🔙 ย้อนกลับไปในปี 1974 ช่วงวิกฤตน้ำมันจากเหตุการณ์ 1973 Oil Crisis ปริมาณน้ำมันดิบในตลาดโลกหายไปประมาณ 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นเพียงราว 7% ของความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกในเวลานั้น ตัวเลข 7% อาจฟังดูไม่มาก แต่ผลกระทบที่ตามมากลับรุนแรงเกินคาด ราคาน้ำมันดิบพุ่งจากประมาณ 3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ไปแตะเกือบ 12 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า ภายในเวลาไม่กี่เดือน สะท้อนให้เห็นว่า “ตลาดพลังงาน” มีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของอุปทานอย่างมาก
ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ แม้ในเวลาต่อมา กำลังการผลิตน้ำมันจะค่อยๆ กลับมาอยู่ในระดับเดิม แต่ราคาน้ำมันก็ไม่เคยย้อนกลับไปที่ระดับ 3 ดอลลาร์อีกเลย เพราะโครงสร้างตลาด ความคาดหวังของนักลงทุน และต้นทุนในระบบได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว
📚 บทเรียนสำคัญจากเหตุการณ์นี้คือ ในบางครั้ง “การขาดหายเพียงเล็กน้อย” อาจสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ และทิ้งร่องรอยระยะยาวไว้กับทั้งเศรษฐกิจและตลาดการเงิน หวังว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน เราจะไม่ต้องเผชิญกับภาพซ้ำรอยแบบนั้นอีกนะครับ
ที่มา :
⏩
https://en.wikipedia.org/wiki/Yom_Kippur_War
⏩
https://history.state.gov/milestones/1969-1976/oil-embargo
⏩
https://www.federalreservehistory.org/essays/oil-shock-of-1973-74
💡 รู้หรือไม่… แค่ “อุปทานหายไปเล็กน้อย” ก็สามารถเขย่าตลาดโลกได้อย่างรุนแรง 🌍
ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ แม้ในเวลาต่อมา กำลังการผลิตน้ำมันจะค่อยๆ กลับมาอยู่ในระดับเดิม แต่ราคาน้ำมันก็ไม่เคยย้อนกลับไปที่ระดับ 3 ดอลลาร์อีกเลย เพราะโครงสร้างตลาด ความคาดหวังของนักลงทุน และต้นทุนในระบบได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว
📚 บทเรียนสำคัญจากเหตุการณ์นี้คือ ในบางครั้ง “การขาดหายเพียงเล็กน้อย” อาจสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ และทิ้งร่องรอยระยะยาวไว้กับทั้งเศรษฐกิจและตลาดการเงิน หวังว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน เราจะไม่ต้องเผชิญกับภาพซ้ำรอยแบบนั้นอีกนะครับ
ที่มา :
⏩ https://en.wikipedia.org/wiki/Yom_Kippur_War
⏩ https://history.state.gov/milestones/1969-1976/oil-embargo
⏩ https://www.federalreservehistory.org/essays/oil-shock-of-1973-74