ความคิดเห็นจาก Expert Account
ความคิดเห็นที่ 3
คนซื้อส่วนใหญ่เหตุผล 108 อะไรไม่ได้คิดกันเยอะหรอกครับ เราสรรหาเหตุผลมาประกอบเหตุผลสองอย่างหลักด้านล่างกันมากกว่า
1. อยากได้รถใหม่
2. อยากทันสมัย
อื่นๆ เป็นผลพลอยได้มากกว่า ถ้าคำนวนบนหน้ากระดาษเอาจริงๆ ณ ปัจจุบันที่ราคาแบตยังสูงอยู่ ระยะยาว ยังไงก็ไม่คุ้ม (สำหรับคนใช้รถน้อยๆ ) ถึงจะมีบอกว่า รับประกันแบต Lifetime แต่เงื่อนไขดอกจันเยอะแยะเช่น ต้องเข้าศูนย์ให้ตรง ห้ามดัดแปลงระบบไฟ ห้ามวิ่งเกินกี่ กม นู่นนี่นั่น ก็เหมือนคำนวนมาให้แบตมันใช้งานได้ประมาณนึง ไม่ได้ยาวๆ แน่นอน ยังไงบ้านเราอากาศแบบนี้ ใช้งานน้อยก็เสื่อม ใช้งานมากก็เสื่อม
แต่ถ้าคนใช้ประจำ ใช้เยอะๆ คุ้มกว่าน้ำมันแน่นอน ในเคสที่ซื้อรถราคาไม่แพงนะครับ เช่น ไม่เกิน 8 แสน ผมว่า ระยะสัก 8 ปี กับอายุรถตีเหลือ 0 บาท แบบ Worst case ว่าแบตเสื่อมไปจนต้องเปลี่ยนใหม่ที่ไม่คุ้มแล้ว ราคาประมาณนี้ ใช้เยอะๆ โอเคครับ คุ้ม
แต่ก็นั่นล่ะครับ ทุกคน ชอบรถดีไซน์สวย ทันสมัย ดูรักษ์โลก ก็ซื้อกัน เหตุผลต่างๆ ก็ไม่มีจริง 555
--------------------------------------------------------------------------------------------------
อย่างบ้านผม ผมมีรถตู้อยู่คัน กินน้ำมันโคตรๆ ผมก็อยากจะเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้านะ
แต่ผมต้องเติมเงินราวๆ 3 แสนบาท เพื่อมาจ่ายเป็นส่วนต่างรถใหม่ ถ้าผมขายรถเก่าได้
3 แสนนี่ ผมใช้น้ำมัน เดือนละ 8พัน-10000 บาท ผมเติมได้อีก 3 ปีเลย 555
แต่ในแง่ความยั่งยืนในอนาคต ในวิกฤตพลังงานแบบนี้ ที่น้ำมันจะไปลิตรละ 100 หรือเปล่าก็ไม่รู้ ผมว่า มันก็ไปช่วยเร่งความอยากได้รถไฟฟ้านั่นล่ะครับ ใครชาร์ตที่บ้านได้ก็คุ้มหน่อย ใครต้องวิ่งไปชาร์จข้างนอก ก็สู้ๆ นะครับ หลังจากนี้ ก็คงต้องพัฒนาให้มีสถานีมากขึ้นรองรับจำนวนรถด้วย
1. อยากได้รถใหม่
2. อยากทันสมัย
อื่นๆ เป็นผลพลอยได้มากกว่า ถ้าคำนวนบนหน้ากระดาษเอาจริงๆ ณ ปัจจุบันที่ราคาแบตยังสูงอยู่ ระยะยาว ยังไงก็ไม่คุ้ม (สำหรับคนใช้รถน้อยๆ ) ถึงจะมีบอกว่า รับประกันแบต Lifetime แต่เงื่อนไขดอกจันเยอะแยะเช่น ต้องเข้าศูนย์ให้ตรง ห้ามดัดแปลงระบบไฟ ห้ามวิ่งเกินกี่ กม นู่นนี่นั่น ก็เหมือนคำนวนมาให้แบตมันใช้งานได้ประมาณนึง ไม่ได้ยาวๆ แน่นอน ยังไงบ้านเราอากาศแบบนี้ ใช้งานน้อยก็เสื่อม ใช้งานมากก็เสื่อม
แต่ถ้าคนใช้ประจำ ใช้เยอะๆ คุ้มกว่าน้ำมันแน่นอน ในเคสที่ซื้อรถราคาไม่แพงนะครับ เช่น ไม่เกิน 8 แสน ผมว่า ระยะสัก 8 ปี กับอายุรถตีเหลือ 0 บาท แบบ Worst case ว่าแบตเสื่อมไปจนต้องเปลี่ยนใหม่ที่ไม่คุ้มแล้ว ราคาประมาณนี้ ใช้เยอะๆ โอเคครับ คุ้ม
แต่ก็นั่นล่ะครับ ทุกคน ชอบรถดีไซน์สวย ทันสมัย ดูรักษ์โลก ก็ซื้อกัน เหตุผลต่างๆ ก็ไม่มีจริง 555
--------------------------------------------------------------------------------------------------
