ชวนคุยข้อมูล EV ไทยล่าสุด ยอดจดทะเบียนสะสมเยอะ แล้วหัวชาร์จ DC พอไหม?

ช่วงนี้กระแสรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในบ้านเราเริ่มขยับเข้าสู่โหมด "ผู้ใช้จริง" กันเต็มตัวแล้วนะครับ ไม่ใช่แค่ยุคเห่อของใหม่เหมือนช่วงแรกๆ วันนี้ผมไปได้ข้อมูลสถิติล่าสุดแบบอัปเดตสุดๆ จาก สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ประจำเดือน เมษายน 2569 ที่ผ่านมา เห็นตัวเลขแล้วน่าสนใจมาก เลยอยากเอามากางแชร์ให้ดูกันชัดๆ ครับว่า ตอนนี้จำนวนรถ EV บนท้องถนน กับจำนวน "ตู้ชาร์จด่วน (DC Fast Charge)" มันสมดุลกันจริงไหม หรือเรากำลังจะเจอวิกฤตตู้แย่งกันชาร์จในอนาคต?

ส่องยอดรถ EV สะสมในไทย – ตัวเลขไม่โกหก ใครว่าแผ่ว?
         ถ้าใครตามข่าวช่วงก่อนหน้านี้ อาจจะได้ยินว่ายอดขาย EV เริ่มทรงตัว แต่พอมาดู "ยอดจดทะเบียนสะสม" (นับรวมถึง 30 เมษายน 2569) ต้องบอกว่าปริมาณรถเพียวๆ บนถนนมันสะสมขึ้นมาน่ากลัวมากครับ
รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) ยอดสะสมทะลุไปถึง 447,398 คัน แล้วนะครับ (เกือบครึ่งล้านคันแล้ว!) เฉพาะช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 (ม.ค. - เม.ย.) มีรถใหม่ป้ายแดงจดเพิ่มไปอีก 75,499 คัน
รถปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ยอดสะสมอยู่ที่ 86,708 คัน
รถไฮบริดธรรมดา (HEV): อันนี้พี่ใหญ่ ยอดสะสมสูงสุดที่ 665,034 คัน
ถ้านับเฉพาะกลุ่มที่ "ต้องง้อตู้ชาร์จ" แน่ๆ อย่าง BEV ตัวเลขกลมๆ ตอนนี้คือ 4.4 แสนคันบนถนนเมืองไทยคำถามคือ แล้วฝั่งสถานีชาร์จล่ะ ขยายตัวตามทันไหม?

อัปเดตยอดหัวจ่าย Fast Charge ทั่วประเทศ (ข้อมูล ณ 30 เมษายน 2569)
          มาดูฝั่งสถานีชาร์จสาธารณะกันบ้างครับ (ข้อมูลนี้สมาคมฯ ระบุว่านับรวมจาก 23 ผู้ให้บริการหลักในกลุ่ม Charging Consortium แต่ไม่รวมตู้ส่วนบุคคลหรือระบบปิดอย่าง Tesla Supercharger นะครับ)
ปัจจุบันเรามีสถานีชาร์จรวมทั้งหมด 4,817 แห่ง ทั่วประเทศ โดยมีจำนวนหัวจ่าย (Connectors) รวมกันทุกประเภท 14,486 หัวจ่าย แยกร่างออกมาได้ตามนี้ครับ
DC Fast Charge (CCS2) 8,635 หัวจ่าย (นี่คือพระเอกหลักของรถจีนและรถยุโรปยุคนี้)
DC Fast Charge (CHAdeMO) 414 หัวจ่าย (สำหรับรถญี่ปุ่นรุ่นแรกๆ)
AC Normal Charge (Type 2) 5,437 หัวจ่าย (ตู้ชาร์จช้าตามห้างหรือโรงแรม)
คิดตัวเลขให้เห็นภาพง่ายๆ > ตอนนี้เรามี หัวจ่ายชาร์จเร็ว (DC Fast Charge) รวมกันประมาณ 9,049 หัวจ่าย ทั่วประเทศ ถ้าเทียบสัดส่วนคร่าวๆ กับรถ BEV สะสม 447,398 คัน เท่ากับว่า รถ EV ประมาณ 49 คัน จะแชร์หัวจ่าย DC ร่วมกัน 1 หัว ตัวเลขนี้มองได้สองมุมครับ มุมนึงคือถ้ากระจายตัวดีๆ และคนส่วนใหญ่ชาร์จบ้านเป็นหลัก มันก็พอไหว แต่ถ้าเป็นช่วงเทศกาลที่ทุกคนแย่งกันออกต่างจังหวัดพร้อมกัน... บอกเลยว่าบันเทิงแน่นอนครับ คิวยาวเป็นหางว่าวชัวร์ๆ

