ในยุคที่การเติมน้ำมันเป็นเรื่องที่ยากขึ้นและราคาสูงขึ้นแบบนี้ ก่อนจะเติมน้ำมันเราจึงต้องคิดกันสักนิด แม้ว่าแก๊สโซฮอล์ 91 และ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 จะเป็นน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์เหมือนกัน แต่ค่าออกเทนที่ต่างกันย่อมส่งผลต่อสมรรถนะของเครื่องยนต์ที่ต่างกันด้วย ควรเติมแบบไหนดี
น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 จะมีสีเขียว เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง "น้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่ว" กับ "เอทานอล" (แอลกอฮอล์บริสุทธิ์ 99.5%) ในสัดส่วน 9 ต่อ 1 หรือเทียบเท่ากับเอทานอล 10% จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า E10
จุดเด่น คือมีราคาจำหน่ายต่อลิตรที่ย่อมเยากว่าน้ำมันชนิดอื่นๆ ในกลุ่มเบนซิน เหมาะสำหรับรถยนต์ทั่วไปที่มีเครื่องยนต์ขนาดเล็กถึงขนาดกลาง หรือรถที่คู่มือระบุว่ารองรับค่าออกเทน 91 ขึ้นไป อย่างไรก็ตาม พลังงานที่ได้จากการเผาไหม้อาจจะน้อยกว่าตัว 95 เล็กน้อย ทำให้ในการขับขี่ที่ต้องใช้แรงบิดสูงอาจรู้สึกว่ารถอืดกว่าปกติ
น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 จะเป็นสีส้ม มีส่วนผสมพื้นฐานที่คล้ายคลึงกับ 91 คือประกอบด้วยน้ำมันเบนซินผสมกับเอทานอลในสัดส่วน 9:1 เช่นเดียวกัน แต่ส่วนที่ต่างกันคือการใช้เนื้อน้ำมันเบนซินพื้นฐานที่มีคุณภาพสูงกว่า จนทำให้ค่าออกเทนรวมออกมาอยู่ที่ 95
จุดเด่น ด้วยค่าออกเทนที่สูงกว่า ทำให้มีคุณสมบัติในการป้องกัน "การน็อค" ของเครื่องยนต์ได้ดีกว่า โดยเฉพาะเครื่องยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่มีระบบหัวฉีด direct injection หรือเครื่องยนต์ที่มีอัตราส่วนกำลังอัดสูง การเลือกใช้ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 จะช่วยให้เครื่องยนต์สามารถเร่งแซงได้ดั่งใจ การเผาไหม้เป็นไปอย่างหมดจด ลดคราบเขม่าในห้องเผาไหม้ และส่งผลดีต่ออายุการใช้งานของหัวเทียนและระบบวาล์ว
ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดระหว่างน้ำมันสองชนิดนี้ไม่ใช่เรื่องของความสะอาด แต่คือ ค่าออกเทน" (Octane Rating) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของเครื่องยนต์ดังนี้
ประสิทธิภาพการต้านทานการน็อค เครื่องยนต์ทำงานโดยการอัดส่วนผสมของอากาศและน้ำมันแล้วจุดระเบิดด้วยหัวเทียน น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 จะมีความเสถียรสูงกว่าในการทนต่อแรงกดอัดโดยไม่ชิงจุดระเบิดไปก่อนเวลา (Knocking) ในขณะที่ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 หากนำไปใช้กับเครื่องยนต์สมรรถนะสูง อาจเกิดการชิงจุดระเบิดก่อนที่ลูกสูบจะเลื่อนถึงจุดสูงสุด ทำให้เครื่องยนต์สั่น มีเสียงดัง และเสียกำลัง
อัตราเร่งและการตอบสนอง ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ที่เปลี่ยนจาก น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 มาเป็น น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 มักจะรู้สึกได้ว่าเครื่องยนต์เดินเรียบขึ้น และการออกตัวหรือเร่งแซงทำได้กระฉับกระเฉงกว่า เนื่องจากกล่อง ECU ของรถไม่ต้องหน่วงจังหวะไฟจุดระเบิดเพื่อป้องกันอาการน็อค
ราคาและความคุ้มค่า แม้ราคาของ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 จะถูกกว่า แต่ถ้าเปรียบเทียบจาก "ระยะทางต่อลิตร" ในการใช้งานจริง (เช่น การขับทางไกล) น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 มักจะให้อัตราประหยัดที่สูงกว่าเล็กน้อยเนื่องจากการเผาไหม้ที่สมบูรณ์กว่า ทำให้ช่องว่างของราคาส่วนต่างถูกชดเชยด้วยระยะทางที่เพิ่มขึ้น
หวังว่าเนื้อหานี้จะช่วยให้คุณเข้าใจความแตกต่างระหว่าง น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 และ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น หากคุณต้องการดูแลเครื่องยนต์ให้มีอายุการใช้งานยาวนานและขับขี่ได้อย่างสมูท การเลือกน้ำมันที่ตรงตามมาตรฐานที่ผู้ผลิตกำหนด คือ ทางเลือกที่ดีที่สุดครับ ส่วนการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นอยู่ที่วิธีการขับของแต่ละท่าน ไม่ใช้คันเร่งแรง ขับขี่ปลอดภัย ตรวจเช็ครถให้สมบูรณ์พร้อมใช้งานเสมอครับ
