**ข้อมูลจาก Student Loans Company ประเทศ อังกฤษ *** (ไม่ใช่ประเทศไทย)
เคยมีคำพูดว่า “เรียนให้จบ เดี๋ยวชีวิตจะดีเอง” แต่สำหรับเด็กจบใหม่ในยุคนี้… หลายคนเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า มันยังจริงอยู่ไหม
เรียนจบ = เริ่มต้นด้วย “หนี้”
- ภาพจำของปริญญาเคยเป็น “ตั๋วทอง” แต่วันนี้ กลับกลายเป็น “ภาระก้อนแรกของชีวิต” มีเคสหนึ่งในอังกฤษ
👉 หนี้การศึกษาสูงถึง
13 ล้านบาท
👉 มากกว่าราคาบ้านทั้งหลัง
- แม้จะเป็นเคสสุดโต่ง แต่ค่าเฉลี่ยก็ยังสูงถึงหลัก
1–2 ล้านบาท และที่หนักกว่านั้นคือ ดอกเบี้ยยังเดินต่อ…แม้จะเรียนจบไปแล้ว
ยังไม่ทันทำงาน ก็เริ่ม “ติดลบ”
- สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เงินเดือนเริ่มต้นไม่สูง ค่าครองชีพแพงขึ้น หนี้ก้อนใหญ่กดทับ ทำให้หลายคน
👉 ยังย้ายออกจากบ้านไม่ได้
👉 ยังเริ่มชีวิตตัวเองไม่ได้
👉 ยังวางแผนอนาคตไม่ได้
เรียกง่าย ๆ ว่า “เริ่มเกมชีวิตด้วยสถานะติดลบ”
งานน้อย คนสมัครเป็นล้าน
- ปัญหาไม่ได้จบแค่หนี้… ตลาดแรงงานตอนนี้โหดขึ้นมาก สมัครงาน
1.2 ล้านครั้ง แต่มีตำแหน่งแค่
17,000 งาน บางคน
📄 ส่ง Resume เป็นร้อย เป็นพันครั้ง
⏳ ผ่านไปเป็นปี ยังไม่มีงาน
บริษัทเริ่มไม่แคร์ปริญญาเท่าเดิม
- สิ่งที่เปลี่ยนไปชัดมากคือ “สิ่งที่บริษัทต้องการ” จากเดิม
🎓 ปริญญา = ใบผ่าน แต่ตอนนี้กลายเป็น 🧠 “ทักษะจริง” สำคัญกว่า
- ทำงานได้ไหม
- แก้ปัญหาเป็นไหม
- มีประสบการณ์อะไรบ้าง
1 ใน 3 บอกว่า “เรียนไปไม่คุ้ม”
- ผลสำรวจชี้ว่า 👉 บัณฑิต 1 ใน 3 รู้สึกว่า “ปริญญาไม่คุ้มค่า”
เพราะ ลงทุนสูง / ผลลัพธ์ไม่แน่นอน / รายได้ไม่ตอบแทน
แล้วคนรุ่นใหม่ควรทำยังไง ?
- คำตอบอาจไม่ใช่ “เลิกเรียน” แต่คือ 👉 อย่าพึ่งปริญญาอย่างเดียว
- สิ่งที่ต้องมีเพิ่มคือ Skill ที่ใช้ได้จริง / ประสบการณ์ / ความสามารถในการปรับตัว / การเรียนรู้ตลอดเวลา
📌 สรุป
- วันนี้โลกเปลี่ยนไปแล้ว
หนี้เพิ่มขึ้น / งานหายากขึ้น / AI เข้ามาเร็วขึ้น
- ปริญญามีค่าน้อยลง (เมื่อเทียบกับสกิล)
👉 ปริญญา “ยังสำคัญ” แต่ “ไม่พอ” อีกต่อไป
ที่มา
bangkokbiznews
เด็กจบใหม่เป็นหนี้ แถมไม่มีงานทำ? วิกฤติ “ปริญญาไร้ค่า” กำลังลามทั่วโลก
เคยมีคำพูดว่า “เรียนให้จบ เดี๋ยวชีวิตจะดีเอง” แต่สำหรับเด็กจบใหม่ในยุคนี้… หลายคนเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า มันยังจริงอยู่ไหม
เรียนจบ = เริ่มต้นด้วย “หนี้”
- ภาพจำของปริญญาเคยเป็น “ตั๋วทอง” แต่วันนี้ กลับกลายเป็น “ภาระก้อนแรกของชีวิต” มีเคสหนึ่งในอังกฤษ
👉 หนี้การศึกษาสูงถึง 13 ล้านบาท
👉 มากกว่าราคาบ้านทั้งหลัง
- แม้จะเป็นเคสสุดโต่ง แต่ค่าเฉลี่ยก็ยังสูงถึงหลัก 1–2 ล้านบาท และที่หนักกว่านั้นคือ ดอกเบี้ยยังเดินต่อ…แม้จะเรียนจบไปแล้ว
ยังไม่ทันทำงาน ก็เริ่ม “ติดลบ”
- สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เงินเดือนเริ่มต้นไม่สูง ค่าครองชีพแพงขึ้น หนี้ก้อนใหญ่กดทับ ทำให้หลายคน
👉 ยังย้ายออกจากบ้านไม่ได้
👉 ยังเริ่มชีวิตตัวเองไม่ได้
👉 ยังวางแผนอนาคตไม่ได้
เรียกง่าย ๆ ว่า “เริ่มเกมชีวิตด้วยสถานะติดลบ”
งานน้อย คนสมัครเป็นล้าน
- ปัญหาไม่ได้จบแค่หนี้… ตลาดแรงงานตอนนี้โหดขึ้นมาก สมัครงาน 1.2 ล้านครั้ง แต่มีตำแหน่งแค่ 17,000 งาน บางคน
📄 ส่ง Resume เป็นร้อย เป็นพันครั้ง
⏳ ผ่านไปเป็นปี ยังไม่มีงาน
บริษัทเริ่มไม่แคร์ปริญญาเท่าเดิม
- สิ่งที่เปลี่ยนไปชัดมากคือ “สิ่งที่บริษัทต้องการ” จากเดิม
🎓 ปริญญา = ใบผ่าน แต่ตอนนี้กลายเป็น 🧠 “ทักษะจริง” สำคัญกว่า
- ทำงานได้ไหม
- แก้ปัญหาเป็นไหม
- มีประสบการณ์อะไรบ้าง
1 ใน 3 บอกว่า “เรียนไปไม่คุ้ม”
- ผลสำรวจชี้ว่า 👉 บัณฑิต 1 ใน 3 รู้สึกว่า “ปริญญาไม่คุ้มค่า”
เพราะ ลงทุนสูง / ผลลัพธ์ไม่แน่นอน / รายได้ไม่ตอบแทน
แล้วคนรุ่นใหม่ควรทำยังไง ?
- คำตอบอาจไม่ใช่ “เลิกเรียน” แต่คือ 👉 อย่าพึ่งปริญญาอย่างเดียว
- สิ่งที่ต้องมีเพิ่มคือ Skill ที่ใช้ได้จริง / ประสบการณ์ / ความสามารถในการปรับตัว / การเรียนรู้ตลอดเวลา
📌 สรุป
- วันนี้โลกเปลี่ยนไปแล้ว
หนี้เพิ่มขึ้น / งานหายากขึ้น / AI เข้ามาเร็วขึ้น
- ปริญญามีค่าน้อยลง (เมื่อเทียบกับสกิล)
👉 ปริญญา “ยังสำคัญ” แต่ “ไม่พอ” อีกต่อไป
ที่มา bangkokbiznews