เปิดโผ Big 5 ใครคือเจ้าแห่งตู้ชาร์จในไทยตอนนี้?
          ลองมาเจาะดูผู้เล่นในตลาดบ้านเรากันครับ ถ้านับตามจำนวนสถานี (Locations) 5 อันดับแรกของไทย ตอนนี้อันดับเปลี่ยนไปพอสมควรเลย
อันดับ 1 EV STATION PLuZ (OR / ปตท.)1,350 แห่ง (หัวจ่ายรวม 3,710 หัว)
ความเห็นส่วนตัว สมราคาพี่ใหญ่ ยึดทำเลทองในปั๊ม ปตท. สายเดินทางข้ามจังหวัดยังไงก็ต้องพึ่งค่ายนี้ แถมตอนนี้ลุยติด DC ตัวแรงๆ เพิ่มขึ้นเยอะมาก
อันดับ 2 EA ANYWHERE486 แห่ง (หัวจ่ายรวม 2,713 หัว)
ความเห็นส่วนตัว ค่ายนี้เน้นหัวจ่ายเยอะต่อสถานี โดยเฉพาะฝั่ง AC ในเมือง แต่พักหลังๆ รู้สึกว่าตู้ DC ตามห้างใหญ่ๆ เริ่มโดนค่ายอื่นเบียดบ้างแล้ว
อันดับ 3 RÊVERSHARGER474 แห่ง (หัวจ่ายรวม 1,347 หัว)
ความเห็นส่วนตัว มาแรงมากกกก ไล่บี้อันดับสองมาติดๆ ด้วยอานิสงส์การจับมือกับ BYD และปั๊มบางจาก/Shell ทำเลดี และแอปค่อนข้างเสถียร มีระบบ Plug & Charge ด้วย
อันดับ 4 EleX by EGAT (การไฟฟ้าฝ่ายผลิต)471 แห่ง (หัวจ่ายรวม 1,130 หัว)
ความเห็นส่วนตัว เน้นคุณภาพ ตู้ชาร์จไฟเต็มเม็ดเต็มหน่วย เสถียรสูง ตามจุดพักรถและปั๊ม PT
อันดับ 5 PEA VOLTA (การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค)457 แห่ง (หัวจ่ายรวม 1,355 หัว)
ความเห็นส่วนตัว สายแบกประจำทางหลวงชนบทและเส้นหลัก จุดเด่นคือมีหัว DC CHAdeMO เยอะสุดในประเทศ (317 หัว) ใครขับรถญี่ปุ่นค่ายนี้คือมิตรแท้
ส่วนค่ายอื่นๆ ที่น่าจับตาคือ SPARK ที่เน้นตู้ DC เพียวๆ ไม่มี AC ผสมเลย ตอนนี้มี 228 แห่ง แต่กด DC CCS2 ไปถึง 558 หัวจ่าย ถือว่าทำการบ้านมาตอบโจทย์คนรีบชาร์จได้ดีครับ

          จากข้อมูลชุดนี้ ผมมองว่าสถานการณ์ EV ในไทยปี 2569 ถือว่ามาไกลกว่าที่คิดมาก ตัวสถานีชาร์จ (โดยเฉพาะ DC) ขยายตัวเร็วขึ้นแบบผิดหูผิดตาเมื่อเทียบกับ 2-3 ปีก่อน แต่สิ่งที่เป็นปัญหาหน้างานตอนนี้ไม่ใช่ "จำนวนตู้ไม่พอ" ในวันธรรมดา แต่อยู่ที่ "พฤติกรรมการใช้งาน และความเสถียรของตู้" มากกว่า
ปัญหาตู้ เสีย/Off-line บ่อยในบางค่าย ยังมีให้เห็นเรื่อยๆ
ปัญหา "รถเจ้าถิ่น" หรือรถไฮบริด/รถน้ำมันมาจอดแช่ (ซึ่งตอนนี้หลายค่ายเริ่มแก้เกมด้วยการเก็บ Idle Fee หรือค่าปรับจอดแช่กันแล้ว)
กำลังไฟของตู้ บางสถานีเคลมว่า 120-180 kW แต่พอชาร์จพร้อมกันสองตู้ โดนหารกำลังไฟจนเหลือแค่ 60 kW ก็มี ทำให้อัตราการหมุนเวียนรถช้าลงไปอีก



แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่