ขอบคุณเพจนายหนวดแดง
โซฮอล์ 91 หรือ 95 ควรเติมแบบไหนดี มาดูกันครับ
น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 จะมีสีเขียว เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง "น้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่ว" กับ "เอทานอล" (แอลกอฮอล์บริสุทธิ์ 99.5%) ในสัดส่วน 9 ต่อ 1 หรือเทียบเท่ากับเอทานอล 10% จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า E10
จุดเด่น คือมีราคาจำหน่ายต่อลิตรที่ย่อมเยากว่าน้ำมันชนิดอื่นๆ ในกลุ่มเบนซิน เหมาะสำหรับรถยนต์ทั่วไปที่มีเครื่องยนต์ขนาดเล็กถึงขนาดกลาง หรือรถที่คู่มือระบุว่ารองรับค่าออกเทน 91 ขึ้นไป อย่างไรก็ตาม พลังงานที่ได้จากการเผาไหม้อาจจะน้อยกว่าตัว 95 เล็กน้อย ทำให้ในการขับขี่ที่ต้องใช้แรงบิดสูงอาจรู้สึกว่ารถอืดกว่าปกติ
น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 จะเป็นสีส้ม มีส่วนผสมพื้นฐานที่คล้ายคลึงกับ 91 คือประกอบด้วยน้ำมันเบนซินผสมกับเอทานอลในสัดส่วน 9:1 เช่นเดียวกัน แต่ส่วนที่ต่างกันคือการใช้เนื้อน้ำมันเบนซินพื้นฐานที่มีคุณภาพสูงกว่า จนทำให้ค่าออกเทนรวมออกมาอยู่ที่ 95
จุดเด่น ด้วยค่าออกเทนที่สูงกว่า ทำให้มีคุณสมบัติในการป้องกัน "การน็อค" ของเครื่องยนต์ได้ดีกว่า โดยเฉพาะเครื่องยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่มีระบบหัวฉีด direct injection หรือเครื่องยนต์ที่มีอัตราส่วนกำลังอัดสูง การเลือกใช้ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 จะช่วยให้เครื่องยนต์สามารถเร่งแซงได้ดั่งใจ การเผาไหม้เป็นไปอย่างหมดจด ลดคราบเขม่าในห้องเผาไหม้ และส่งผลดีต่ออายุการใช้งานของหัวเทียนและระบบวาล์ว
ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดระหว่างน้ำมันสองชนิดนี้ไม่ใช่เรื่องของความสะอาด แต่คือ ค่าออกเทน" (Octane Rating) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของเครื่องยนต์ดังนี้
ประสิทธิภาพการต้านทานการน็อค เครื่องยนต์ทำงานโดยการอัดส่วนผสมของอากาศและน้ำมันแล้วจุดระเบิดด้วยหัวเทียน น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 จะมีความเสถียรสูงกว่าในการทนต่อแรงกดอัดโดยไม่ชิงจุดระเบิดไปก่อนเวลา (Knocking) ในขณะที่ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 หากนำไปใช้กับเครื่องยนต์สมรรถนะสูง อาจเกิดการชิงจุดระเบิดก่อนที่ลูกสูบจะเลื่อนถึงจุดสูงสุด ทำให้เครื่องยนต์สั่น มีเสียงดัง และเสียกำลัง
อัตราเร่งและการตอบสนอง ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ที่เปลี่ยนจาก น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 มาเป็น น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 มักจะรู้สึกได้ว่าเครื่องยนต์เดินเรียบขึ้น และการออกตัวหรือเร่งแซงทำได้กระฉับกระเฉงกว่า เนื่องจากกล่อง ECU ของรถไม่ต้องหน่วงจังหวะไฟจุดระเบิดเพื่อป้องกันอาการน็อค
ราคาและความคุ้มค่า แม้ราคาของ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 จะถูกกว่า แต่ถ้าเปรียบเทียบจาก "ระยะทางต่อลิตร" ในการใช้งานจริง (เช่น การขับทางไกล) น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 มักจะให้อัตราประหยัดที่สูงกว่าเล็กน้อยเนื่องจากการเผาไหม้ที่สมบูรณ์กว่า ทำให้ช่องว่างของราคาส่วนต่างถูกชดเชยด้วยระยะทางที่เพิ่มขึ้น
หวังว่าเนื้อหานี้จะช่วยให้คุณเข้าใจความแตกต่างระหว่าง น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 และ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น หากคุณต้องการดูแลเครื่องยนต์ให้มีอายุการใช้งานยาวนานและขับขี่ได้อย่างสมูท การเลือกน้ำมันที่ตรงตามมาตรฐานที่ผู้ผลิตกำหนด คือ ทางเลือกที่ดีที่สุดครับ ส่วนการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นอยู่ที่วิธีการขับของแต่ละท่าน ไม่ใช้คันเร่งแรง ขับขี่ปลอดภัย ตรวจเช็ครถให้สมบูรณ์พร้อมใช้งานเสมอครับ
ขอบคุณเพจนายหนวดแดง