อย่างบ้านผม ผมมีรถตู้อยู่คัน กินน้ำมันโคตรๆ ผมก็อยากจะเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้านะ
แต่ผมต้องเติมเงินราวๆ 3 แสนบาท เพื่อมาจ่ายเป็นส่วนต่างรถใหม่ ถ้าผมขายรถเก่าได้
3 แสนนี่ ผมใช้น้ำมัน เดือนละ 8พัน-10000 บาท ผมเติมได้อีก 3 ปีเลย 555
แต่ในแง่ความยั่งยืนในอนาคต ในวิกฤตพลังงานแบบนี้ ที่น้ำมันจะไปลิตรละ 100 หรือเปล่าก็ไม่รู้ ผมว่า มันก็ไปช่วยเร่งความอยากได้รถไฟฟ้านั่นล่ะครับ ใครชาร์ตที่บ้านได้ก็คุ้มหน่อย ใครต้องวิ่งไปชาร์จข้างนอก ก็สู้ๆ นะครับ หลังจากนี้ ก็คงต้องพัฒนาให้มีสถานีมากขึ้นรองรับจำนวนรถด้วย
พ่อขวัญเอย ถูกใจ, ssiras ถูกใจ, ยิบยอง ถูกใจ, ไวน์อุ่น ถูกใจ, อู๊ดสุดใจ ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2716157 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1426299 ถูกใจ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
อยากประหยัดค่าน้ำมัน เลยไปออกรถ EV ทั้งที่ยังไม่พร้อม มันคุ้มจริงหรือเปล่า ?
อย่างน้อยก็คนใกล้ตัวผม 4-5 คน ก็มาพูดมาคุยกันมาก
เหตุผลก็เข้าใจได้ครับ ค่าน้ำมันมันแพงจริงๆแหละ
แต่มีมุมหนึ่งที่ผมรู้สึกว่า คนยังไม่ค่อยได้คิดกันให้ครบถ้วนกันเท่าไหร่ ....
(( อย่างน้อยก็คนใกล้ตัวผม 1-2 ราย นี่แหละ ดูทรงแล้วไม่น่าจะไหว.... ))
คือ... บางที เราอาจกำลัง "หนี" ค่าใช้จ่ายแบบหนึ่ง
แล้วไปสร้างภาระอีกแบบที่หนักกว่า โดยไม่รู้ตัว ...
เวลาน้ำมันแพง ...
อย่างน้อย เรายังพอเลือกได้ว่า จะใช้รถมากหรือน้อย
บางวันไม่จำเป็น ก็จอดไว้ก่อนก็ได้ ...
มันยังพอ ปรับตัว “ลด-เพิ่ม” ได้ตามสถานการณ์
แต่.... ถ้าเปลี่ยนเป็นการ “ผ่อนรถ”
โดยเฉพาะในตอนที่รายได้ยังไม่นิ่ง
ค่างวด มันจะกลายเป็นสิ่งที่ต้องจ่ายทุกเดือน
ไม่ว่าเดือนนั้นจะมีเงินมากหรือน้อย
จุดที่หลายคนพลาด คือ เอาค่าน้ำมันต่อเดือน
ไปเทียบกับค่างวดรถตรงๆ
แล้วก็คิดเข้าข้างตัวเอง แล้วรู้สึกว่า
เพิ่มอีกนิดหน่าาา แค่ไม่ต้องเติมน้ำมันแพง ก็ดูน่าสนใจดีนะ....
แต่สิ่งที่มักไม่ได้คิดรวมกัน ก็คือ
เงินก้อนตอนเริ่ม + ระยะเวลาที่ต้องผ่อนหลายปี
แล้วก็ + ความเสี่ยง ถ้าวันหนึ่งรายได้เกิดสะดุดขึ้นมา
ผมไม่ได้บอกว่า EV ไม่ดีนะครับ....
หลายคนใช้ แล้วก็คุ้มจริง นั่นแหละ
... แต่...
คำถามที่อยากชวนคิด คือ สำหรับ “บางคน”
“ตอนนี้เราพร้อมจะผ่อนมันหรือยัง”
ไม่ใช่แค่ “อยากลดค่าน้ำมัน”
ค่าน้ำมันที่แพง = มันเป็นแค่ภาระระยะสั้น
ที่ยังพอปรับตัวได้....
แต่การมีหนี้ก้อนหนึ่ง จากการผ่อนรถ = มันคือสิ่งที่ต้องอยู่กับมันไปอีกหลายปี
สุดท้ายมันเลยไม่ใช่แค่เรื่องรถ
แต่มันคือเรื่องการตัดสินใจทางการเงินมากกว่า
บางครั้ง การยังไม่รีบเปลี่ยนอะไร
อาจปลอดภัยกว่า การรีบตัดสินใจเพราะอยากหนีปัญหาหนึ่ง...
( เพื่อจะไปเจออีกปัญหาหนึ่ง ที่ใหญ่กว่า)