เดินช้าและขาดการออกกำลังกาย
ศาสตราจารย์ Tom Yates หัวหน้าทีมวิจัยระบุว่า "ความเร็วในการเดินสะท้อนถึงสมรรถภาพทางกาย (Physical Fitness) โดยรวม ทั้งความแข็งแรงของหัวใจ หลอดเลือด และกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้ดีกว่าการดูเพียงตัวเลขน้ำหนักตัว"
เดินเร็วแค่ไหนถึงเรียกว่า "ดี"?
ในงานวิจัยระบุว่า การเดินเร็ว คือการเดินด้วยความเร็วประมาณ 3 ไมล์ต่อชั่วโมง (4.8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) หรือในระดับที่ทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยเล็กน้อยจนเริ่มหอบ แต่ยังพอสื่อสารเป็นประโยคได้ ซึ่งถือเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิกที่ทำได้ง่ายและมีประสิทธิภาพสูงสุดอย่างหนึ่ง
ที่มาข้อมูล (Data Sources):
• วารสารวิชาการ: Mayo Clinic Proceedings (ฉบับเดือนมิถุนายน 2019)
• หัวข้องานวิจัย: "Comparative Relevance of Physical Fitness and Adiposity on Life Expectancy: A UK Biobank Observational Study"
• หน่วยงานวิจัย: University of Leicester และ National Institute for Health Research (NIHR) Leicester Biomedical Research Centre
กลุ่มตัวอย่าง: ข้อมูลประชากร 474,919 คนจาก UK Biobank ระหว่างปี 2006-2016
CR เพจ รู้รอบโลก
⬇️
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ https://www.facebook.com/100093435602334/photos/%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B8%99-%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%A7-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87-15-%E0%B8%9B%E0%B8%B5-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%95/866222226502290/?set=a.100845123040008&http_ref=eyJ0cyI6MTc3NjM5MDY2ODAwMCwiciI6Imh0dHBzOlwvXC93d3cuZmFjZWJvb2suY29tXC9zaGFyZVwvMThVNGM1QW1oY1wvP21pYmV4dGlkPXd3WElmciJ9
💡เผยความลับอายุยืน “เดินเร็ว” อาจช่วยยืดอายุขัยได้นานจึ้น 15 ปี ไม่เกี่ยงน้ำหนักตัว
ความเร็วที่ต่าง ผลลัพธ์ที่ห่างกันนับสิบปี
ทีมนักวิจัยจาก University of Leicester ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพจาก UK Biobank ซึ่งรวบรวมกลุ่มตัวอย่างเกือบ 500,000 คน โดยติดตามผลเป็นระยะเวลานานกว่า 10 ปี ผลการศึกษาพบความแตกต่างของอายุขัยที่ชัดเจนระหว่าง "คนเดินเร็ว" (Brisk Walkers) และ "คนเดินช้า" (Slow Walkers) ดังนี้:
• ผู้หญิง: กลุ่มที่เดินเร็วมีอายุขัยเฉลี่ย 86.7 – 87.8 ปี ขณะที่กลุ่มเดินช้ามีอายุขัยเพียง 72.4 ปี
• ผู้ชาย: กลุ่มที่เดินเร็วมีอายุขัยเฉลี่ย 85.2 – 86.8 ปี ขณะที่กลุ่มเดินช้ามีอายุขัยเพียง 64.8 ปี
ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นว่าเพียงแค่การปรับความเร็วในการเดิน อาจมีความสัมพันธ์กับช่วงชีวิตที่ยืนยาวขึ้นถึง 15 - 20 ปี เลยทีเดียว
ล้มล้างความเชื่อเดิม: BMI ไม่ใช่ทุกอย่าง
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของงานวิจัยชิ้นนี้คือ "ความเร็วในการเดินส่งผลดีต่ออายุขัยโดยไม่สนน้ำหนักตัว" นักวิจัยพบว่าคนอ้วนที่มีความฟิตของร่างกายเพียงพอจนสามารถเดินเร็วได้ ยังมีโอกาสอายุยืนยาวกว่าคนที่มีรูปร่างผอมแต่เดินช้าและขาดการออกกำลังกาย
ศาสตราจารย์ Tom Yates หัวหน้าทีมวิจัยระบุว่า "ความเร็วในการเดินสะท้อนถึงสมรรถภาพทางกาย (Physical Fitness) โดยรวม ทั้งความแข็งแรงของหัวใจ หลอดเลือด และกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้ดีกว่าการดูเพียงตัวเลขน้ำหนักตัว"
เดินเร็วแค่ไหนถึงเรียกว่า "ดี"?
ในงานวิจัยระบุว่า การเดินเร็ว คือการเดินด้วยความเร็วประมาณ 3 ไมล์ต่อชั่วโมง (4.8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) หรือในระดับที่ทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยเล็กน้อยจนเริ่มหอบ แต่ยังพอสื่อสารเป็นประโยคได้ ซึ่งถือเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิกที่ทำได้ง่ายและมีประสิทธิภาพสูงสุดอย่างหนึ่ง
ที่มาข้อมูล (Data Sources):
• วารสารวิชาการ: Mayo Clinic Proceedings (ฉบับเดือนมิถุนายน 2019)
• หัวข้องานวิจัย: "Comparative Relevance of Physical Fitness and Adiposity on Life Expectancy: A UK Biobank Observational Study"
• หน่วยงานวิจัย: University of Leicester และ National Institute for Health Research (NIHR) Leicester Biomedical Research Centre
กลุ่มตัวอย่าง: ข้อมูลประชากร 474,919 คนจาก UK Biobank ระหว่างปี 2006-2016
CR เพจ รู้รอบโลก
⬇️
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้